Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1662/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยแย่งอาวุธปืนของกลางมาจากพวกของจำเลยซึ่งทะเลาะวิวาทกันและยึดถือไว้ชั่วขณะหนึ่งเพื่อบรรเทาเหตุการณ์ร้ายแรงซึ่งอาจเกิดขึ้น ดังนี้เป็นการยึดถือไว้ชั่วคราวจึงไม่ใช่มีอาวุธปืนของกลางไว้ในครอบครอง และจำเลยไม่ได้พาอาวุธปืนของกลางเคลื่อนที่ไป จึงไม่ใช่พาอาวุธปืนของกลางไปในที่สาธารณสถาน

Provisions the court ruled on

ป.อ. Section 371 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 Section 7 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 Section 8

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490มาตรา 7, 8, 72, 72 ทวิ คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินฉบับที่ 44 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519 ข้อ 3, 6, 7 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 371, 91 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา(ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4 และริบของกลางจำเลยให้การว่า เพื่อนของจำเลยชกต่อยและชักอาวุธปืนจะยิงกันจำเลยจึงเข้าห้ามและยึดอาวุธปืนของกลางไว้ชั่วคราวศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ คำสั่งคณะปฏิรูปฯข้อ 3, 6, 7 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371, 91 ฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

จำคุก 2 ปี ฐานพกพาอาวุธปืนจำคุก 1 ปี รวมเป็น 3 ปี ลดโทษหนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี ของกลางริบจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "แม้เจ้าพนักงานตำรวจจับและยึดอาวุธปืนของกลางได้จากจำเลยขณะที่จำเลยถืออยู่ ก็มีข้อต้องพิจารณาประการแรกว่าจำเลยมีเจตนายึดถือครอบครองอาวุธปืนของกลางดังกล่าวหรือไม่ ปรากฏตามคำเบิกความของร้อยตำรวจเอกสืบพงศ์จันทร์ศรี และจ่าสิบตำรวจธีระเดช คงเนียม พยานโจทก์ผู้จับกุมจำเลยว่า ขณะจับจำเลยนั้น จำเลยถืออาวุธปืนของกลาง ปากกระบอกชี้ลงพื้น ยืนอยู่กับพวกจำเลย 4-5 คน ที่ระเบียงโรงแรมเมื่อถูกจับจำเลยปฏิเสธในทันทีว่าไม่ใช่อาวุธปืนของจำเลยและตามบันทึกการจับกุมเอกสารหมาย

จ.1 ว่าขณะนั้นจำเลยกับพวกกำลังวิวาทกัน ตามคำเบิกความของพยานโจทก์ทั้งสองดังกล่าวแสดงว่าก่อนทำการจับกุมนั้น จำเลยกับพวกยังมีข้อโต้แย้งกันอยู่จำเลยนำสืบนายธีระชัย จันทร์ชูกลิ่น และนายพิจารณ์ โสรพันเป็นพยาน พยานทั้งสองเบิกความว่าคืนเกิดเหตุขณะที่จำเลยเข้าไปหลับนอนกับผู้หญิงในห้อง ๆ หนึ่ง นายเคี้ยงกับนายพิจารณ์พวกของจำเลยซึ่งดื่มสุราอยู่ที่ห้องสำหรับดื่มสุราได้เกิดทะเลาะโต้เถียงท้าทายกันขึ้น จากนั้นบุคคลทั้งสองได้ออกไปนอกห้องและชกต่อยกัน นายพิจารณ์ชักอาวุธปืนของกลางจะยิงนายเคี้ยงนายอู๊ดซึ่งเป็นคนขับรถของนายเคี้ยงจึงไปเคาะประตูเรียกจำเลยและแจ้งเหตุให้ทราบ จำเลยได้ออกมาจากห้องโดยนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวเข้าห้ามปรามนายเคี้ยงกับนายพิจารณ์ซึ่งกำลังยื้อแย่งอาวุธปืนของกลางกัน

จำเลยแย่งอาวุธปืนของกลางไว้ได้ แต่ในระหว่างที่จำเลยไกล่เกลี่ยให้คู่กรณีเลิกแล้วต่อกันนั้นเอง เจ้าพนักงานตำรวจก็เข้ามาจับกุมจำเลยและยึดอาวุธปืนของกลาง พยานจำเลยทั้งสองปากนี้เบิกความต้องคำกันว่าอาวุธปืนของกลางมิใช่เป็นของจำเลยแต่เป็นของนายพิจารณ์ซึ่งนายพิจารณ์ก็รับว่าเป็นอาวุธปืนของตนโดยมิได้เกรงต่อความผิดที่พยานอาจได้รับคำพยานจำเลยจึงมีน้ำหนัก นอกจากนี้ปรากฏว่าเมื่อเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลย จำเลยได้ให้การปฏิเสธในทันทีทันใดว่าอาวุธปืนของกลางมิใช่เป็นของจำเลย การที่จำเลยมิได้แจ้งต่อเจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมว่าจำเลยได้อาวุธปืนมาด้วยวิธีใดนั้นอาจเป็นเพราะจำเลยกำลังตกใจต่อเหตุการณ์หรือไม่มีเจ้าพนักงานตำรวจผู้ใดซักถามก็เป็นได้

จะถือว่าการกระทำของจำเลยเป็นพิรุธหาได้ไม่อีกประการหนึ่งตามข้อเท็จจริงได้ความว่าขณะที่จำเลยถูกจับกุมนั้นจำเลยนุ่งผ้าเช็ดตัวเพียงผืนเดียวแสดงให้เห็นว่าการที่จำเลยออกมาจากห้องโดยลักษณะการแต่งกายเช่นนั้น จำเลยมีความประสงค์จะมาห้ามปรามพวกของจำเลยซึ่งทะเลาะวิวาทกัน ฉะนั้นถ้าหากว่าอาวุธปืนของกลางเป็นของจำเลยหรือจำเลยมีไว้ในความครอบครองแล้วก็ไม่มีเหตุผลที่จำเลยจะนำอาวุธปืนของกลางติดตัวออกมานอกห้องด้วยทั้ง ๆ ที่ปืนนั้นไม่มีกระสุนปืนบรรจุอยู่ เพราะจำเลยทราบล่วงหน้าว่าเป็นพวกของจำเลยทะเลาะกันเองมิใช่ทะเลาะวิวาทกับบุคคลอื่นจนถึงขั้นจะใช้อาวุธปืน สำหรับข้อที่จำเลยไม่ยอมให้การชั้นจับกุมก็เป็นวิธีการที่กฎหมายเปิดโอกาสให้กระทำได้โดยชอบธรรมหาเป็นการผิดวิสัยแต่อย่างใดไม่

คดีฟังได้ว่าอาวุธปืนของกลางที่เจ้าพนักงานตำรวจจับและยึดได้จากจำเลยนั้น จำเลยแย่งมาได้จากพวกของจำเลยซึ่งทะเลาะวิวาทกัน การที่จำเลยยึดถืออาวุธปืนของกลางไว้ตามพฤติการณ์ดังกล่าวเพียงชั่วขณะหนึ่งโดยมีเจตนาที่จะบรรเทาเหตุการณ์ร้ายแรงซึ่งอาจเกิดขึ้น เป็นการยึดถือไว้ชั่วคราว จำเลยจึงไม่ใช่เป็นผู้มีอาวุธปืนของกลางไว้ในครอบครอง สำหรับความผิดฐานพาอาวุธปืนของจำเลยไม่ได้พาอาวุธปืนของกลางเคลื่อนที่ไปไหน จึงยังไม่พอฟังว่าจำเลยได้พาอาวุธปืนไปในที่สาธารณสถานตามฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สุพจน์ นาถะพินธุ · วิศิษฏ์ ลิมานนท์ · วีระชัย สูตรสุวรรณ
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2802/2567

แม้โจทก์ฟ้องว่า ปืนแบลงค์กันของกลางเป็นอาวุธปืนที่ใช้ยิงทำอันตรายแก่ร่างกายได้ และจำเลยให้การรับสารภาพ และศาลอาจพิพากษาลงโทษจำเลยตามฟ้องได้โดยไม่ต้องสืบพยานหลักฐานต่อไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 176 วรรคหนึ่ง…

Supreme Court Judgment No. 4336/2565

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ฐานพาอาวุธปืน และฐานพยายามฆ่าผู้อื่น ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ,…

Supreme Court Judgment No. 2893/2562

การที่จำเลยที่ 1 ยิงปืนเพื่อข่มขู่ผู้เสียหายเป็นการยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชน อันเป็นส่วนหนึ่งของความผิดฐานใช้อาวุธปืนยิงพยายามฆ่าผู้เสียหายอยู่ในตัว จึงเป็นการกระ…

Supreme Court Judgment No. 692/2561

ป.อ. มาตรา 140 วรรคสาม บัญญัติให้ผู้กระทำความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยมีอาวุธปืนต้องได้รับโทษหนักกว่าโทษตามที่กฎหมายบัญญัติในสองวรรคก่อนกึ่งหนึ่ง ก็เพื่อคุ้มครองความปลอดภ…

Supreme Court Judgment No. 12802/2558

เมื่อผู้เสียหายทั้งสองยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ตนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 คำร้องดังกล่าวย่อมถือเป็นส่วนหนึ่งของคดีอาญาและไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมตาม ป.วิ.อ. มาตรา 253 วรรคหนึ่ง เมื…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up