คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้
โจทก์ฟ้องเรียกนาพิพาทจากจำเลยผู้เป็นอาว์ โดยอ้างว่าเป็นมรดกของบิดาโจทก์ตกได้แก่โจทก์ จำเลยต่อสู้ว่า บิดาโจทก์ขายนาพิพาทแก่จำเลยประมาณ ๓๐ ปีแล้ว และตัดฟ้องว่า คดีจขาดอายุความมรดก ศาลชั้นต้นเชื่อว่า บิดาโจทก์ขายนาพิพาทแก่จำเลยจริง จึงพิพากษายกฟ้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรพิพากษากลับให้จำเลยคืนนาพิพาทให้โจทก์ ฯลฯ
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา, ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า บิดาโจทก์ไม่ได้ขายนาพิพาทให้จำเลย จำเลยครอบครองนาพิพาท โดยอาศัยสิทธิของบิดาโจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยคืนนาพิพาทให้โจทก์ชอบแล้ว. ที่จำเลยยกอายุความมรดกขึ้นตัดฟ้องโจทก์นั้น หาฟังได้ไม่ เพราะคดีนี้ไม่ใช่เรื่อง-โจทก์ฟ้องขอแบ่งมรดกบิดาจากจำเลย แต่เป็นเรื่องที่โจทก์ฟ้องเรียกนาขงอบิดาโจทก์ ซึ่งจำเลยยึดถือไว้
อนึ่งจำเลยเป็นน้อง จึงหามีสิทธิได้รับมรดกของบิดา โจทก์ไม่ จึงยกอายุความขึ้นต่อสู้โจทก์ไม่ได้ ฯลฯ ฯลฯ
Result
จึงพิพากษายืน.