Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1692/2551

พ.ศ. 2551 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยทำหนังสือรับสภาพหนี้ยอมรับว่าเป็นหนี้โจทก์ โดยจะชำระหนี้ให้โจทก์เป็นสองงวด งวดที่ 1 ชำระภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2541 งวดที่ 2 ชำระภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2542 หากผิดนัดงวดใดงวดหนึ่งถือว่าผิดนัดทั้งหมดยอมให้โจทก์ฟ้องร้องดำเนินคดีได้ทันที ถือได้ว่าโจทก์และจำเลยตกลงกำหนดวิธีการชำระหนี้เงินที่ต้องชำระเพื่อผ่อนทุนคืนเป็นงวดๆ มีกำหนดจำนวนเงินและระยะเวลาจ่ายที่แน่นอน สิทธิเรียกร้องของโจทก์จึงมีกำหนดอายุความ 5 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/33 (2) เมื่อปรากฏว่าหลังจากทำหนังสือรับสภาพหนี้แล้วจำเลยผิดนัดไม่ชำระหนี้ให้โจทก์ตั้งแต่งวดแรก โจทก์จึงมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระได้ทั้งหมด อายุความเริ่มนับแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2541 ซึ่งเป็นวันที่โจทก์อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้เป็นต้นไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/12 แต่โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2549 จึงพ้นกำหนดอายุความ 5 ปี คดีโจทก์จึงขาดอายุความแล้ว

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อปี 2539 จำเลยซึ่งเป็นชาวไร่อ้อยที่ขอรับการส่งเสริมในกิจการปลูกอ้อยได้ตกลงทำสัญญาซื้อขายอ้อยให้แก่โจทก์ โดยโจทก์ออกเงินค่าใช้จ่ายในการปลูกอ้อยให้แก่จำเลย และเมื่อถึงฤดูกาลผลิตอ้อยจำเลยมีหน้าที่จะต้องตัดอ้อยนำส่งขายให้แก่โจทก์ โดยถือว่าเงินที่โจทก์ออกค่าใช้จ่ายในการปลูกอ้อยให้จำเลยนั้นเป็นเงินที่โจทก์จ่ายเป็นราคาซื้ออ้อยล่วงหน้า เมื่อจำเลยตัดอ้อยมาขายให้โจทก์ก็จะนำมาหักกลบลบหนี้กัน ต่อมาเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2540 โจทก์และจำเลยได้คิดบัญชีหักกลบลบหนี้กัน ปรากฏว่าจำเลยค้างชำระหนี้โจทก์เป็นเงิน 53,777.52 บาท จำเลยได้ทำหนังสือสัญญารับสภาพหนี้ให้ไว้แก่โจทก์ ตกลงผ่อนชำระหนี้ 2 งวด งวดที่ 1 จะชำระภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2541 เป็นเงิน 25,000 บาท และงวดที่ 2 จะชำระส่วนที่เหลืออีก 28,777.52 บาท

ภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2542 หากจำเลยผิดนัดงวดใดงวดหนึ่งให้ถือว่าผิดนัดชำระหนี้ทั้งหมด และยอมให้โจทก์เรียกดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันผิดนัดเป็นต้นไป ภายหลังทำหนังสือรับสภาพหนี้แล้วจำเลยไม่เคยชำระหนี้แก่โจทก์เลย โจทก์ทวงถามแล้วจำเลยผัดผ่อนเรื่อยมา ดอกเบี้ยนับแต่วันผิดนัดจนถึงวันฟ้องเป็นเวลา 8 ปีเศษ แต่โจทก์ขอคิดดอกเบี้ยเพียง 5 ปี นับแต่วันฟ้องย้อนหลังขึ้นไป เป็นเงินดอกเบี้ย 40,333.14 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 94,110.66 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงิน 53,777.52 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า โจทก์ในฐานะผู้ประกอบการค้าหรืออุตสาหกรรมได้ออกเงินทดรองจ่ายไปแทนจำเลยจึงต้องใช้สิทธิเรียกร้องภายในกำหนดอายุความ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 เมื่อจำเลยทำหนังสือรับสภาพหนี้ให้แก่โจทก์ ซึ่งโจทก์และจำเลยได้ตกลงเปลี่ยนแปลงวิธีการชำระหนี้ใหม่จากการตัดส่งอ้อยเพื่อชำระหนี้ให้แก่โจทก์เป็นให้จำเลยผ่อนชำระทุนคืนแก่โจทก์เป็นงวดๆ มีกำหนดจำนวนเงินที่แน่นอนและกำหนดวันที่จะต้องชำระหนี้ไว้ชัดแจ้ง กรณีต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/33 (2) ซึ่งมีอายุความ 5 ปี เมื่อนับระยะเวลานับแต่วันที่ 31 พฤษภาคม 2541 ซึ่งจำเลยผิดนัดชำระหนี้งวดแรกจนถึงวันฟ้องเป็นระยะเวลาเกินกว่า 5 ปี ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 53,777.52 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับจากวันที่ 21 พฤศจิกายน 2544 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นยุติว่า โจทก์จ่ายเงินและวัสดุอุปกรณ์ในการปลูกอ้อย เช่น ปุ๋ย ยาฆ่าแมลงและยาปราบวัชพืช เป็นต้น ให้แก่จำเลยเป็นทุนในการปลูกอ้อย โดยจำเลยสัญญาว่าเมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยวจำเลยจะนำอ้อยมาขายให้แก่โจทก์ โดยถือว่าเงินและสิ่งของที่โจทก์ให้จำเลยเป็นทุนในการปลูกอ้อยเป็นเงินค่าซื้ออ้อยล่วงหน้า เมื่อจำเลยส่งอ้อยให้โจทก์ก็คิดหักราคากัน ครั้นเมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยวอ้อยจำเลยไม่ได้นำอ้อยมาขายให้แก่โจทก์ตามสัญญา วันที่ 14 พฤษภาคม 2540 จำเลยได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ให้โจทก์ โดยยอมรับว่ามีหนี้ค้างชำระโจทก์อยู่เป็นเงิน 53,777.52 บาท ปรากฏตามหนังสือรับสภาพหนี้ มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยเพียงข้อเดียวว่า

คดีของโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า การที่โจทก์ออกทุนให้จำเลยไปปลูกอ้อยเมื่อคิดหักบัญชีกันแล้วยังเหลือเงินที่จำเลยต้องคืนให้แก่โจทก์เป็นเงิน 53,777.52 บาท เมื่อจำเลยมาทำหนังสือรับสภาพหนี้ยอมรับว่าเป็นหนี้โจทก์จำนวนดังกล่าว และในข้อ 2 ของหนังสือรับสภาพหนี้มีข้อตกลงว่า จำเลยจะชำระหนี้ให้โจทก์เป็น 2 งวด งวดที่ 1 ชำระเป็นเงิน 25,000 บาท ภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2541 และงวดที่ 2 ชำระส่วนที่เหลือทั้งหมดภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2542 หากผิดนัดงวดใดงวดหนึ่งถือว่าผิดนัดทั้งหมดยอมให้โจทก์ฟ้องร้องดำเนินคดีได้ทันที กรณีดังกล่าวถือได้ว่าโจทก์และจำเลยตกลงกำหนดวิธีการชำระหนี้โดยเรียกเอาจำนวนเงินที่ต้องชำระเพื่อผ่อนทุนคืนเป็นงวดๆ

มีกำหนดจำนวนเงินและระยะเวลาจ่ายที่แน่นอน สิทธิเรียกร้องของโจทก์จึงมีกำหนดอายุความ 5 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/33 (2) เมื่อปรากฏว่าหลังจากทำหนังสือรับสภาพหนี้จำเลยผิดนัดไม่ชำระหนี้ให้แก่โจทก์ตั้งแต่งวดแรกที่ต้องชำระภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2541 โจทก์จึงมีสิทธิเรียกร้องให้ชำระหนี้ได้ทั้งหมด อายุความเริ่มนับแต่วันที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้เป็นต้นไป ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/12 คือ วันที่ 1 มิถุนายน 2541 โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2549 จึงพ้นกำหนดอายุความ 5 ปี คดีโจทก์จึงขาดอายุความ ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น"

Result

พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์

Matter details

Panel of judges
ชาลี ทัพภวิมล · ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์ · คำนวน เทียมสอาด
Source
สำนักวิชาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2697/2548

บทบัญญัติ ป.พ.พ. มาตรา 1598/38 เป็นการกำหนดให้สิทธิแก่บิดามารดากับบุตรสามารถฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูระหว่างกันได้เท่านั้น ส่วนการดำเนินการร้องขอค่าอุปการะเลี้ยงดูมีบทบัญญัติมาตรา 1565 ซึ่งกำหนดให้พ…

Supreme Court Judgment No. 824/2545

โจทก์ในฐานะเป็นผู้ประกอบการค้าฟ้องเรียกค่าของคือโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่มีการส่งมอบให้แก่จำเลยแล้วตามสัญญาซื้อขายแม้โจทก์จะยินยอมให้จำเลยแบ่งชำระเป็นงวด ๆ ก็เป็นเพียงผ่อนชำระค่าสินค้าเป็นคราว ๆ เท่านั้น…

Supreme Court Judgment No. 1887/2541

จำเลยที่ 1 มีภูมิลำเนาอยู่ในกรุงเทพมหานครส่วนจำเลยที่ 2 มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดสมุทรปราการการเสนอคำฟ้องจึงต้องเสนอต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4(1) แต่คดีนี้จำเลย…

Supreme Court Judgment No. 1174/2568

ตามใบคำขอรับสินเชื่อจำเลยระบุว่าสมัครด้วยบัตรเครดิต ไม่ปรากฏว่าจำเลยตกลงรับสินเชื่อซื้อสินค้าและรับสินเชื่อเป็นเงินสด ตามคำฟ้องเป็นการใช้บัตรเครดิตชำระราคาสินค้าและเบิกถอนเงินสด แม้จำเลยสามารถเบิกถอนเ…

Supreme Court Judgment No. 332/2568

ในคดีผู้บริโภคปัญหาเกี่ยวกับเรื่องอายุความมิใช่ข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่ศาลจะยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตร…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up