คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยจดทะเบียนสมรสกันมีบุตรหนึ่งคนคือเด็กหญิงปวีณา อายุ 2 ปี ต่อมาโจทก์จำเลยทะเลาะกัน และจำเลยหนีออกจากบ้านโจทก์ โจทก์ไปติดต่อขอเยี่ยมบุตรและขอรับบุตรคืนจำเลยไม่ยอมให้ จึงขอให้ศาลบังคับจำเลยให้การว่า โจทก์มีภรรยาหลายคนและโจทก์เป็นโรคประสาทเด็กหญิงปวีณาไม่ควรอยู่ในปกครองของโจทก์ จำเลยไม่เคยหวงห้ามในการที่โจทก์ไปเยี่ยมเยียน ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นงดสืบพยานแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองมีสิทธิกำหนดที่อยู่ของเด็กหญิงปวีณา พิพากษาให้จำเลยส่งเด็กหญิงปวีณาคืนให้โจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าเด็กหญิงปวีณาเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ ตามปกติอำนาจปกครองย่อมอยู่แก่โจทก์ผู้เป็นบิดาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1537โจทก์ฟ้องเรียกเด็กหญิงปวีณาคืนจากจำเลยก็เพื่อจะใช้อำนาจปกครองนั้นเอง แต่ศาลจะให้อำนาจปกครองอยู่แก่มารดา
ก็ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1538(6) หากกรณีส่อแสดงว่าการให้บุตรอยู่กับมารดาจะเป็นการเหมาะสมกว่า ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 1224/2508 ระหว่างนางสุนี ทะรังสร้อย โจทก์นายต่าน ตันวัน จำเลย สำหรับคดีนี้ศาลฎีกาเห็นว่าเด็กหญิงปวีณาอายุเพียง 2 ปี ยังไร้เดียงสา และได้อยู่กับจำเลยด้วยดีตลอดมาไม่ปรากฏข้อบกพร่องเสียหาย การให้เด็กหญิงปวีณาอยู่กับจำเลยในระยะนี้จะได้รับความอบอุ่นมากกว่าอยู่กับโจทก์ และจำเลยก็รับว่าไม่รังเกียจที่จะให้โจทก์เยี่ยมเยียน จึงควรให้เด็กหญิงปวีณาอยู่ในอำนาจปกครองของจำเลยผู้เป็นมารดาไปก่อน หากมีพฤติการณ์เปลี่ยนแปลงไป โจทก์ก็ชอบที่จะเรียกร้องขอเด็กหญิงปวีณาคืนมาได้ต่อไปพิพากษายืน