Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 171/2521

พ.ศ. 2521 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

เมื่อกองมรดกโจทก์ยังมิได้แบ่งปันกันระหว่างทายาทเงินค่าเช่าที่ได้รับจากผู้เช่าทรัพย์สินของกองมรดกย่อมเป็นของกองมรดก เพราะเป็นดอกผลนิตินัย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 111 ซึ่งจักต้องนำไปแบ่งปันกันระหว่างทายาทต่อมาภายหลังแม้ตามพินัยกรรมระบุให้แบ่งเงินค่าเช่าแก่ทายาท 3 คน และผู้จัดเก็บผลประโยชน์ของกองมรดกได้แบ่งค่าเช่าที่เก็บได้มาให้แก่ทายาทไปตามพินัยกรรมแล้วก็หาใช่ว่าเงินค่าเช่านั้นตกได้แก่ทายาท 3 คนนั้นทันทีไม่กรณีเข้าตามประมวลรัษฎากร มาตรา 57 ทวิ วรรคสอง ซึ่งผู้จัดการมรดกหรือทายาท หรือผู้ครอบครองทรัพย์มรดกแล้วแต่กรณี มีหนังสือต้องยื่นแบบแสดงรายการและเสียภาษีเงินได้ในชื่อกองมรดกผู้ตาย โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีเงินได้ประจำปี พ.ศ.2509 เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2510 เจ้าพนักงานประเมินออกหมายเรียกโจทก์มาไต่สวนโจทก์ได้รับหมายเรียกวันที่ 24 เดือนเดียวกันจึงเป็นการออกหมายเรียกตรวจสอบไต่สวนภายในเวลา 5 ปี นับแต่วันยื่นรายการเสียภาษีถูกต้องตามประมวลรัษฎากร มาตรา 19 แล้ว การที่เจ้าพนักงานประเมินมีหนังสือแจ้งการประเมินให้โจทก์เสียภาษีเงินได้เพิ่มเติมและเงินเพิ่มภาษีเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2515 ก็ชอบด้วยด้วยมาตรา 20 สิทธิเรียกร้องของกรมสรรพากรให้โจทก์ชำระเงินได้ประจำ พ.ศ.2509 จึงไม่ขาดอายุความ

Provisions the court ruled on

ป.พ.พ. Section 111 ป.พ.พ. Section 167 ป.พ.พ. Section 1600 ป.รัษฎากร Section 19 ป.รัษฎากร Section 20 ป.รัษฎากร Section 57 ป.รัษฎากร Section 12 ป.รัษฎากร Section 13 ป.รัษฎากร Section 8

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า กองมรดกมีที่ดินและตลาดสด ในตลาดสดมีแผงลอยซึ่งให้ผู้อื่นเช่าเก็บค่าเช่าเป็นรายวัน โจทก์แบ่งผลประโยชน์ให้แก่ทายาทของเจ้ามรดกตามพินัยกรรม ซึ่งทายาทและกองมรดกต่างก็แยกกันยื่น และชำระภาษีเงินได้ตลอดมา ต่อมาจำเลยที่ 1 ได้มีหนังสือแจ้งให้โจทก์เสียภาษีเงินได้เกี่ยวกับตลาดสดดังกล่าว โจทก์เห็นว่าไม่ถูกต้องจึงอุทธรณ์ คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์วินิจฉัยให้ยกอุทธรณ์ จึงขอให้ศาลพิพากษาว่าโจทก์ไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้ดังกล่าวจำเลยทั้งห้าให้การว่า การประเมินของเจ้าพนักงาน และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ชอบแล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่โจทก์ฎีกาว่าเงินค่าเช่าแผงลอยเป็นรายได้จากทรัพย์ที่เกิดหลังวันทำพินัยกรรม จึงต้องตกได้แก่นายอรุณ นายชาญ และนายจิตต์ ตามพินัยกรรมเอกสารหมาย จ.25 ข้อ 6 กองมรดกโจทก์จึงไม่ต้องยื่นแบบรายการเสียภาษีนั้น เห็นว่านายจิตต์และนายชาญผู้จัดการมรดกรายนี้เบิกความเป็นพยานโจทก์ไว้ชัดว่า กองมรดกโจทก์ยังมิได้แบ่งปันกันระหว่างทายาท ฉะนั้นเงินค่าเช่าที่ได้รับจากผู้เช่าแผงลอยอันเป็นทรัพย์สินของกองมรดก โจทก์ย่อมเป็นของกองมรดกโจทก์ เพราะเป็นดอกผลนิตินัยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 111 ซึ่งจักต้องนำไปแบ่งปันกันระหว่างทายาทต่อมาภายหลังหาใช่ว่าเงินค่าเช่าแผงลอยตกได้แก่นายอรุณ นายชาญและนายจิตต์ตามพินัยกรรมข้อ 6 ตามส่วนแบ่งทันทีดังที่โจทก์ฎีกาไม่

เมื่อกองมรดกรายนี้ยังมิได้แบ่ง กรณีเข้าตามประมวลรัษฎากร มาตรา 57 ทวิ วรรค 2 ซึ่งบัญญัติให้ผู้จัดการมรดกหรือทายาทหรือผู้ครอบครองทรัพย์มรดกแล้วแต่กรณี มีหน้าที่จะต้องยื่นแบบแสดงรายการและเสียภาษีเงินได้ในชื่อกองมรดกผู้ตาย ฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นโจทก์ฎีกาว่า จำเลยประเมินเรียกเก็บภาษีในปี พ.ศ. 2509 เกินกว่า 5 ปีแล้ว จึงขาดอายุความที่จะเรียกร้องให้ชำระค่าภาษีนั้น เห็นว่า โจทก์ได้ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีประจำภาษี พ.ศ. 2509 เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2510 แต่เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ 1 มีเหตุอันควรเชื่อว่าจะไม่ถูกต้องตามความจริงหรือไม่บริบูรณ์ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลรัษฎากร มาตรา 19 เจ้าพนักงานประเมินจึงได้ออกหมายเรียกลงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2515 ให้นายจิตต์ผู้จัดการมรดกโจทก์มาไต่สวน

นายจิตต์ได้รับหมายเรียกดังกล่าวเมื่อวันที่ 24 เดือนเดียวกัน เห็นได้ว่าเจ้าพนักงานประเมินได้ออกหมายเรียกตรวจสอบไต่สวนภายในเวลา 5 ปีนับแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2510 ที่โจทก์ยื่นรายการเสียภาษีประจำปีภาษี พ.ศ. 2509 ถูกต้องตามประมวลรัษฎากร มาตรา 19 แล้ว ที่เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ 1 มีหนังสือแจ้งประเมินให้โจทก์เสียภาษีเงินได้เพิ่มเติม และเงินเพิ่มภาษีเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2515 ก็เป็นการชอบด้วยประมวลรัษฎากร มาตรา 20 แล้ว สิทธิเรียกร้องให้ชำระภาษีเงินได้ประจำปี พ.ศ. 2509 ของจำเลยที่ 1 หาขาดอายุความดังข้อฎีกาของโจทก์ไม่ ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ไพโรจน์ ไวกาสี · ชุ่ม สุนทรชัย · กุศล บุญยืน
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1106/2520

โจทก์เป็นผู้ดำเนินการวิ่งเต้นให้เจ้าของที่ดินยอมให้บริษัท ว. เข้าทำการปรับปรุงที่ดินอันเป็นแหล่งเสื่อมโทรม จนเป็นผลให้เจ้าของที่ดินทำสัญญาดังกล่าวกับบริษัท ว. และทำให้โจทก์ได้รับเงินค่าตอบแทนจากบริษัท…

Supreme Court Judgment No. 1508/2519

ภรรยาโจทก์แยกยื่นแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้ต่างหากจากโจทก์เมื่อรายการที่ภรรยาโจทก์ยื่นไม่ถูกต้อง ตามความจริงหรือไม่บริบูรณ์ การออกหมายเรียกมาไต่สวนตามนัยมาตรา 19 แห่งประมวลรัษฎากร เจ้าพนักงานย่อมอ…

Supreme Court Judgment No. 1196/2539

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการยึดทรัพย์มิใช่ขอให้เพิกถอนการประเมินที่จะต้องอุทธรณ์การประเมินตามมาตรา30แห่งประมวลรัษฎากรและกรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่จำเลยเห็นว่าโจทก์จะต้องรับผิดในหนี้ภาษีอากรที่ค้างชำระแต่โจ…

Supreme Court Judgment No. 4358/2539

โจทก์ฟ้องให้จำเลยล้มละลายเนื่องจากจำเลยไม่ชำระหนี้ค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยจำเลยยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับปี 2519 ถึง 2523 ต่อโจทก์ แสดงรายรับไม่ถูกต้องซึ่งผลการตรวจสอบจำเลย…

Supreme Court Judgment No. 4551/2536

หลังจากจำเลยยื่นใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้าและได้ชำระภาษีอากรครบถ้วนแล้ว ถ้าความปรากฏชัดแจ้งในภายหลังว่ารายการที่ยื่นเสียภาษีอากรไว้ไม่ถูกต้องเจ้าพนักงานประเมินของกรมศุลกากรมีอำนาจประเมินเพ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up