คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยขับรถสาธารณะชนนางซิ้มหรือกีตายโดยประมาท จำเลยไม่ได้รับอนุญาตให้ขับขี่รถยนต์ได้ จำเลยเพียงหัดขับยังไม่มีความชำนาญและมีกายพิการแขนขวาลีบ โดยความไม่ชำนาญและจำเลยขับรถปีนทางเดินเท้าด้านซ้ายของทางเมื่อเวลาสวนกับรถยนต์คันอื่นและรถจำเลยตกหลุมกะดอนหลายครั้งเป็นเหตุน่าหวาดเสียว จำเลยควรหยุดขับให้คนขับขับต่ไป จำเลยขัดขืนต่อไปจนชนผู้ตายด้วยความประมาท ขอให้ลงโทษ จำเลยต่อสู้ว่าจำเลยขับขี่รถยนต์เป็นและขี่มานานแล้ว วันเกิดเหตุจำเลยได้ขับขี่ด้วยความระมัดระวังพอสมควรแก่วิสัยปกติชน แต่เป็นความผิดของผู้ตายที่วิ่งข้ามถนนตัดหน้ารถยนต์ที่จำเลยขับขี่อยู่ในระยะกระชั้นชิด เจ้าพนักงานสั่งไม่ฟ้องได้แต่ปรับจำเลยฐานขับขี่รถยนต์ฐานไม่มีใบอนุญาต
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม ก.ม.อาญา ม.๒๕๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม ให้จำคุกจำเลย ๓ ปี
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าแม้คดีนี้จำเลยได้ขับขี่รถยนต์คันที่โจทก์ฟ้องโดยไม่ได้รับอนุญาตให้ขับขี่ได้ ซึ่งตาม ก.ม.อาญา ม.๔๓ ถือว่าผู้ฝ่าฝืน ก.ม.เช่นนี้กระทำโดยประมาทก็ตาม แต่การที่จะลงโทษจำเลยฐานทำให้คนตายโดยประมาทตามฟ้องนั้น คดีจะต้องได้ความด้วยว่าเนื่องจากจำเลยกระทำฝ่าฝืน ก.ม.นี้เป็นเหตุให้รถยนต์ชนผู้ตายถึงแก่ความตาย คดีนี้โจทก์ไม่ได้สืบให้เห็นประจักษ์เลยว่าการที่รถซึ่งจำเลยเป็นผู้ขับและชนผู้ตายถึงแก่ความตายนี้เกิดโดยความประมาทปราศจากความระมัดระวังของจำเลย ที่ฟ้องกล่าวว่าจำเลยเพิ่งหัดขับรถยนต์ยังไม่มีความชำนาญและกายพิการแขนขวาลีบนั้น กลับได้ความว่าจำเลยขับรถเป็นมา ๓ ปีแล้ว และคราวนี้จำเลยขับโดยเรียบร้อย แขนลีบนั้นก็ไม่ถึงกับใช้แขนนั้นไม่ได้เสียทีเดียว ข้อเท็จจริงอื่น ๆ ที่โจทก์นำสืบก็ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยขับรถโดยประความไม่ชำนาญเมื่อได้ความว่าการตายของนางกีนี้มิได้เกิดขึ้นโดยความประมาทของจำเลยแล้วจะฟังว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้องไม่ได้
Result
พิพากษายืน.