Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1596/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

เมื่อราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นอุทธรณ์ไม่เกินห้าหมื่นบาท และจำเลยยื่นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงภายหลังพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534 มาตรา 14 ใช้บังคับแล้ว จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคแรก การที่ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยให้จึงเป็นการไม่ชอบ เมื่อคดีได้ยุติไปแล้วตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น แม้ผู้พิพากษาจะรับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ก็เป็นข้อเท็จจริงที่ยุติไปแล้ว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

Provisions the court ruled on

ป.วิ.พ. Section 224 ป.วิ.พ. Section 248 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.วิ.พ. (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534 Section 14

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์และจำเลยหย่าขาดจากกันแล้ว โดยตกลงแบ่งทรัพย์สินกันเอง ขอให้จำเลยจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 2183 ให้โจทก์ครึ่งหนึ่งจำเลยให้การว่า โจทก์ได้รับส่วนแบ่งไปแล้ว โดยตกลงยกที่ดินตามฟ้องให้จำเลย ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยแบ่งแยกที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 2183 ตำบลซับสมอทอด อำเภอบึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์ แก่โจทก์ครึ่งหนึ่ง โดยให้โจทก์และจำเลยตกลงแบ่งกันเองหากตกลงกันไม่ได้ ให้เอาที่ดินดังกล่าวออกขายทอดตลาดแล้วนำเงินที่ขายได้แบ่งกัน คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า เดิมโจทก์และจำเลยเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย ต่อมาจดทะเบียนหย่าขาดจากกันโดยตกลงแบ่งที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 2183ตำบลซับสมอทอด อำเภอบึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์ คนละครึ่ง แต่หลังจากนั้นจำเลยไม่ยอมแบ่ง ขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินดังกล่าว

จำเลยให้การว่า โจทก์ได้รับส่วนแบ่งไปแล้วโดยตกลงยกที่ดินดังกล่าวให้จำเลย โจทก์จึงไม่มีสิทธิขอแบ่ง ขอให้ยกฟ้อง ดังนี้ เป็นการโต้เถียงกรรมสิทธิ์อันเป็นคดีปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ เมื่อราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์ไม่เกินห้าหมื่นบาท ห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 224 วรรคแรก ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534มาตรา 14 ซึ่งในวันที่จำเลยยื่นอุทธรณ์ใช้บังคับแล้ว

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า โจทก์ได้รับส่วนแบ่งไปแล้ว จึงไม่มีสิทธิขอแบ่งที่พิพาทอีกนั้น เป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามบทบัญญัติดังกล่าว ที่ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยให้จึงเป็นการไม่ชอบ คดีได้ยุติไปแล้วตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น การที่จำเลยฎีกาคดีนี้ต่อมาแม้ผู้พิพากษาจะรับรองให้ฎีกาในข้อเท็จจริง แต่ก็เป็นข้อเท็จจริงที่ยุติไปแล้วจึงไม่มีผล ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"

Result

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 และยกฎีกาของจำเลย ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

Matter details

Panel of judges
สุทธิ นิชโรจน์ · บุญศรี กอบบุญ · เสมอ อินทรศักดิ์
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

Supreme Court Judgment No. 6942/2558

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดชำระเงินค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ที่ 2 จำนวน 50,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จ การที่จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว…

Supreme Court Judgment No. 12502/2558

ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 จำเลยได้ดำเนินการจดทะเบียนผู้เยาว์เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายตามวิธีการที่บัญญัติไว้ใน ป.พ.พ. มาตรา 1548 แล้ว ผู้เยาว์จึงเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของทั้งโจทก์และจำเลย ตา…

Supreme Court Judgment No. 10927/2557

โจทก์ฎีกาขอให้จำเลยทั้งสองรับผิดต่อโจทก์เพิ่มเติมจากที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามา แต่โจทก์เสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกามาตามทุนทรัพย์ในศาลชั้นต้น จึงต้องคืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาตามทุนทรัพย์ที่โจทก์เสียเกินมา และ…

Supreme Court Judgment No. 9188/2552

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินจำนวน 39,130 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 34,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 3…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up