Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 15723/2556

พ.ศ. 2556 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ธ.ขับรถยนต์ตู้คันเกิดเหตุกลับมาที่สำนักงานเมื่อเวลาประมาณ 14 นาฬิกา หลังจาก ป.โทรศัพท์ตาม ธ. เพื่อให้นำกุญแจรถยนต์ตู้คันเกิดเหตุมาส่งคืนเมื่อเวลาประมาณ 15 นาฬิกาแล้ว ป. ก็ไม่ได้โทรศัพท์ติดต่อ ธ. อีกเลย และก่อนที่ ป. จะกลับบ้านเมื่อเวลาประมาณ 17 นาฬิกา ป. เห็นอยู่ว่า รถยนต์ตู้คันเกิดเหตุจอดเก็บในช่องจอดรถ ซึ่งแสดงว่า ธ. กลับมาที่สำนักงานแล้ว แต่ ป. ก็ไม่ได้โทรศัพท์สั่งให้ ธ. นำกุญแจรถยนต์ตู้คันเกิดเหตุมาส่งคืนตามระเบียบ จะถือว่า ป.ปฏิบัติงานตามหน้าที่อันสมควรแก่หน้าที่ความรับผิดชอบของตนแล้วหาได้ไม่ ส่วน ธ. ก็เข้าใจเอาเองว่า ป. กลับบ้านไปแล้ว แต่ก็ยังนั่งเล่นอยู่ที่บริเวณที่ทำการของจำเลยจนถึงเวลา 18 นาฬิกา โดยต่างฝ่ายต่างทอดธุระ ขาดความสำนึกไม่ใส่ใจที่จะปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ กระทำเสมือนหนึ่งว่าเป็นเรื่องปกติ แสดงให้เห็นถึงการปล่อยปละละเลย ย่อหย่อนไม่ควบคุมการใช้รถให้เป็นไปตามระเบียบของทางราชการ และเชื่อว่าจำเลยปล่อยปละละเลยให้เป็นเช่นนี้มาก่อนเกิดเหตุแล้ว ป.และ ธ. จึงไม่ใส่ใจที่จะปฏิบัติตามระเบียบ เข้าลักษณะที่จำเลยยินยอมให้ ธ. ใช้รถยนต์ตู้คันเกิดเหตุ อันเป็นหน้าที่ของพนักงานขับรถได้แม้เป็นเวลานอกราชการ เหตุละเมิดที่เกิดขึ้นในคดีนี้ จึงถือได้ว่าเป็นผลแห่งละเมิดที่เจ้าหน้าที่กระทรวงจำเลยได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งกระทรวงจำเลยต้องรับผิดตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 มาตรา 5 วรรคหนึ่ง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสองสำนวนนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกัน โดยให้เรียกโจทก์ทั้งสองในสำนวนแรกว่า โจทก์ที่ 1 และที่ 2 เรียกโจทก์ทั้งสองในสำนวนหลังว่า โจทก์ที่ 3 และที่ 4 เรียกจำเลยทั้งสองสำนวนว่า จำเลย โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายให้แก่โจทก์ที่ 1 และที่ 2 จำนวน 295,750 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 1 และที่ 2 กับใหัจำเลยชำระค่าเสียหายให้แก่โจทก์ที่ 3 และที่ 4 คนละ 73,937 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 3 และที่ 4 จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์ทั้งสี่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ที่ 1 และที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ที่ 1 และที่ 2 ว่า จำเลยซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดที่นายธนชัยได้กระทำดังกล่าวหรือไม่ ได้ความจากคำเบิกความของนายพิเชฐ นิติกรชำนาญการ พยานจำเลยว่า เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2553 นายธนชัย ได้รับมอบหมายให้ขับรถยนต์ตู้คันเกิดเหตุไปส่งเอกสารที่สำนักงบประมาณ เมื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายเรียบร้อยแล้ว นายธนชัย ได้ขับรถยนต์ตู้คันเกิดเหตุกลับมาถึงที่ทำงานเวลาประมาณ 14 นาฬิกา ถือว่าการปฏิบัติหน้าที่ราชการที่ได้รับมอบหมายเสร็จสิ้นแล้ว และต้องนำกุญแจรถไปส่งมอบให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้เก็บรักษาและนางปณิตา นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ

มีหน้าที่ดูแลควบคุมการใช้รถของสำนักงานบริหารโครงการไทยเข้มแข็ง พยานจำเลยเบิกความว่า ในวันดังกล่าว หลังจากนายธนชัยใช้รถยนต์ตู้คันเกิดเหตุเสร็จแล้ว นายธนชัยไม่ได้นำกุญแจรถมาคืน พยานโทรศัพท์สอบถามนายธนชัย ได้ความว่านายธนชัยอยู่ข้างนอก พยานรออยู่จนถึงเวลา 17 นาฬิกา พบว่ารถยนต์ตู้คันเกิดเหตุจอดเก็บในช่องจอดรถแล้ว วันรุ่งขึ้นพยานจึงทราบว่านายธนชัยขับรถยนต์ตู้คันเกิดเหตุไปก่อเหตุละเมิดที่จังหวัดปทุมธานี เห็นว่า ตามรายงานการสอบสวนของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดนั้น นางปณิตาให้ถ้อยคำว่า นายธนชัยขับรถราชการไปส่งเอกสารตามลำพัง ครั้นถึงเวลาประมาณ 14 ถึง 15 นาฬิกา พยานยังไม่พบว่านายธนชัยได้นำรถกลับมาที่สำนักงาน จึงโทรศัพท์สอบถามไปที่นายธนชัย

ได้รับคำตอบว่า ยังอยู่ข้างนอก พยานรอนายธนชัยเพื่อรอรับกุญแจรถตามที่เคยปฏิบัติ จนกระทั่งเวลา 17 นาฬิกา ก็ไม่พบนายธนชัยกลับเข้ามาที่สำนักงาน พยานจึงเดินทางกลับบ้าน พบรถราชการจอดอยู่ในช่องจอดรถแล้ว แต่ไม่พบนายธนชัย พยานคาดว่านายธนชัยนำกุญแจรถติดตัวไปด้วยส่วนนายธนชัยให้ถ้อยคำว่า นางปณิตาได้โทรศัพท์ตามพยานเพื่อให้นำกุญแจรถไปส่งคืนเมื่อเวลาประมาณ 15 นาฬิกา แต่พยานตอบกลับไปว่าไม่ได้อยู่ที่สำนักงาน จนกระทั่งเวลาประมาณ 16.30 นาฬิกา พยานก็ไม่ได้นำกุญแจรถไปส่งคืน เพราะเข้าใจว่านางปณิตากลับบ้านแล้ว พยานนั่งเล่นอยู่ภายในบริเวณที่ทำการของจำเลยจนถึงเวลา 18 นาฬิกาพบนายไพรัช นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์รับจ้างเข้ามา

นายไพรัชมีอาการมึนเมาสุรา พยานจึงขับรถยนต์ตู้คันเกิดเหตุไปส่งนายไพรัชที่บ้านพักย่านจังหวัดปทุมธานี และได้นั่งดื่มสุรากับนายไพรัช จนกระทั่งเวลาประมาณ 23 นาฬิกา จึงเดินทางกลับและเกิดเหตุละเมิดขึ้น ตามคำเบิกความของนายพิเชฐและจากถ้อยคำของนางปณิตาและนายธนชัย แสดงว่า นายธนชัยขับรถยนต์ตู้คันเกิดเหตุกลับมาที่สำนักงานเมื่อเวลาประมาณ 14 นาฬิกา หลังจากนางปณิตาโทรศัพท์ตามนายธนชัยเพื่อให้นำกุญแจรถยนต์ตู้คันเกิดเหตุมาส่งคืนเมื่อเวลาประมาณ 15 นาฬิกาแล้ว นางปณิตาก็ไม่ได้โทรศัพท์ติดต่อนายธนชัยอีกเลย และก่อนที่นางปณิตาจะกลับบ้านเมื่อเวลาประมาณ 17 นาฬิกา นางปณิตาเห็นอยู่ว่า รถยนต์ตู้คันเกิดเหตุจอดเก็บในช่องจอดรถ ซึ่งแสดงว่านายธนชัยกลับมาที่สำนักงานแล้ว แต่นางปณิตาก็ไม่ได้โทรศัพท์สั่งให้นายธนชัยนำกุญแจรถยนต์ตู้คันเกิดเหตุมาส่งคืนตามระเบียบ

จะถือว่านางปณิตาปฏิบัติงานตามหน้าที่อันสมควรแก่หน้าที่ความรับผิดชอบของตนแล้วหาได้ไม่ ส่วนนายธนชัยก็เข้าใจเอาเองว่า นางปณิตากลับบ้านไปแล้ว แต่ก็ยังนั่งเล่นอยู่บริเวณที่ทำการของจำเลยจนถึงเวลา 18 นาฬิกา โดยต่างฝ่ายต่างทอดธุระ ขาดความสำนึกไม่ใส่ใจที่จะปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ กระทำเสมือนหนึ่งว่าเป็นเรื่องปกติ แสดงให้เห็นถึงการปล่อยปละละเลย ย่อหย่อนไม่ควบคุมการใช้รถให้เป็นไปตามระเบียบของทางราชการ และเชื่อว่าจำเลยปล่อยปละละเลยให้เป็นเช่นนี้มาก่อนเกิดเหตุแล้ว นางปณิตาและนายธนชัยจึงไม่ใส่ใจที่จะปฏิบัติตามระเบียบ เข้าลักษณะที่จำเลยยินยอมให้นายธนชัยใช้รถยนต์ตู้คันเกิดเหตุ อันเป็นหน้าที่ของพนักงานขับรถได้

แม้เป็นเวลานอกราชการ เหตุละเมิดที่เกิดขึ้นในคดีนี้ จึงถือได้ว่าเป็นผลแห่งละเมิดที่เจ้าหน้าที่ของจำเลยได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งจำเลยต้องรับผิดตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 มาตรา 5 วรรคหนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ที่ 1 และที่ 2 ฟังขึ้น แม้โจทก์ที่ 3 และที่ 4 ศาลชั้นต้นจะไม่รับฎีกาขึ้นมาก็ตาม แต่ความรับผิดของจำเลยย่อมมีผลถึงโจทก์ที่ 3 และที่ 4 ดังนั้น ผลของคำพิพากษานี้จึงให้มีผลไปถึงโจทก์ที่ 3 และที่ 4 ด้วย ส่วนปัญหาที่ว่า จำเลยต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดเพียงใด ซึ่งศาลล่างทั้งสองยังไม่ได้วินิจฉัยมานั้น เนื่องจากคดีในส่วนของโจทก์ที่ 3 และที่ 4 ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง ศาลฎีกาจึงเห็นสมควรย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาในประเด็นดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243 (1) ประกอบมาตรา 247

Result

พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาในปัญหาดังกล่าวข้างต้นแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่

Matter details

Panel of judges
วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์ · ทัศนีย์ จั่นสัญจัย ธรรมเกณฑ์ · สุทธินันท์ เสียมสกุล
Lower court
ศาลแขวงนนทบุรี - นางสาวจิราวรรณ ไชยศิรินทร์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายอำนาจ พวงชมภู
Supreme Court black case no.
พ.4658/2555
Trial court black case no.
พ1347/2554
Trial court red case no.
พ724/2555
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1856/2568

โจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะหน่วยงานของรัฐให้รับผิดในผลแห่งละเมิดที่เจ้าหน้าที่ของตนได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 5 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 จึงไม่อาจนำบทบัญญัติอ…

Supreme Court Judgment No. 613/2567

ข้อเท็จจริงได้ความตามสำเนาคำพิพากษาและหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด เอกสารท้ายคำร้องขอเพิ่มเติมฎีกาของจำเลยซึ่งโจทก์มิได้โต้แย้งข้อเท็จจริงตามเอกสารดังกล่าวว่า โจทก์ได้ฟ้อง ธ. เป็นคดีอาญาต่อศาลชั้นต้นในคว…

Supreme Court Judgment No. 3853/2566

เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ได้ส่งประกาศขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาทให้แก่ธนาคาร อ. ผู้รับจำนองทราบก่อนการขายทอดตลาด เป็นเหตุให้ศาลจังหวัดธัญบุรีมีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาด ด้วยเหตุดังกล่าว เป็…

Supreme Court Judgment No. 5160/2566

จำเลยทั้งสองต้องร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในผลแห่งละเมิดของ พ. ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของตนที่ได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 5 ดังนั้น โจทก์ทั…

Supreme Court Judgment No. 4824/2562

โจทก์ทั้งสี่ฟ้องให้จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐรับผิดในผลแห่งละเมิดจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของตน โจทก์ทั้งสี่จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองได้โดยตรงตามมาตรา 5 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ความรับผ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up