คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ถึงที่ 10 ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 91, 147, 151, 157, 162, 264, 265, 266, และ 268จำเลยทั้งสิบให้การปฏิเสธระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ถึงแก่ความตายศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 1ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 147, 151, และ 157 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 147 ซึ่งเป็นบทหนักจำคุกคนละ 5 ปี ยกฟ้องจำเลยที่ 5 ถึงที่ 10 คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกโจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 5 ถึงที่ 10 ตามฟ้องจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 อุทธรณ์ขอให้ยกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 5 และที่ 6 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 147, 151, 157, และ 162 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 147ซึ่งเป็นบทหนัก
จำคุกคนละ 5 ปี จำเลยที่ 7 ที่ 8 ที่ 9 และที่ 10มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนจำเลยอื่น ๆ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา83, 86, 147, 151, และ 162 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 147 ซึ่งเป็นบทหนักจำคุกคนละ 3 ปี4 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 2 ถึงที่ 10 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พยานโจทก์เชื่อได้ว่าจำเลยที่ 5ถึงที่ 10 มีเจตนาทุจริตมาแต่แรกร่วมกับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4ทำบัญชีรายชื่อผู้รับจ้างและหลักฐานการเบิกจ่ายเงินค่าแรงและค่าควบคุมงาน และกรอกข้อความรับรองชื่อผู้รับจ้างขุดดินและผู้ควบคุมงานตามโครงการต่อเติมสร้างทำนบดินตำบลหนองผือเป็นเท็จเบิกเงินจากทางราชการออกมามากกว่าจำนวนที่จะต้องจ่ายให้แก่ราษฎรที่ทำงานและผู้ควบคุมงาน แล้วเบียดบังเอาเป็นของตนและของผู้อื่นเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบและโดยทุจริตจำเลยที่ที่ 5 ถึงที่ 10 ต้องมีความผิด
จำเลยที่ 5 และที่ 6 เป็นผู้ใหญ่บ้านมีฐานะเป็นเจ้าพนักงานอยู่แล้ว ยังได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการสภาตำบลหนองผือโดยตำแหน่งซึ่งต้องรับผิดชอบร่วมกัน กับคณะกรรมการสภาตำบลในการดำเนินการตามโครงการสร้างงานในชนบทตามระเบียบสำนักยายกรัฐมนตรีว่าด้วยโครงการสร้างงานในชนบท พ.ศ.2524 ข้อ 24 การที่จำเลยที่ 5และที่ 6 ปฏิบัติหน้าที่ไปตามระเบียบดังกล่าวย่อมถือไว้ว่าจำเลยที่ 5 และที่ 6 ปฏิบัติงานในฐานะเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายส่วนจำเลยที่ 7 ที่ 8 และที่ 9 เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของสภาตำบลหนองผือ ที่ราษฎรเลือกตั้งขึ้นมาตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่326 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2515 ไม่ได้ระบุให้เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
แม้ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยโครงการสร้างงานในชนบท พ.ศ.2524 จะกำหนดให้ต้องรับผิดชอบร่วมกันกับคณะกรรมการสภาตำบลก็หาทำให้จำเลยที่ 7 ที่ 8 และที่ 9 มีฐานะเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายไม่ สำหรับจำเลยที่ 10 เป็นราฐฎรเป็นกรรมการควบคุมงานต่อเติมทำนบที่สภาตำบลหนองผือแต่งตั้งกันขึ้นมาเองไม่ใช่เจ้าพนักงานตามกฎหมายที่ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยที่ 5และที่ 6 เป็นเจ้าพนักงานร่วมกับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ และฟังว่าจำเลยที่ 7 ถึงที่ 10 เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดของจำเลยอื่นชอบแล้วส่วนโทษที่ศาลอุทธรณ์ลงแก่จำเลยทั้งหกก็เป็นโทษขั้นต่ำตามกฎหมายอยู่แล้ว และโทษที่ลงก็จำคุกเกิน 2 ปี รอการลงโทษให้ไม่ได้ ฎีกาจำเลยที่ 5 ถึงที่ 10ฟังไม่ขึ้น"
Result
พิพากษายืน.