คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยโอนขายที่นาให้โจทก์ตามสัญญาจำเลยต่อสู้ว่า เป็นเรื่องกู้เงิน แล้วมอบนาให้ทำกินต่างดอกเบี้ย ไม่เคยตกลงขายให้โจทก์ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาต่อมาศาลฎีกาเห็นว่า สัญญากู้มีใจความว่า จำเลยได้กู้เงินโจทก์ไป 450 บาท สัญญาจะใช้คืนภายในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2492 และตามสัญญากู้ข้อ 4 จำเลยได้นำนาแปลงพิพาทมาให้โจทก์ยึดถือไว้เป็นประกันโดยมีบันทึกว่า "นารายนี้ข้าพเจ้าไม่นำต้นเงินและดอกเบี้ยมาให้ท่านตามสัญญานี้ ข้าพเจ้ายอมโอนที่นารายนี้ให้แก่ท่านเป็นกรรมสิทธิ์" ศาลฎีกาได้พิเคราะห์แล้วเห็นว่าสัญญาฉบับที่กล่าวเป็นสัญญากู้หนี้ธรรมดา จึงต้องบังคับตามกฎหมายว่าด้วยยืมใช้สิ้นเปลืองตาม
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 650 เรื่องนี้เป็นเรื่องกู้ยืมเงินแต่ตกลงกันล่วงหน้าว่า ถ้าไม่ชำระหนี้ภายในกำหนดยอมโอนที่นาให้เป็นกรรมสิทธิ์ เป็นการเอาทรัพย์สินอย่างอื่นชำระหนี้แทนเงินกันทีเดียว โดยมิได้คำนึงราคาที่นาเสียเลยเช่นนี้จึงเป็นการฝ่าฝืนตามมาตรา 656 วรรค 2 ตกเป็นโมฆะตามข้อความในวรรค 3 โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะขอให้ศาลบังคับจำเลยตามข้อสัญญาดังกล่าวนั้นได้จึง
Result
พิพากษายืน