Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1616/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ได้บรรยายฟ้องในข้อหามีภาชนะและเครื่องมือใช้สำหรับทำสุราโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหาทำและขายสุราโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. 2493 มาตรา5,30 มาเป็นแต่ละกรรม และของกลางก็เป็นคนละส่วนกันทั้งสภาพความผิดก็สามารถแยกออกเป็นต่างกรรมกันได้ จึงเป็นความผิดคนละกรรมต่างกัน ส่วนความผิดฐานมีสุราไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตกับความผิดฐานมีแสตมป์สุราปลอมนั้น พระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติความผิดในโทษทั้งสองฐานนี้ไว้คนละมาตราและสภาพความผิดก็เห็นได้ชัดว่าแยกต่างหากจากกัน ดังนี้Sการกระทำของจำเลยสองกรรมหลังนี้จึงเป็นคนละกรรม และเป็นคนละกรรมกับความผิดในสองกรรมแรก.(ที่มา-ส่งเสริม)

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีกรรไกรตัดเล็บ 1 อัน ตรายาง ต.จ.ว. 1 อันตราประทับวันเดือนปี 1 อัน หมึกพิมพ์ 1 อัน เครื่องปั๊มปิดฝาขวด 1อัน ตัวพิมพ์ตะกั่ว 100 ตัวน้ำยาล้างหมึกพิมพ์ 1 ขวด สีหมึกพิมพ์สีแดง 1 กระป๋อง แท่นสกรีนไม้ 2 อัน ฝาจุกสุราแม่โขงปลอม 284 ฝายางลบ 2 อัน ที่เย็บกระดาษ 1 อัน ขวดเปล่าแอลกอฮอล์ 60 ขวดหม้ออะลูมิเนียม 1 ใบ อันเป็นภาชนะและเครื่องมือที่ใช้สำหรับทำสุรา ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมสรรพสามิตหรือผู้ทำการแทน กับนำภาชนะเครื่องมือที่มีไว้ในครอบครองดังกล่าวทำสุรากลั่นมีปริมาณน้ำสุรารวม 2.000 ลิตรและนำสุราที่ทำขึ้นดังกล่าวออกขายแก่ผู้มีชื่อจำนวน 2 ขวดโดยไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมสรรพสามิตหรือผู้ทำการแทนและมีสุรากลั่นที่ทำขึ้นดังกล่าวไว้ในความครอบครอง

จำนวน1 หม้อ กับ 6 ขวด มีปริมาณสุรา 2.000 ลิตร โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นสุราที่ทำขึ้นโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กับมีแสตมป์สุราซึ่งรู้อยู่ว่าเป็นแสตมป์ปลอม จำนวน 964 ดวง โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย เหตุเกิดที่ตำบลหนองโสนอำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจบุรีตามวันเวลาเกิดเหตุเจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยกรรไกรตัดเล็บ ตรายาง ต.จ.ว. ตราประทับวันเดือนปี หมึกพิมพ์ เครื่องปั๊มปิดฝาขวดตัวพิมพ์ตะกั่ว น้ำยาล้างหมึกพิมพ์ สีหมึกพิมพ์สีแดงแท่นสกรีนไม้ ฝาจุกสุราแม่โขงปลอม ยางลบ ที่เย็บกระดาษ ขวดเปล่าแอลกอฮอล์ อันเป็นภาชนะเครื่องมือที่มีไว้และใช้ทำสุราดังกล่าว และยึดได้สุราแม่โขงปลอมบรรจุหม้ออะลูมิเนียม 1 ใบปริมาณน้ำสุรา 1.500 ลิตร สุราแม่โขงปลอมบรรจุขวดขนาด 0.750ลิตร

จำนวน 6 ขวด มีปริมาตรสุรา 4.500 ลิตร และแสตมป์สุราปลอม 964 ดวง เป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. 2493มาตรา 4, 5, 30, 32, 44, 45 พระราชบัญญัติสุรา (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2497 มาตรา 4, 6, 12 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4ริบของกลาง

จำเลยให้การรับสารภาพ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติสุราพ.ศ. 2493 มาตรา 4, 5, 30, 32, 44, 45 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91ฐานมีภาชนะและเครื่องมือใช้สำหรับทำสุรา จำคุก 2 เดือน ฐานทำสุราและขายสุรา จำคุก 6 เดือน ฐานมีสุรา ปรับ 1,000 บาท และฐานมีแสตมป์สุราปลอม จำคุก 6 เดือนเรียงกระทงลงโทษแล้วรวมจำคุก 1 ปี 2 เดือน และปรับ 1,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 7 เดือน และปรับ500 บาท

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'คดีมีปัญหาวินิจฉัยในชั้นนี้ตามฎีกาของจำเลยซึ่งศาลฎีกามีคำสั่งให้รับไว้พิจารณาเพียงข้อเดียวว่า การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท และจำเลยต้องรับโทษบทหนักที่สุดเพียงบทเดียวหรือไม่พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ในข้อหาฐานมีภาชนะและเครื่องมือเครื่องใช้สำหรับทำสุราโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหาทำและขายสุราโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติสุราพ.ศ. 2493 มาตรา 5, 30 นั้น โจทก์ได้บรรยายฟ้องมาเป็นแต่ละกรรมและของกลางก็เป็นคนละส่วนกัน ทั้งสภาพความผิดก็สามารถแยกออกเป็นต่างกรรมกันได้ จึงเป็นความผิดคนละกรรมต่างกันส่วนความผิดฐานมีสุราไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตกับความผิดฐานมีแสตมป์สุราปลอมนั้น

พระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติความผิดในโทษทั้งสองฐานนี้ไว้คนละมาตรากัน โดยโทษทั้งสองฐานนี้ไว้คนละมาตรากัน โดยโทษฐานมีสุราไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตบัญญัติไว้ในมาตรา 32 และฐานมีแสตมป์สุราปลอมบัญญัติไว้ในมาตรา 44 และสภาพความผิดก็เห็นได้ชัดว่าแยกต่างหากจากกันได้อีกเช่นกัน การกระทำของจำเลยสองกรรมหลังนี้จึงเป็นคนละกรรมต่างกัน และเป็นคนละกรรมกับความผิดในสองกรรมแรกอีกด้วย ซึ่งเมื่อจำเลยให้การรับสารภาพศาลต้องลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91.............'

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
กู้เกียรติ สุนทรบุระ · ศักดิ์ สนองชาติ · สุวรรณ ตระการพันธุ์
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3133/2568

จำเลยหลอกลวงโจทก์โดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จ อธิบายขั้นตอนในการซื้อ การจองสลากกินแบ่งรัฐบาล แนะนำวิธีการส่งให้แก่ผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลรายอื่น จนกระทั่งโจทก์หลงเชื่อว่าจำเลยสามารถจัดหาสลากกินแบ่งรัฐบาล…

Supreme Court Judgment No. 2614/2568

จำเลยทั้งสามกระทำความผิดฐานร่วมกันกระทำการเป็นอั้งยี่ ฐานร่วมกันเป็นซ่องโจร และฐานร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ย่อมเป็นความผิดสำเร็จแล้วตั้งแต่มีการสมคบวางแผนเพื่อกระทำการอันเป็นความผิด…

Supreme Court Judgment No. 1543/2568

ฟ้องโจทก์ทั้งสองเดิมบรรยายว่า จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกกระทำผิดหน้าที่ด้วยการเบิกถอนเงิน จากบัญชีเงินฝากที่เปิดไว้ในนามผู้จัดการมรดกเพียงรายการเดียว 2,000,000 บาท โอนเข้าบัญชีเงินฝากส่วนตัวของจำเลยโดยท…

Supreme Court Judgment No. 1093/2568

การที่โจทก์ทั้งสองโอนเงินให้แก่จำเลยทั้งสอง จึงเป็นการเชื่อจากกลอุบายการหลอกลวงของจำเลยทั้งสองมาตั้งแต่ต้นโดยใช้ผลประโยชน์ตอบแทนในอัตราสูงเป็นเครื่องล่อใจเป็นวิธีการหลอกลวงอย่างหนึ่งและจำเลยทั้งสองยัง…

Supreme Court Judgment No. 6267/2568

ความผิดฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควร กับความผิดฐานนำอาวุธปืนเข้าไปในสถานบริการเป็นความผิดหลายกรรมต่างกรรมกันหรือไม่ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up