Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1692/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การที่โจทก์นำบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีไปเก็บไว้ที่โกดังของบริษัทอื่นซึ่งมิใช่สถานที่ประกอบธุรกิจของโจทก์อันเป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 285 นั้นเมื่อบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีดังกล่าวถูกเพลิงไหม้ โจทก์จะอ้างเอาเหตุอันเนื่องจากการฝ่าฝืนกฎหมายของโจทก์มาเป็นเหตุที่ไม่อาจส่งบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีให้เจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบตามหมายเรียกหาได้ไม่ และเมื่อสำเนาเอกสารต่าง ๆ ที่โจทก์ส่งให้เจ้าพนักงานประเมินไม่มีรายละเอียดเพียงพอที่จะคำนวณหากำไรสุทธิของโจทก์เพื่อประเมินภาษีได้ เจ้าพนักงานประเมินย่อมมีอำนาจประเมินโดยอาศัย ป.รัษฎากร มาตรา 71(1).

Provisions the court ruled on

ป.รัษฎากร Section 19 ป.รัษฎากร Section 71 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 285 Section 13

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบกิจการขายหมู ได้จัดทำเอกสารทางบัญชีต่าง ๆ ไว้ครบถ้วนถูกต้อง แต่ได้เกิดเพลิงไหม้สถานที่ที่โจทก์ใช้เป็นทีเก็บเอกสารบัญชี ทำให้บัญชีและเอกสารหลักฐานดังกล่าวถูกเพลิงไหม้ ต่อมาเจ้าพนักงานประเมินได้ออกหมายเรียกตรวจสอบการเสียภาษีของโจทก์ โจทก์ได้ส่งเอกสารเท่าที่มีอยู่ให้เจ้าพนักงานประเมินได้อาศัยอำนาจตามมาตรา 71 (1) สั่งให้โจทก์เสียภาษีเงินได้ในอัตราร้อยละ 5 ของยอดรายรับหรือยอดขายก่อนหักรายจ่ายใด ๆ รวมค่าภาษีเป็นเงิน 9,647,047 บาท โดยอ้างเหตุผลว่าโจทก์ไม่สามารถนำบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีมาให้ตรวจสอบได้ครบถ้วน สำเนาเอกสารบางส่วนที่นำไปมอบให้นั้นไม่เพียงพอที่จะคำนวณหากำไรสุทธิได้

โจทก์ได้อุทธรณ์ คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์ โจทก์เห็นว่าการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย เจ้าพนักงานประเมินไม่มีอำนาจที่จะประเมินตามมาตรา 71 (1)เพราะการที่โจทก์ไม่สามารถส่งเอกสารได้ก็เพราะเหตุสุดวิสัย ขอให้เพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยจำเลยให้การว่า โจทก์มีหน้าที่ต้องเก็บบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีไว้ ณ สถานการค้าของโจทก์ แต่ปรากฏว่าโจทก์นำไปเก็บไว้ที่บริษัทอื่น โดยมิได้แจ้งให้เจ้าพนักงานประเมินทราบล่วงหน้าตามมาตรา 83 ตรี โจทก์มิได้แสดงหรือแจ้งว่ามีเอกสารที่เกี่ยวข้องอยู่บ้าง และเจตนาจะส่งให้เจ้าพนักงานตรวจสอบแต่อย่างใดเอกสารที่โจทก์ส่งมาไม่เพียงพอที่จะคำนวณหากำไรสุทธิของกิจการโจทก์ได้จึงจำเป็นต้องทำการประเมินตามมาตรา 71 (1)

โจทก์จะอ้างเอาการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมายมาเป็นเหตุสุดวิสัยว่าไม่อาจส่งบัญชีและเอกสารให้เจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบหาได้ไม่ ขอให้ยกฟ้องศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "ข้อต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์มีว่า การประเมินของเจ้าพนักงานประเมิน และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ชอบหรือไม่

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ว่าการประเมินภาษีอากรโจทก์โดยอาศัยมาตรา 71 (1) แห่งประมวลรัษฎากรไม่ชอบ โดยอ้างเหตุว่าโจทก์ส่งบัญชีเอกสารให้เจ้าพนักงานประเมินไม่ได้ เนื่องจากบัญชีเอกสารถูกเพลิงไหม้ และโจทก์ได้ส่งเอกสารให้เจ้าพนักงานประเมินบางส่วนซึ่งเพียงพอจะประเมินโดยวิธีอื่นได้นอกจากนี้ไม่ได้ประเมินตามวิธีการที่อธิบดีกรมสรรพากรได้วางไว้เห็นว่าเหตุประการแรกที่โจทก์ว่าไม่ต้องส่งบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชี เนื่องจากถูกเพลิงไหม้ ปรากฏว่าบริษัทโจทก์ดำเนินกิจการจำหน่ายพ่อแม่หมูพันธุ์อันเป็นธุรกิจขายสินค้าที่จะต้องจัดทำบัญชีตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 285 เรื่องการบัญชีโจทก์ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีต้องเก็บรักษาบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีไว้

ณ สถานที่ประกอบธุรกิจนั้น ถ้าจะเก็บรักษา ณ สถานที่อื่นโจทก์ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีจะต้องขออนุญาตต่อสารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชี ดังที่กำหนดไว้ในข้อ 13 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนั้น มิฉะนั้นมีความผิดต้องรับโทษ การที่โจทก์นำบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีไปเก็บไว้ที่โกดังของบริษัทนครหลวงฟาร์ม จำกัดซึ่งมิใช่สถานที่ประกอบธุรกิจของโจทก์ เป็นเรื่องที่โจทก์กระทำการฝ่าฝืนข้อห้ามตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับดังกล่าวเมื่อเกิดเพลิงไหม้เป็นเหตุให้บัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีที่นำไปเก็บไว้ถูกเพลิงไหม้ โจทก์จะอ้างเอาเหตุอันเนื่องจากการฝ่าฝืนกฎหมายของโจทก์มาเป็นเหตุที่ไม่อาจส่งบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีให้เจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบตามหมายเรียกหาได้ไม่เหตุประการที่สองโจทก์อ้างว่า โจทก์ได้ส่งเอกสารให้เจ้าพนักงานประเมินบางส่วนซึ่งเพียงพอจะประเมินวิธีอื่นได้นั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าตามคำเบิกความของนางวัฒนาเกิดหล้า เจ้าพนักงานของจำเลยซึ่งเป็นผู้ไต่สวนเพื่อเรียกเก็บภาษีรายนี้เบิกความว่าโจทก์ได้มอบอำนาจให้นางสาวสุจินดา ลินมาชวดี มาให้ถ้อยคำเพื่อจะทราบว่าโจทก์ประกอบกิจการค้าอะไรบ้าง นางสาวสุจินดา ไม่ได้นำเอกสารทางบัญชีไปมอบให้แต่อ้างว่าถูกเพลิงไหม้หมด ต่อมาได้ไต่สวนนางสาวสุจินดาอีกนางสาวสุจินดา ได้มอบสำเนาบันทึกประจำวันที่แจ้งว่าเอกสารทางบัญชีถูกเพลิงไหม้ ต่อมานางวัฒนาได้มอบเรื่องให้เจ้าพนักงานคนอื่นดำเนินการต่อไป ซึ่งปรากฏจากคำเบิกความของนางสาวสมจิตรโรจน์รุ่งสัตย์ ที่ดำเนินการไต่สวนต่อว่า ได้ติดต่อกับผู้รับมอบอำนาจของโจทก์เพื่อขอเอกสารทางบัญชีหลายครั้ง ได้รับแจ้งว่าถูกเพลิงไหม้หมดคงได้รับแบบที่โจทก์ยื่นต่อกรมสรรพากร

คือ ภ.ง.ด.1กหักภาษี ณ ที่จ่ายเกี่ยวกับเงินเดือน แต่ไม่ตรงกับค่าใช้จ่ายเงินเดือนที่โจทก์ลงไว้ในงบค่าใช้จ่ายอื่นประกอบแบบ ภ.ง.ด.50ทั้งดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมที่โจทก์ยื่นไว้ในแบบ ภ.ง.ด. 50 ไม่ตรงกับที่โจทก์ยื่นเสียภาษีการค้าเจ้าพนักงานไม่สามารถประเมินได้ จึงได้ยุติเรื่องภาษีหัก ณ ที่จ่ายและรายรับเกี่ยวกับดอกเบี้ยให้กู้ยืมส่วนภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ประเมินตามมาตรา 71 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ผู้รับมอบอำนาจของโจทก์ไม่เห็นด้วย และได้นำเอกสารทางบัญชีบางส่วนเป็นดอกเบี้ยตั๋วเงินบางส่วนที่รับ สำเนาบัญชีเดินสะพัด บัญชีลูกหนี้เดินสะพัด บัญชีลูกหนี้รายตัวทั้งยังขอผัดส่งเอกสารอีก เมื่อถึงกำหนดก้ได้ส่งสำเนาเอกสารต่าง

ๆ ปรากฏว่าไม่มีรายละเอียดข้อเท็จจริงหรือเอกสารใด ๆ ประกอบ มีแต่เพียงตัวเลข เจ้าพนักงานประเมินเห็นว่าเอกสารทั้งหมดของโจทก์ไม่พอที่จะคำนวณหากำไรสุทธิได้ จากคำพยานของจำเลยดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าโจทก์ไม่พยายามที่จะส่งเอกสารทางบัญชีให้เจ้าพนักงานประเมินเอง เพียงแต่แจ้งว่าถูกเพลิงไหม้หมด จนผลสุดท้ายเมื่อเจ้าพนักงานประเมินจะทำการประเมินตามมาตรา 71 (1) แห่งประมวลรัษฎากรจึงได้ส่งสำเนาเอกสารต่าง ๆ แต่คงมีแต่ตัวเลขไม่มีรายละเอียดเพียงพอจะหากำไรสุทธิของโจทก์ได้แม้แต่นางสาวสุจินดาลินมาชวดี พยานโจทก์ก็เบิกความรับว่าเอกสารที่โจทก์ส่งมอบให้แก่เจ้าพนักงานประเมินนั้น ตามหลักบัญชียังไม่สามารถเชื่อถือได้ว่ามีค่าใช้จ่ายตามที่โจทก์แจ้งและไม่เพียงพอที่จะคำนวณหากำไรสุทธิของโจทก์ประจำปีภาษีนั้น ๆ เห็นได้ชัดว่าเอกสารต่าง ๆ ที่โจทก์ส่งให้เจ้าพนักงานประเมินไม่เพียงพอที่จะคำนวณหากำไรสุทธิเพื่อประเมินภาษีได้ เจ้าพนักงานประเมินจึงประเมินโดยอาศัยมาตรา 71 (1)แห่งประมวลรัษฎากรชอบแล้ว..."

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
ก้าน อันนานนท์ · เดชา สุวรรณโณ · อุดม เฟื่องฟุ้ง
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1480/2549

ข้ออ้างของโจทก์ที่ว่าไม่สามารถแสดงใบกำกับภาษีได้ เนื่องจาก อ. ไม่ยอมส่งมอบบัญชีและเอกสารคืนโจทก์ และโจทก์ไม่สามารถขอใบแทนใบกำกับภาษีจากผู้ออกใบกำกับภาษีได้เพราะโจทก์ไม่ทราบว่ามีใบกำกับภาษีอะไรบ้างนั้น…

Supreme Court Judgment No. 9150/2560

บทบัญญัติแห่ง ป.รัษฎากร มิได้ห้ามเจ้าพนักงานประเมินแก้ไขการออกหมายเรียกที่ผิดพลาดให้ถูกต้องได้ เจ้าพนักงานประเมินยกเลิกหมายเรียกฉบับเดิมและออกหมายเรียกฉบับใหม่ เพราะเห็นว่าหมายเรียกฉบับเดิมมีข้อบกพร่อ…

Supreme Court Judgment No. 9302/2547

หลังจากจำเลยที่ 1 ได้ออกหมายเรียกตรวจสอบภาษีให้กรรมการโจทก์ไปพบและส่งบัญชีพร้อมทั้งเอกสารไปให้ตรวจสอบ โจทก์ส่งสมุดบัญชีแยกประเภทไปให้จำเลยที่ 1 เพียง 1 เล่ม และผู้รับมอบอำนาจโจทก์ได้แจ้งต่อเจ้าพนักงาน…

Supreme Court Judgment No. 7826/2543

การที่จำเลยไม่มาพบและส่งบัญชีเอกสารสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2537 ทำให้เจ้าพนักงานของโจทก์ไม่สามารถคำนวณกำไรสุทธิในรอบระยะเวลาบัญชีดังกล่าวได้ เจ้าพนักงานประเมินจึงอาศัยอำนาจตาม ป. รัษฎากรมาตรา 71 (1)…

Supreme Court Judgment No. 1038/2541

ป.รัษฎากรได้กำหนดอำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานประเมินกับคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ต่างหากจากกัน โดยเริ่มแรกหากเจ้าพนักงานประเมินมีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ใดแสดงรายการตามแบบที่ยื่นไว้ไม่ถูกต้องตรงความเป็นจร…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up