Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 16001/2553

พ.ศ. 2553 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ทางพิจารณาไม่ปรากฏว่าผู้เสียหายเป็นบุคคลที่มีสภาพจิตไม่สมบูรณ์ ผู้เสียหายมีสภาพจิตเหมือนบุคคลทั่วไป และโดยวิสัยของผู้หญิงทั่วไปย่อมต้องรักนวลสงวนตัวไม่ยินยอมให้บุคคลใดร่วมประเวณีได้ง่าย ๆ ผู้เสียหายเป็นผู้สืบสันดานของจำเลยอยู่ในอุปการะเลี้ยงดูของจำเลยจึงไม่มีเหตุผลใดที่ผู้เสียหายจะยินยอมให้จำเลยซึ่งเป็นบิดาร่วมประเวณีอย่างแน่นอน ขณะเกิดเหตุเมื่อผู้เสียหายรู้สึกตัวว่ามีคนมาทับตัวแล้วเอาวัตถุใส่เข้าไปในอวัยวะเพศของตน ผู้เสียหายพยายามที่จะผลักออกไป รู้สึกว่าเป็นผู้ชายแต่ไม่กล้าลืมตาขึ้นไปมอง แสดงว่าผู้เสียหายไม่ได้ยินยอม ได้ขัดขืนโดยพยายามผลักออกแล้ว แต่ไม่สามารถขัดขืนได้ ก่อนเกิดเหตุจำเลยเป็นผู้ชายคนเดียวที่นอนในมุ้ง ขณะที่ผู้เสียหายพยายามที่จะผลักออกผู้เสียหายอาจจะรู้ว่าเป็นจำเลยจึงไม่กล้าขัดขืนต่อไปและไม่กล้าบอกบุคคลอื่นทราบก็เป็นได้ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยกระทำชำเราผู้เสียหาย โดยมีพฤติการณ์ขึ้นนอนทับตัวผู้เสียหายแล้วเอาอวัยวะเพศสอดใส่เข้าไปในอวัยวะเพศของผู้เสียหาย ผู้เสียหายพยายามขัดขืนพยายามที่จะผลักออก แต่จำเลยยังนอนทับและทำการข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายเป็นเวลานานประมาณ 20 นาที ถือได้ว่าผู้เสียหายอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ การกระทำของจำเลยจึงเข้าองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคแรก (เดิม)

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276, 285

จำเลยให้การรับสารภาพ แต่ก่อนสืบพยานโจทก์ จำเลยถอนคำให้การเดิมแล้วให้การใหม่เป็นปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีคงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า จำเลยข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้เสียหายอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ เข้าองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 หรือไม่ ในเรื่องนี้ได้ความจากผู้เสียหายว่าในวันเกิดเหตุผู้เสียหายเข้านอนตามปกติในเวลาประมาณ 21 นาฬิกา โดยมีจำเลย นางบุญเจือ และเด็กหญิงมณีรัตน์ มารดาและน้องสาวของผู้เสียหายตามลำดับรวม 4 คน นอนอยู่ในมุ้งเดียวกัน ครั้นถึงเวลาประมาณ 24 นาฬิกา ผู้เสียหายรู้สึกว่ามีคนขึ้นมานอนทับและพยายามถอดกางเกงของผู้เสียหายออก ผู้เสียหายตื่นขึ้นมาแต่ไม่พบว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น เพียงแต่ว่ากางเกงของผู้เสียหายถูกรูดลงไปเล็กน้อย

ผู้เสียหายคิดว่ากางเกงหลวมจึงดึงขึ้นไปสวมตามปกติแล้วนอนหลับต่อขณะที่ผู้เสียหายครึ่งหลับครึ่งตื่นรู้สึกคล้ายกับมีคนขึ้นมาทับตัวและถอดกางเกงของผู้เสียหายลงไปประมาณครึ่งขา แล้วเอาวัตถุใส่เข้าไปในอวัยวะเพศของผู้เสียหาย ผู้เสียหายพยายามที่จะผลักออก ผู้ที่ขึ้นมาทับตัวรู้สึกว่าเป็นผู้ชายแต่ไม่กล้าลืมตาขึ้นไปมอง ปล่อยเลยตามเลย โดยถูกกระทำอยู่ประมาณ 20 นาที เห็นว่า ทางพิจารณาไม่ปรากฏว่าผู้เสียหายเป็นบุคคลที่มีสภาพจิตที่ไม่สมบูรณ์ เช่น เป็นคนปัญญาอ่อน แต่อย่างใด ผู้เสียหายมีสภาพจิตเหมือนบุคคลทั่ว ๆ ไปและโดยวิสัยของผู้หญิงทั่วไปย่อมต้องรักนวลสงวนตัวไม่ยินยอมให้บุคคลใดร่วมประเวณีได้ง่าย ๆ ผู้เสียหายเป็นผู้สืบสันดานของจำเลยอยู่ในการอุปการะเลี้ยงดูของจำเลย จึงไม่มีเหตุผลใดที่ผู้เสียหายจะยินยอมให้จำเลยซึ่งเป็นบิดาบังเกิดเกล้าร่วมประเวณีด้วยอย่างแน่นอน

ขณะเกิดเหตุเมื่อผู้เสียหายรู้สึกตัวว่ามีคนขึ้นมาทับตัวแล้วเอาวัตถุใส่เข้าไปในอวัยวะเพศของตน ผู้เสียหายพยายามที่จะผลักออกไป รู้สึกว่าเป็นผู้ชายแต่ไม่กล้าลืมตาขึ้นไปมอง แสดงว่าผู้เสียหายไม่ได้ยินยอม ได้ขัดขืนโดยพยายามผลักออกแล้ว แต่ไม่สามารถขัดขืนได้จึงปล่อยเลยตามเลย ปรากฏว่าก่อนเกิดเหตุจำเลยซึ่งเป็นผู้ชายเพียงคนเดียวนอนอยู่ในมุ้งด้วย ขณะที่ผู้เสียหายพยายามที่จะผลักออก ผู้เสียหายอาจจะรู้ว่าเป็นจำเลยจึงไม่กล้าขัดขืนต่อไป และไม่กล้าบอกให้บุคคลอื่นทราบก็เป็นได้ ดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยกระทำชำเราผู้เสียหาย โดยมีพฤติการณ์ขึ้นนอนทับตัวผู้เสียหายแล้วเอาอวัยวะเพศสอดใส่เข้าไปในอวัยวะเพศของผู้เสียหาย

ผู้เสียหายขัดขืนพยายามที่จะผลักออก แต่จำเลยก็ยังนอนทับและทำการข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายอยู่เป็นเวลานานประมาณ 20 นาที เช่นนี้ถือได้ว่าผู้เสียหายอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ การกระทำของจำเลยจึงเข้าองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคแรก (เดิม) ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำผิดและใช้บังคับแก่คดี เนื่องจากกฎหมายที่แก้ไขในภายหลังระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาไม่เป็นคุณแก่จำเลย จำเลยจึงมีความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายตามฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษามานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น"

Result

พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคแรก (เดิม) ประกอบ มาตรา 285 จำคุก 16 ปี

Matter details

Panel of judges
ประยูร ณ ระนอง · พิศาล อัยยะวรากูล · อดิศักดิ์ ปัตรวลี
Lower court
ศาลจังหวัดน่าน - นายเด่นชัย ศรีจุลฮาต
ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายสู่บุญ วุฒิวงศ์
Supreme Court black case no.
อ.5055/2550
Trial court black case no.
อ1184/2544
Trial court red case no.
อ1296/2546
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 345/2568

ปรากฏตามคำเบิกความของร้อยตำรวจโทหญิง ก. พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแก้งคร้อ ว่า หลังจากโจทก์ร่วมเข้าแจ้งความต่อพยานให้ดำเนินคดีแก่ ท. และจำเลยทั้งหกกับพวก พยานสอบปากคำโจทก์ร่วมและรวบรวมพยานหลักฐานแล้ว…

Supreme Court Judgment No. 3861/2565

จำเลยข่มขืนใจผู้เสียหายที่ 2 ให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพของผู้ถูกข่มขืนใจ และบังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริมให้ผู้เสียหายที่ 2 ปร…

Supreme Court Judgment No. 3326/2563

พฤติการณ์ที่จำเลยกระทำชำเราผู้เสียหายเป็นการกระทำที่ต่อเนื่องกันมา การที่ผู้เสียหายอาศัยอยู่กับจำเลยมาตั้งแต่อายุได้เพียง 2 ปี และเป็นบุตรบุญธรรมจำเลยด้วย ความสัมพันธ์ระหว่างจำเลยกับผู้เสียหายโดยปกติย…

Supreme Court Judgment No. 4683/2562

แม้ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา มี พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 27) พ.ศ.2562 ออกใช้บังคับ โดยมาตรา 3 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (18) ของมาตรา 1 แห่งประมวลกฎหมายอาญา "(18) "กระทำชำเรา"…

Supreme Court Judgment No. 302/2559

แม้โจทก์และจำเลยเป็นสามีภริยาต้องอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1461 วรรคหนึ่ง ซึ่งจะต้องมีการร่วมประเวณีกันบ้าง แต่การร่วมประเวณีต้องเกิดจากความยินยอมของทั้งสองฝ่าย หากอีกฝ่ายไม่ยินยอมก็…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up