คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันจัดพิมพ์หนังสือออกโฆษณาดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ดูหมิ่นศาลและผู้พิพากษา กับละเมิดอำนาจศาลขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136, 198, 83จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธศาลแขวงพระนครเหนือฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ได้ร่วมกันจัดพิมพ์หนังสือจริงแต่ข้อความไม่ใช่เรื่องดูหมิ่นเจ้าพนักงานหรือดูหมิ่นศาลหรือละเมิดอำนาจศาล ส่วนจำเลยที่ 3 ฟังไม่ได้ว่าได้มีส่วนร่วมกระทำตามฟ้อง พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ที่ 2จำเลยที่ 1 ที่ 2 อุทธรณ์ว่า พยานหลักฐานโจทก์ฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกันจัดพิมพ์หนังสือหมิ่นประมาท ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ขอให้พิพากษายกฟ้องศาลแขวงพระนครเหนือเห็นว่า
อุทธรณ์ของจำเลยแม้จะมีข้อความตำหนิการวินิจฉัยของศาลแต่มิได้คัดค้านในการที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องไม่มีลักษณะเป็นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นตามมาตรา 193 จึงไม่รับอุทธรณ์จำเลยที่ 1 ที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งศาลแขวงพระนครเหนือที่ไม่รับอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองเสียจำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกาขอให้รับอุทธรณ์จำเลยศาลฎีกาเห็นว่า ที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 อุทธรณ์ว่า ไม่ได้ร่วมกันจัดพิมพ์หนังสือหมิ่นประมาทตามฟ้องนั้น เป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต้องห้ามอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 22 ส่วนข้อที่อุทธรณ์ว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมนั้น เป็นข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แต่ก็ไม่เป็นสารแก่คดีอันควรรับไว้วินิจฉัย
Result
พิพากษายืน