Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1570/2556

พ.ศ. 2556 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การฟ้องคดีล้มละลายเป็นการฟ้องเพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้ทั่วไป เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดแล้ว พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 22 (3) บัญญัติให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวที่มีอำนาจประนีประนอมยอมความ หรือฟ้องร้อง หรือต่อสู้คดีใดๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ คดีนี้ แม้โจทก์จะหลุดพ้นจากการล้มละลายโดยคำสั่งปลดจากล้มละลายตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 71 แต่ที่ดินและอาคารพิพาทเป็นทรัพย์สินที่โจทก์มีอยู่ในเวลาเริ่มต้นแห่งการล้มละลายและเป็นทรัพย์สินในคดีล้มละลายอันอาจแบ่งแก่เจ้าหนี้ได้ตามมาตรา 109 ทั้งอยู่ในระหว่างการขายทอดตลาดตามประกาศของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงยังคงมีอำนาจในการจัดการทรัพย์สินดังกล่าวต่อไปจนกว่าจะเสร็จสิ้น และนำเงินมาแบ่งแก่เจ้าหนี้ทั้งหลาย การที่โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินและอาคารพิพาทนั้นเป็นการดำเนินคดีเกี่ยวกับทรัพย์สินของโจทก์ ซึ่งเป็นอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียว โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง เมื่อโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ก็ไม่มีฟ้องของโจทก์และตัวโจทก์ที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 จะฟ้องแย้ง จำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงไม่มีสิทธิฟ้องแย้ง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยทั้งสามและบริวารออกจากที่ดินและอาคารของโจทก์ และให้จำเลยทั้งสามใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 11,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ระหว่างส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง โจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 3

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การและฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องโจทก์ และฟ้องแย้งขอบังคับให้โจทก์จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 114563 ตำบลลาดยาว อำเภอบางเขน กรุงเทพมหานคร พร้อมอาคารพิพาทเลขที่ 1176/2 ตามฟ้องโดยปลอดจำนองให้แก่จำเลยที่ 1 หากโจทก์เพิกเฉยขอให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของโจทก์ โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 และที่ 2

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 114563 ตำบลลาดยาว อำเภอบางเขน กรุงเทพมหานคร พร้อมอาคารพาณิชย์เลขที่ 1176/2 ที่ปลูกอยู่ในที่ดินโฉนดเลขที่ 114563 ตามฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 ให้แก่จำเลยที่ 1 โดยให้ติดจำนองไปกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ดังที่ปรากฏอยู่ในสารบัญจดทะเบียนที่ดิน โฉนดที่ดินเลขที่ 114563 คือที่ดินพิพาทตามฟ้องทั้งแปลงโดยในวันจดทะเบียนการโอน ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 300,000 บาท แก่โจทก์ และสำหรับค่าฤชาธรรมเนียมในการโอนนั้น โจทก์และจำเลยที่ 1 พึงออกใช้เท่ากันทั้งสองฝ่าย ถ้าโจทก์ไม่ไปดำเนินการดังกล่าวให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของโจทก์ คำขออื่นตามฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้ยกเสีย ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งตามฟ้องของโจทก์และฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังยุติว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด และเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 114563 ตำบลลาดยาว อำเภอบางเขน กรุงเทพมหานคร ที่ดินดังกล่าวจำนองไว้แก่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ที่ดินพิพาทแบ่งแยกมาจากที่ดินแปลงใหญ่ จำเลยที่ 1 ทำสัญญาจะซื้อที่ดินพิพาทและอาคารเลขที่ 1176/2 ที่กำลังปลูกสร้างบนที่ดินดังกล่าวจากโจทก์ในราคา 480,000 บาท ชำระในวันทำสัญญาเป็นเงิน 50,000 บาท ส่วนที่เหลือชำระเป็น 4 งวด โดยงวดที่ 4 ชำระในวันจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ อาเซียน จำกัด ฟ้องโจทก์เป็นคดีล้มละลาย ต่อมาศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของโจทก์เด็ดขาด

จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ปฏิบัติตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินและอาคารพิพาท เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยกคำร้องดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่าสัญญาจะซื้อจะขายมีภาระเกินกว่าประโยชน์กองทรัพย์สินของลูกหนี้จะพึงได้รับตามคำสั่ง จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ปฏิบัติตามสัญญาจะซื้อจะขาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องเนื่องจากจำเลยที่ 1 ไม่สืบพยาน ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ล้มละลาย ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้ปลดโจทก์จากล้มละลาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2544 ให้ปลดโจทก์จากล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 71 จำเลยที่ 1 และที่ 2 กับพวกอยู่ในที่ดินและอาคารพิพาทตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2523 มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์และฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ว่า

โจทก์มีอำนาจฟ้อง และจำเลยที่ 1 และที่ 2 มีอำนาจฟ้องแย้งหรือไม่ เห็นว่า การฟ้องคดีล้มละลายมิใช่เป็นเรื่องที่เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ฟ้องเพื่อให้จำเลยหรือลูกหนี้ชำระหนี้แก่เจ้าหนี้โดยเฉพาะเจาะจง แต่เป็นการฟ้องเพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้ทั่วไป เมื่อศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดแล้ว พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 22 (3) บัญญัติให้เป็นอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวที่มีอำนาจประนีประนอมยอมความหรือฟ้องร้อง หรือต่อสู้ใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ แม้โจทก์ซึ่งถูกฟ้องเป็นคดีล้มละลายจะหลุดพ้นจากการล้มละลายโดยคำสั่งปลดจากล้มละลาย แต่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยังคงมีอำนาจจัดการทรัพย์สินของโจทก์ที่มีอยู่ในเวลาเริ่มต้นแห่งการล้มละลายจนถึงเวลาปลดจากล้มละลาย ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย

พ.ศ.2483 มาตรา 109 ซึ่งที่ดินและอาคารพิพาทเป็นทรัพย์สินที่โจทก์มีอยู่ในเวลาเริ่มต้นแห่งการล้มละลายและเป็นทรัพย์สินในคดีล้มละลายอันอาจแบ่งแก่เจ้าหนี้ได้ ทั้งอยู่ในระหว่างการขายทอดตลาด ตามประกาศของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงยังคงมีอำนาจในการจัดการทรัพย์สินต่อไปจนกว่าจะเสร็จสิ้น และนำเงินมาแบ่งปันแก่เจ้าหนี้ทั้งหลาย การที่โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินและอาคารพิพาทนั้นเป็นการดำเนินคดีเกี่ยวกับทรัพย์สินของโจทก์ ซึ่งเป็นอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียว โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง เมื่อโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 ก็ไม่มีฟ้องโจทก์และตัวโจทก์ที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 จะฟ้องแย้ง จำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงไม่มีอำนาจฟ้องแย้งให้โจทก์ปฏิบัติตามสัญญาจะซื้อจะขายดังกล่าวได้ กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของจำเลยที่ 1 และที่ 2 อีกต่อไป ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามา ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์และฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
สมยศ เข็มทอง · ไชยยงค์ คงจันทร์ · เมทินี ชโลธร
Lower court
ศาลแพ่ง - นายสมจิตร มากบัว
ศาลอุทธรณ์ - นายพีระพงษ์ เธียรประดับ
Supreme Court black case no.
พ.2626/2552
Trial court black case no.
ง320/2545
Trial court red case no.
ง21/2547
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 7265/2544

ฟ้องโจทก์ได้บรรยายโดยแจ้งชัดว่าจำเลยตกลงเช่าตึกแถวพิพาทจากโจทก์มีการทำสัญญาเช่าและต่อสัญญาเช่าหลายครั้งต่อมาเมื่อสัญญาเช่าสิ้นสุดลง โจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยเช่าต่อไป จึงให้ทนายความมีหนังสือบอกเลิกสัญ…

Supreme Court Judgment No. 11043/2553

จำเลยทั้งสองฟ้องแย้งขอให้โจทก์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความค่าเสียหายที่เกิดแก่รถบรรทุกของจำเลยที่ 2 จากการกระทำละเมิดของโจทก์เท่านั้น จำเลยที่ 1 มิได้ฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนความเสียหายในส่วนของจำเลยที…

Supreme Court Judgment No. 3932/2549

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 1 (3) ฟ้องแย้งเป็นคำฟ้องอย่างหนึ่ง ดังนั้น การบรรยายฟ้องจะต้องปฏิบัติตามมาตรา 172 วรรคสอง กล่าวคือ ต้องแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อ…

Supreme Court Judgment No. 3132/2549

ศาลแพ่งธนบุรีอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องแล้ว แต่จำเลยที่ 1 ยังอุทธรณ์ต่อมา คดีจึงอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ส่วนการถอนคำฟ้องที่มีผลลบล้างผลแห่งการยื่นคำฟ้องและทำให้คู่ความกลับเข้าสู่ฐานะเดิมเสมือนหนึ…

Supreme Court Judgment No. 493/2546

เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ที่ดินพร้อมตึกแถวพิพาทเป็นของจำเลยที่ 1 แต่โจทก์ทำสัญญาเช่าที่ดินและตึกแถวดังกล่าวกับ อ. ในระหว่างอายุสัญญาเช่า จำเลยที่ 1 โอนขายที่ดินและตึกแถวพิพาทให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 โจท…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up