Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1627/2545

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

เอกสารที่จำเลยนำมาแสดงอ้างว่าตนเป็นโรคประสาทเคยไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลศรีธัญญานั้น เป็นเพียงบัตรประจำตัวคนไข้ จำเลยมิได้นำแพทย์ผู้ตรวจรักษามายืนยันว่าตนป่วยเป็นโรคประสาทจนถึงขนาดกระทำการโดยไม่รู้สึกตัวทั้งในชั้นสอบสวนพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาจำเลยว่าพยายามฆ่า จำเลยให้การปฏิเสธซึ่งจำเลยเข้าใจคำถามและตอบคำถามได้เหมือนคนปกติส่วนที่แพทย์ผู้ตรวจรักษาบาดแผลของจำเลยระบุว่าจำเลยมีอาการเบลอ ๆ ไม่ค่อยได้สตินั้นอาจเกิดจากการที่จำเลยเสพเมทแอมเฟตามีนมาก่อนเกิดเหตุจนมีอาการมึนเมาก็เป็นได้ข้อเท็จจริงจึงฟังไม่ได้ว่าขณะจำเลยกระทำความผิด จำเลยมีอาการทางจิตประสาทไม่รู้สึกตัวและไม่สามารถรู้ผิดชอบหรือไม่สามารถบังคับตนเองได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้อาวุธปืนปลายแหลมแทงประทุษร้ายนางสุนิสาหรือสุณิสา ขวัญคำ ผู้เสียหายหลายครั้งโดยเจตนาฆ่าถูกร่างกายผู้เสียหายหลายแห่ง จำเลยลงมือกระทำความผิดไปตลอดแล้ว แต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผลเนื่องจากผู้เสียหายดิ้นรนขัดขืนร้องขอความช่วยเหลือ มีผู้เข้าช่วยเหลือได้ทันและแพทย์รักษาได้ทันท่วงที ผู้เสียหายจึงไม่ถึงแก่ความตายสมดังเจตนาจำเลยแต่เป็นเหตุให้ผู้เสียหายรับอันตรายสาหัสโดยทุพพลภาพ ป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาเกินกว่า 20 วัน และจนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่า 20 วัน เหตุเกิดที่ตำบลหนองบัว อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ เจ้าพนักงานยึดอาวุธมีดดังกล่าวเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,80, 33 และริบของกลางจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า

จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 ลงโทษจำคุก 10 ปี คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 6 ปี 8 เดือนริบของกลางจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่าตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุจำเลยได้ใช้อาวุธมีดปลายแหลมแทงทำร้ายนางสุนิสาหรือสุณิสา ขวัญคำ ผู้เสียหายบริเวณด้านหลังต้นคอและมือขวาหลายแห่งเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัสอันเป็นการพยายามฆ่า ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่าขณะจำเลยทำร้ายผู้เสียหายนั้นจำเลยกระทำโดยในขณะไม่สามารถรู้ผิดชอบหรือไม่สามารถบังคับตนเองได้ เพราะมีจิตบกพร่อง โรคจิตหรือจิตฟั่นเฟือน อันจะเป็นเหตุให้ไม่ต้องรับโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 65 หรือไม่ นางสุนิสาหรือสุณิสา ขวัญคำ ผู้เสียหายซึ่งอยู่กินฉันสามีภรรยากับจำเลยพยานโจทก์เบิกความว่า วันเกิดเหตุเวลาประมาณ13 นาฬิกา จำเลยซึ่งไม่มีงานทำ

นั่งดื่มสุราอยู่ในห้องนอน เวลาประมาณ19 นาฬิกา จำเลยบอกให้ผู้เสียหายพาบุตรออกไปนอกห้อง ผู้เสียหายเข้าใจว่าจำเลยจะเสพเมทแอมเฟตามีนไม่ต้องการให้บุตรเห็น ผู้เสียหายกลับเข้ามานอนเวลาประมาณ 20 นาฬิกา และเกิดเหตุเวลาประมาณ 3 นาฬิกาสาเหตุที่จำเลยแทงทำร้ายผู้เสียหายเพราะจำเลยระแวงว่าผู้เสียหายจะหนีไปอยู่กับชายอื่นและเมาเมทแอมเฟตามีน ส่วนจำเลยนำสืบอ้างว่าเป็นโรคประสาทเคยไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลศรีธัญญาตามเอกสารหมายล.1 เห็นว่า ตามเอกสารหมาย ล.1 เป็นเพียงบัตรประจำตัวคนไข้ จำเลยไม่ได้นำแพทย์ผู้ตรวจรักษามายืนยันว่าจำเลยป่วยเป็นโรคประสาทจนถึงขนาดกระทำการโดยไม่รู้สึกตัว ชั้นสอบสวนพันตำรวจโทวิรัช วาสนวัฒนาจรัสพนักงานสอบสวนซึ่งสอบสวนจำเลยในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2541 เบิกความยืนยันว่า

แจ้งข้อหาจำเลยว่าพยายามฆ่า จำเลยให้การปฏิเสธตามเอกสารหมาย จ.9 จำเลยเข้าใจคำถามและตอบคำถามรู้เรื่องเหมือนคนปกติ ส่วนที่แพทย์ผู้ตรวจรักษาบาดแผลผู้เสียหายและบาดแผลจำเลยระบุว่าจำเลยกับผู้เสียหายมีอาการเบลอ ๆ ไม่ค่อยได้สตินั้นอาจเกิดจากการที่จำเลยเสพเมทแอมเฟตามีนมาก่อนเกิดเหตุจนมีอาการมึนเมาก็เป็นได้ ข้อเท็จจริงจึงฟังไม่ได้ว่าขณะจำเลยกระทำความผิดจำเลยมีอาการทางจิตประสาทไม่รู้สึกตัวและไม่สามารถรู้ผิดชอบหรือไม่สามารถบังคับตนเองได้ ข้ออ้างของจำเลยฟังไม่ขึ้นและถึงแม้ว่าผู้เสียหายจะเป็นภรรยาจำเลยไม่ติดใจเอาความแก่จำเลยก็ตาม แต่ความผิดฐานพยายามฆ่าตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 มีโทษขั้นต่ำจำคุก 10 ปี จึงไม่อาจลงโทษให้น้อยกว่าที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดได้อีก ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สุมิตร สุภาดุลย์ · เดิมพัน จรรยามั่น · สมชัย เกษชุมพล
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2892/2555

จำเลยฎีกาว่า จำเลยกระทำไปโดยสำคัญผิดในข้อเท็จจริงเพราะผู้ตายใช้อาวุธปืนเด็กเล่นเล็งมายังกลุ่มของจำเลยก่อน ทำให้จำเลยสำคัญผิดว่ากำลังจะถูกผู้ตายใช้อาวุธปืนยิง จำเลยจึงใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายเพื่อป้องกันตน…

Supreme Court Judgment No. 1832/2554

ผู้เสียหายและ ส. ร่วมดื่มสุราด้วยกันที่บ้านของจำเลยก่อน แล้วจึงชวนกันมาดื่มสุราต่อที่บ้าน อ. จึงเป็นไปไม่ได้ที่บุคคลทั้งสองจะจดจำจำเลยที่มีเรื่องวิวาทชกต่อยและใช้เหล็กขูดชาฟท์แทงผู้เสียหายไม่ได้ บุคคล…

Supreme Court Judgment No. 8743/2550

โจทก์ฟ้องจำเลยฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตาม ป.อ. มาตรา 289 (4) ประกอบมาตรา 80, 83 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80, 83 โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6…

Supreme Court Judgment No. 2721/2546

จำเลยใช้อาวุธปืนลูกซองยาวขนาด 12 ยิงผู้เสียหายในระยะอยู่ห่างกันประมาณ7 วา ซึ่งโดยปกติย่อมมีความรุนแรงมากทั้งกระสุนปืนกระจายออกเป็นวง โอกาสที่จะยิงพลาดเป้าหมายในระยะดังกล่าวแทบไม่มี เมื่อเสื้อที่ผู้เสี…

Supreme Court Judgment No. 985/2546

จำเลยใช้แขนล็อกคอผู้เสียหายด้านหลังแล้วลากผู้เสียหายไปที่คูน้ำข้างถนนกดตัวผู้เสียหายลงไปในน้ำจนมิดศีรษะทำให้ผู้เสียหายหมดสติ ซึ่งจากการตรวจร่างกายผู้เสียหาย ปรากฏว่าปอดอักเสบเนื่องจากสำลักน้ำ โดยแพทย์…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up