Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1646/2548

พ.ศ. 2548 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ผู้ร้องเกิดเมื่อกลางปี 2516 นับถึงวันยื่นคำร้องเป็นเวลาเกือบ 30 ปี เหตุการณ์ในช่วงเวลาจัดพิธีสมรสและการตั้งครรภ์ไม่มีหลักฐานปรากฏวันเดือนปีที่แน่นอนเป็นเรื่องคาดคะเนเอาโดยประมาณจึงอาจผิดพลาดคลาดเคลื่อนไปได้บ้าง ทั้งร้องขอแก้ไขคำร้องขอโดยอ้างเหตุพิมพ์ข้อความผิดพลาดเล็กน้อยเพื่อให้ตรงตามความเป็นจริง จึงเป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อยทั้งมีเหตุผลสมควร ผู้ร้องมีสิทธิขอแก้ไขคำร้องได้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องแก้ไขคำร้องขอชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 180 ตอนท้ายแล้ว เดิมผู้คัดค้านมิได้ให้การต่อสู้เรื่องอายุความไว้ในคำคัดค้านเพิ่งมายื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำคัดค้านว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องขอคดีนี้เมื่อผู้ร้องอายุ 28 ปี เป็นการฟ้องคดีเมื่อเกิน 1 ปี นับแต่บรรลุนิติภาวะ คดีของผู้ร้องขาดอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 1556 วรรคสาม หลังจากมีการสืบพยานผู้ร้องเสร็จไปบางส่วนแล้ว อ้างเหตุผลว่าเป็นทนายความคนใหม่ของผู้คัดค้านเพิ่งได้รับการแต่งตั้งและตรวจสำนวนพบคำคัดค้านยังบกพร่องไม่สมบูรณ์ จึงเป็นการขอแก้ไขเพิ่มเติมคำคัดค้านหลังจากพ้นระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดคือก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 7 วัน เหตุที่อ้างก็ไม่ใช่เหตุผลอันสมควรตามกฎหมายและการขอแก้ไขเพิ่มเติมประเด็นเรื่องกำหนดเวลาฟ้องคดีตามาตรา 1556 วรรคสามเป็นอายุความฟ้องคดีซึ่งมิใช่ปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย ทั้งมิใช่การแก้ข้อผิดพลาดหรือผิดหลงเล็กน้อย เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้แก้ไขเพิ่มเติมคำคัดค้านโดยชอบตาม ป.วิ.พ. มาตรา 180 แล้ว จึงไม่มีประเด็นข้อพิพาทเรื่องอายุความให้ศาลจำต้องวินิจฉัยและเป็นข้อมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ ผู้ร้องเป็นบุตรสืบสายโลหิตของ ป. ป. แสดงออกต่อญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านที่บ้านซึ่งเป็นภูมิลำเนาของมารดาผู้ร้อง มิได้แสดงออกต่อญาติข้างบิดาหรือเพื่อนบ้านแถวบ้านพักของ ป. ซึ่งอยู่ต่างท้องที่กันว่าผู้ร้องเป็นบุตร ก็ถือได้ว่าพฤติกรรมที่รู้กันอยู่ทั่วไปตลอดเวลาว่าผู้ร้องเป็นบุตร ป. ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1555 (7) แล้ว

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอและแก้ไขคำร้องขอว่า ผู้ร้องเป็นบุตรของนายประสิทธิ์ สมบูรณ์เจียร ผู้ตาย และนางมยุรา เลิศทิพย์รัตน์ ซึ่งไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน โดยนายประสิทธิ์และนางมยุราสมรสกันตามประเพณีเมื่อปี 2514 อยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา ต่อมาปี 2516 เมื่อนางมยุราตั้งครรภ์ผู้ร้องได้ 7 เดือน ผู้ตายกับนางมยุราแยกทางกัน หลังจากนั้นนางมยุราคลอดผู้ร้อง แต่นางมยุราเกรงว่าผู้ร้องจะมีปมด้อยเรื่องบิดามารดาแยกทางกัน จึงแจ้งในใบสูติบัตรว่าผู้ร้องบุตรของนายโอฬาร หิรัญโอภาสวงศ์ หรือในขณะนั้นใช้ชื่อว่านายเต๊ก แซ่ลี้ ซึ่งเป็นพี่ชายร่วมบิดามารดาเดียวกับนางมยุรา และแจ้งว่านางอรุณ ก้านกันยาหรือต้นกันยา ภริยาของนายโอฬาร เป็นมารดา โดยหลังจากผู้ร้องคลอด

นายประสิทธิ์ผู้ตายได้แสดงออกโดยเปิดเผยแก่บุคคลทั่วไปว่าผู้ร้องเป็นบุตรโดยให้การอุปการะส่งเสียเลี้ยงดูตลอดมา ต่อมาวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2544 นายประสิทธิ์ถึงแก่กรรม ขอให้ศาลมีคำสั่งว่าผู้ร้องเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายประสิทธิ์ สมบูรณ์เจียร ผู้ตาย ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านเป็นพี่ชายร่วมบิดามารดาเดียวกันกับนายประสิทธิ์ ผู้ตาย และเป็นทายาทของผู้ตาย นายประสิทธิ์เป็นโสดไม่มีภริยา ไม่มีบุตร ผู้ร้องไม่ใช่บุตรของนายประสิทธิ์ นายประสิทธิ์ไม่เคยส่งเสียเลี้ยงดู ไม่เคยแสดงออกโดยเปิดเผยต่อญาติพี่น้องและคนอื่น ๆ ว่าผู้ร้องเป็นบุตร เมื่อนายประสิทธิ์ถึงแก่กรรม ผู้คัดค้านเป็นผู้จัดงานศพแต่เพียงผู้เดียว ไม่ปรากฏตัวผู้ร้องในงานศพ นายประสิทธิ์ไม่ได้อยู่กินฉันสามีภรรยากับนางมยุรา โดยเลิกร้างกันมา 30 ปีแล้ว ไม่เคยติดต่อกับนางมยุราตลอดมา ขอให้ศาลยกคำร้องขอ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ผู้ร้องเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของนายประสิทธิ์ สมบูรณ์เจียร ผู้ตาย ค่าฤชา ธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้คัดค้านอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้คัดค้านฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า "

พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาผู้คัดค้านข้อแรกว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องขอแก้ไขปี พ.ศ.ตามคำร้องเดิมที่ว่า เมื่อประมาณปี 2515 นางมยุรา เลิศทิพย์รัตน์ มารดาผู้ร้องตั้งครรภ์ผู้ร้องได้ประมาณ 7 เดือน เป็นประมาณปี 2516 นับถึงวันยื่นคำร้องคดีนี้เป็นเวลาเกือบ 30 ปี เหตุการณ์ในช่วงเวลาจัดพิธีสมรสและการตั้งครรภ์กดังกล่าวไม่มีหลักฐานเอกสารปรากฏวันเดือนปีที่แน่นอนเป็นเรื่องคาดคะเนเอาโดยประมาณจึงผิดพลาดคลาดเคลื่อนไปได้บ้าง เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นนานมาแล้ว ทั้งผู้ร้องขอแก้ไขโดยอ้างเหตุพิมพ์ข้อความผิดพลาดเล็กน้อยเพื่อให้ตรงตามความเป็นจริง จึงเป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อย ทั้งมีเหตุผลสมควร

ผู้ร้องมีสิทธิขอแก้ไขคำร้องได้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องแก้ไขคำร้องขอชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 180 ตอนท้ายแล้ว ฎีกาของผู้คัดค้านข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ปัญหาตามฎีกาผู้คัดค้านข้อที่สองว่า ประเด็นข้อพิพาทเรื่องคดีของผู้ร้องขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า เดิมผู้คัดค้านมิได้ให้การต่อสู้เรื่องอายุความไว้ในคำคัดค้านเพิ่งมายื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำคัดค้านว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องขอคดีนี้เมื่อผู้ร้องอายุ 28 ปี เป็นการฟ้องคดีเมื่อเกิน 1 ปีนับแต่บรรลุนิติภาวะ คดีของผู้ร้องขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1556 วรรคสาม หลังจากมีการสืบพยานผู้ร้องเสร็จไปบางส่วนแล้วอ้างเหตุผลว่าเป็นทนายความคนใหม่ของผู้คัดค้านเพิ่งได้รับการแต่งตั้งและตรวจสำนวนพบคำค้านยังบกพร่องไม่สมบูรณ์ จึงเป็นการขอแก้ไขเพิ่มเติมคำคัดค้านหลังจากพ้นระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดคือก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 7 วัน

ทั้งเหตุที่อ้างไม่ใช่เหตุอันสมควรตามกฎหมาย และการขอแก้ไขเพิ่มเติมประเด็นเรื่องกำหนดเวลาฟ้องคดีตามมาตรา 1556 วรรคสามดังกล่าวเป็นอายุความฟ้องคดีมิใช่ปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย ทั้งมิใช่การแก้ไขข้อผิดพลาดหรือผิดหลงเล็กน้อย เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้แก้ไขเพิ่มเติมคำคัดค้านโดยชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 180 แล้ว จึงไม่มีประเด็นข้อพิพาทเรื่องอายุความให้ศาลจำต้องวินิจฉัยและเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยจึงชอบแล้ว ฎีกาของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น ปัญหาตามฎีกาผู้คัดค้านข้อที่สามมีว่า ผู้ร้องเป็นบุตรนายประสิทธิ์

สมบูรณ์เจียร ผู้ตายหรือไม่ ได้ความว่าเมื่อนายประสิทธิ์ถูกคนร้ายฆ่าชิงทรัพย์ถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2544 นายปรีชาหรือหมึก พุฒใจบุญ ไปบอกนางมยุรามารดาผู้ร้องว่า ผู้คัดค้านทราบเรื่องนายประสิทธิ์ทางวิทยุข่าว จ.ส.100 จึงมาแสดงตัวต่อเจ้าพนักงานตำรวจว่าเป็นพี่ชายนายประสิทธิ์เก็บเอกสารและทรัพย์สินของนายประสิทธิ์ไปโดยจะรีบเผาศพนายประสิทธิ์วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2544 นางมยุราจึงไปแจ้งความเป็นหลักฐานว่าผู้ร้องเป็นบุตรของนายประสิทธิ์ และขอให้แพทย์ตรวจพิสูจน์ความเป็นทายาทตามรายงานประจำวันเอกสารหมาย ร.14 พันตำรวจโทพรชัย สุธีรคุณแพทย์ประจำสถาบันนิติเวชวิทยา สำนักงานแพทย์ใหญ่ กรมตำรวจเบิกความว่า พันตำรวจโทภานุวัฒน์

ฐิตะมาดี ส่งศพนายประสิทธิ์มาพร้อมตัวอย่างเลือดของนางมยุราและผู้ร้องเพื่อให้ตรวจยีนพันธุกรรม พยานตรวจเปรียบเทียบความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ลูกทั้งสามคนแล้วได้ผลการตรวจสารพันธุกรรมเปรียบเทียบสรุปได้ว่าบุคคลทั้งสามมีความสัมพันธ์เป็นพ่อแม่ลูกกัน ตามรายงานตรวจพิสูจน์เอกสารหมาย ร.9 นางมยุรา นายโอฬาร หิรัญโอภาสวงศ์ พี่ชายร่วมบิดามารดาเดียวกับนางมยุรา นางสาวเนียนนารถ คนหาร บุตรนางเนืองซึ่งบิดานายประสิทธิ์ยกนายประสิทธิ์ให้นางเนืองเลี้ยงดูมาแต่เล็กและร่วมกันไปสู่ขอจัดพิธีแต่งงานให้นายประสิทธิ์กับนางมยุราเบิกความยืนยันข้อเท็จจริงตรงกันว่าผู้ร้องเป็นบุตรนายประสิทธิ์และนางมยุรา นอกจากนี้นายประวิทย์ แซ่ลิ้ม เพื่อนบ้านรู้จักนางมยุรามาแต่รุ่นบิดามารดานางมยุรานานประมาณ 30 ปี

เบิกความว่าเห็นนายประสิทธิ์มาหาผู้ร้องเรียกกันว่าพ่อลูก นายปรีชาน้องนางสาวเนียนนารถซึ่งเคยทำงานและพักอาศัยอยู่บ้านเดียวกับนายประสิทธิ์เบิกความว่านายประสิทธิ์เคยใช้ให้พยานเอาเงินไปให้ผู้ร้องในฐานะที่เป็นบุตรประจำ ส่วนผู้คัดค้านนำพยานมาเบิกความรับว่านายประสิทธิ์เคยแต่งงานกับนายมยุราแต่ไม่นานก็เลิกกัน นายประสิทธิ์ไม่มีบุตรและอยู่คนเดียวมาตลอด พยานผู้คัดค้านส่วนใหญ่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องเป็นญาติกับผู้คัดค้าน แต่ไม่คุ้นเคยกับผู้ร้องกับนางมยุราเพื่อนบ้านที่อ้างเป็นพยานคนกลางก็จะเบิกความทำนองว่านายประสิทธิ์ไม่เคยเล่าเรื่องส่วนตัวของนายประสิทธิ์ให้ฟัง เห็นนายประสิทธิ์อยู่บ้านคนเดียวไม่มีครอบครัว ซึ่งไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่าผู้ร้องมิใช่บุตรนายประสิทธิ์ ข้อฎีกาของผู้คัดค้านเกี่ยวกับเรื่องการแจ้งข้อมูลการตรวจพิสูจน์หลักฐานเกี่ยวกับบุคคลและความเป็นพ่อแม่ลูกของนางมยุราซึ่งอ้างว่ามีข้อพิรุธรวมทั้งความเห็นของแพทย์อื่นตามเอกสารที่อ้างมาท้ายฎีกานั้นผู้คัดค้านมิได้ถามค้านให้ปรากฏเมื่อพันตำรวตโทพรชัยพยานโจทก์มาเบิกความ

ศาลฎีกาจึงไม่รับฟังข้ออ้างของผู้คัดค้านดังกล่าว พยานหลักฐานของผู้ร้องที่นำสืบมีน้ำหนักดีกว่าพยานหลักฐานของผู้คัดค้าน ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าผู้ร้องเป็นบุตรสืบสายโลหิตของนายประสิทธิ์ สมบูรณ์เจียร ผู้ตาย สำหรับพฤติการณ์ที่นายประสิทธิ์แสดงออกโดยเปิดเผยแก่บุคคลทั่วไปรับรองว่าผู้ร้องเป็นบุตรนั้น เห็นว่า บิดานายประสิทธิ์ยกนายประสิทธิ์ให้นางเนืองไปเลี้ยงดูแต่เด็ก เมื่อมารดาถึงแก่ความตายนายประสิทธิ์มิได้พักอาศัยอยู่กับบิดาญาติพี่น้องข้างบิดารวมทั้งผู้คัดค้านเป็นเวลาหลายปี แม้ไม่ปรากฏขอเท็จจริงชัดเจนว่านายประสิทธิ์มีพฤติการณ์แสดงออกต่อญาติข้างบิดาและเพื่อนบ้านแถวบ้านพักนายประสิทธิ์ซึ่งอยู่ต่างท้องที่กันรับรองว่าผู้ร้องเป็นบุตร แต่นายประสิทธิ์ได้แสดงออกต่อญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านของนางมยุราที่แขวงบุคคโล

เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นภูมิลำเนาของนางมยุราถึงพฤติการณ์ดังกล่าว ถือได้ว่ามีพฤติการณ์ที่รู้กันอยู่ทั่วไปตลอดมาว่าผู้ร้องเป็นบุตรนายประสิทธิ์แล้ว ส่วนฎีกาข้ออื่นของผู้คัดค้านไม่เป็นสาระสำคัญอันจะทำให้ผลการวินิจฉัยเปลี่ยนแปลงไป ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้นต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของผู้คัดค้านทุกข้อฟังไม่ขึ้น"

Matter details

Panel of judges
สุรภพ ปัทมะสุคนธ์ · วิรัช ลิ้มวิชัย · วสันต์ ตรีสุวรรณ
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4269/2565

แม้จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสามจะมิได้ยกปัญหาว่าฟ้องโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมายขึ้นอ้างในคำให้การ แต่กรณีเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสามจึงยกขึ้นฎีกาได้ตาม ป.ว…

Supreme Court Judgment No. 1646/2549

ผู้ร้องเกิดเมื่อกลางปี 2516 นับถึงวันยื่นคำร้องเป็นเวลาเกือบ 30 ปี เหตุการณ์ในช่วงเวลาจัดพิธีสมรสและการตั้งครรภ์ไม่มีหลักฐานปรากฏวันเดือนปีที่แน่นอนเป็นเรื่องคาดคะเนเอาโดยประมาณจึงอาจผิดพลาดคลาดเคลื่อ…

Supreme Court Judgment No. 2573/2518

ชายข่มขืนชำเราหญิงอายุ 15 ปี จนมีครรภ์คลอดบุตรศาลพิพากษาว่าเด็กเป็นบุตรของชายตามฟ้องของหญิง ให้ใช้นามสกุลชายให้เด็กอยู่กับหญิงและให้หญิงเป็นผู้ปกครองเด็กให้ค่าอุปการะเลี้ยงดูจนอายุ 20 ปี ให้ใช้ค่าเสีย…

Supreme Court Judgment No. 3881/2568

หนี้ที่ถึงกำหนดชำระตาม ป.พ.พ. มาตรา 729/1 วรรคหนึ่ง หมายถึง หนี้ที่คู่สัญญาตกลงกำหนดเวลาที่ลูกหนี้ต้องชำระตามข้อตกลงในสัญญา และถึงกำหนดเวลาชำระหนี้แล้ว โดยมิต้องคำนึงว่าเจ้าหนี้จะสามารถใช้สิทธิเรียกร้…

Supreme Court Judgment No. 3119/2568

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ ด. บิดาโจทก์ถึงแก่ความตาย โจทก์เป็นผู้สืบสันดานของ ด. ผู้ตาย ขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 291 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โดยข้อเท็จจริงฟังเป็นย…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up