คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสี่มีอาวุธร่วมกันเข้าไปในเคหสถานของนายเกษมโดยไม่มีเหตุสมควร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๔, ๓๖๕ (๒), ๘๓ จำเลยปฏิเสธ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยเข้าไปในที่ดินของผู้เสียหาย แต่ไม่ได้เข้าไปในเคหสถาน มีความผิดตามมาตรา ๓๖๕ (๒)
จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสี่เดินเข้าไปในที่ดินของผู้เสียหายไม่ได้เข้าไปในเคหสถาน ลงโทษฐานบุกรุกเคหสถานไม่ได้ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาประชุมปรึกษาแล้ว คดีนี้ศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงว่า วันเกิดเหตุจำเลยทั้งสี่ถืออาวุธเข้าไปในที่ดินของผู้เสียหายข้ามสะพานไม้ข้างโรงระหัดของผู้เสียหายซึ่งเป็นคันบ่อเลี้ยงปลาอันเป็นทางเดินออกสู่ถนนเทพารักษ์ แต่ไม่ได้เข้าไปในโรงเก็บระหัดตามข้อเท็จจริงดังกล่าวศาลฎีกาเห็นว่ายังถือไม่ได้ว่าจำเลยเข้าไปอยู่ในเคหสถานของผู้เสียหายโดยไม่มีเหตุสมควร การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๔
ที่โจทก์ฎีกาว่าเคยห้ามจำเลยมิให้เดินผ่านบ่อปลานั้นไม่เป็นเหตุที่ทำให้จำเลยมีความผิดตามฟ้อง
Result
พิพากษายืน