คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าเมื่อ พ.ศ. 2483 โจทก์ได้นารายพิพาทจากนายคุ้นทรัพย์เย็น โดยโจทก์แต่งงานกับบุตรสาวนายคุ้ย และได้ให้จำเลยเช่าต่อมานางแอบ ภรรยาจำเลยเป็นผู้ทำสัญญาเช่าโดยความยินยอมของจำเลย จำเลยได้ฟ้องโจทก์ขอให้แสดงว่านารายนี้เป็นของจำเลยคดีถึงที่สุดว่านาเป็นของโจทก์ ๆ ได้บอกเลิกการเช่าแล้ว ขอให้บังคับให้จำเลยออกไปและชำระค่าเช่าที่ค้างจำเลยต่อสู้ว่าโจทก์มิได้ฟ้องเรียกที่พิพาทคืนภายใน 1 ปีนับตั้งแต่วันที่จำเลยแสดงเจตนาถือสิทธิในที่พิพาทตั้งแต่เดือนกันยายน 2494คู่ความอ้างสำนวนคดีแดงที่ 12/2496 มาประกอบการพิจารณาและจำเลยขอต่อสู้ข้อครอบครองปรปักษ์ข้อเดียว ทั้งสองฝ่ายไม่ขอสืบพยานศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยออกไปจากที่รายพิพาทและให้ชำระค่าเช่าจำเลยอุทธรณ์ว่าคดีโจทก์ขาดอายุความศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยเข้าครอบครองที่พิพาทโดยการเช่าเป็นการครอบครองแทนโจทก์ เมื่อจำเลยจะเปลี่ยนลักษณะการยึดถือจำเลยจะต้องบอกกล่าวไปยังโจทก์ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1381 เสียก่อนมิฉะนั้นจำเลยจะยกอายุความขึ้นต่อสู้โจทก์ไม่ได้พิพากษายืน