คำฟ้องและคำให้การ
คดีได้ความว่า นายสำรวย ทำสัญญาจะส่งฟืนให้โรงงานน้ำตาลไทยอุดร3,000 ลูกบาศก์เมตร ภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2490 ถ้าส่งขาดนายสำรวยยอมจ่ายค่าเสียหายให้ลูกบากศก์เมตรละ 3 บาท ตามจำนวนที่ขาด ส่วนจำเลยนี้ทำสัญญาให้ไว้มีข้อความว่า จำเลยขอรับรองให้นายสำรวยปฏิบัติตามสัญญาที่กล่าวแล้ว หากนายสำรวยไม่สามารถปฏิบัติได้ตามสัญญาที่กล่าวแล้ว จำเลยยอมชดใช้ค่าเสียหายซึ่งโรงงานน้ำตาลไทยจะได้เรียกจากนายสำรวยเมื่อทำสัญญากันแล้วนายสำรวยก็ส่งฟืนให้แก่โรงงานน้ำตาลไทย แต่ส่งได้ไม่ครบตามสัญญายังขาดอยู่ นายสำรวยหยุดส่ง ไม่ปฏิบัติตามสัญญาโจทก์จึงฟ้องจำเลยผู้ค้ำประกันให้ใช้ค่าปรับและค่าเสียหายจำเลยต่อสู้หลายประการศาลชั้นต้น เห็นว่า นายสำรวยไม่อยู่เป็นหลักแหล่ง และไม่มีทรัพย์สิน จำเลยจึงต้องรับผิด ในค่าเสียหายที่กำหนดไว้ คือ3 บาทต่อหนึ่งลูกบาศก์เมตรตามจำนวนที่ขาดโจทก์จะเรียกเกินจากนั้นไม่ได้ พิพากษาให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์ 5,812 บาท 38 สตางค์โจทก์
คำพิพากษาศาลล่าง
จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า โจทก์เรียกค่าเสียหายเพิ่มขึ้นได้ ไม่ใช่เพียงแต่เมตรละ 3 บาท จึงพิพากษาแก้ให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์ 7,312 บาท 38 สตางค์จำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า นายสำรวยอยู่แห่งใดไม่ปรากฏ หาตัวก็ไม่พบจำเลยก็พิสูจน์ไม่ได้ว่า นายสำรวยมีทางที่จะชำระหนี้ได้ และบังคับให้นายสำรวยชำระหนี้ไม่เป็นการยาก ดังนั้นจำเลยจึงไม่พ้นจากความรับผิดส่วนค่าเสียหายนั้น โจทก์ได้พิสูจน์ได้ว่า เนื่องจากนายสำรวยผิดสัญญา โจทก์ต้องเสียหายเกินจากที่กำหนดไว้เป็นเบี้ยปรับกันไว้ ค่าเสียหายที่เกินเช่นนี้ โจทก์มีสิทธิที่จะเรียกร้องเอาได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 380 วรรค 2
ศาลอุทธรณ์บังคับให้จำเลยใช้ชอบแล้ว
Result
พิพากษายืน