คำฟ้องและคำให้การ
ได้ความว่าจำเลยนำความซึ่งรู้อยู่ว่าเป็นเท็จไปแจ้งต่อเจ้าพนักงานว่า ส.ลักรถจักรยานของจำเลยไป เจ้าพนักงานหลงเชื่อจึงไปจับตัว ส.มากักขังไว้เพื่อทำการไต่สวน ศาลล่างทั้ง ๒ พิพากษาว่าจำเลยมีผิดตามมาตรา ๑๕๘ กะทงเดียว อ้างฎีกาที่ ๙๑๖,๙๑๗/๒๔๖๗ โจทก์ฎีกาว่า จำเลยควรมีผิดตามมาตรา ๒๗๐ ด้วย อ้างฎีกาที่ ๕๘๒/๒๔๗๗
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่า รูปคดีมีข้อเท็จจริงตรงกับฎีกาที่ ๙๑๖-๙๑๗/๒๔๖๗ ซึ่งวินิจฉัยว่ามีความผิดตามมาตรา ๑๕๘ กะทงเดียว จำเลยจึงไม่ควรมีความผิดฐานทำให้เสื่อมเสียอิสรภาพตามมาตรา ๒๗๐ ฎีกาที่โจทก์อ้างเป็นเรื่องบอกให้เจ้าพนักงานจับโจทก์โดยไม่มีมูลรูปคดีไม่ตรงกัน
Result
จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์