คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้ สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาปรับจำเลยในข้อหากระทำผิดต่อพระราชบัญญัติป่าไม้ และให้ริบไม้พร้อมด้วยรถยนต์หมายเลขทะเบียน ก.จ.๐๕๕๗๘ ที่ใช้บรรทุกซึ่งเป็นของกลาง คดีถึงที่สุด
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่ารถยนต์ของกลางที่ศาลสั่งริบเป็นของผู้ร้อง ขอให้คืนรถยนต์ของกลางแก่ผู้ร้อง โจทก์คัดค้าน วันนัดไต่สวนคำร้อง ทนายผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องและพยานไม่มาศาลโดยไม่ทราบว่าเป็นเพราะเหตุใด ขอเลื่อนการพิจารณาคดีไปสัก ๓-๔ วัน ศาลสอบโจทก์แล้วแถลงไม่คัดค้าน
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้เลื่อนและถือว่าผู้ร้องไม่มีพยานมาสืบตามฟ้องให้ยกคำร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนคำร้องของผู้ร้องและมีคำสั่งต่อไป
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ในวันนัดไต่สวนคำร้อง ทนายผู้ร้องก็มาศาลและยื่นคำร้องขอเลื่อน การที่ผู้ร้องและพยานผู้ร้องไม่มาศาลตามนัด โดยทนายผู้ร้องไม่ทราบเหตุขัดข้องนั้น จะถือเหตุเพียงเท่านี้ว่าเป็นความผิดของผู้ร้องและพยานผู้ร้องที่ไม่แจ้งเหตุผลให้ทนายผู้ร้องทราบยังไม่ได้ เพราะเป็นการขอเลื่อนการพิจารณาไปสัก ๓-๔ วัน เท่านั้น ทั้งโจทก์ก็ไม่คัดค้าน เช่นนี้ เมื่อไม่ปรากฏพฤติการณ์ว่ามีเหตุที่จะแสดงว่าผู้ร้องมีเจตนาจงใจแกล้งประวิงคดี และประกอบกับเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม จึงสมควรอนุญาตให้ผู้ร้องเลื่อนคดีการไต่สวนคำร้องได้
Result
พิพากษายืน