คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องจำเลยฐานละเมิดโดยกลั่นแกล้งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับโจทก์ฐานฉ้อโกงยักยอกทรัพย์สินของบริษัทจำเลย ก่อนสืบพยาน
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้โจทก์วางเงินประกันค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์วางเงินประกันค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายเป็นเงิน 750,000 บาท ภายใน 25 วัน
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "
ที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์โดยเห็นได้ชัด จำเลยไม่มีทางชนะคดีจึงไม่มีความจำเป็นที่โจทก์จะต้องวางเงินประกันนั้น
ศาลฎีกาเห็นว่าตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 253 ในกรณีที่ปรากฏว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้อยู่ในอำนาจศาล จำเลยก็อาจจะขอให้ศาลมีคำสั่งให้โจทก์วางเงินประกันค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายได้ โดยไม่จำเป็นจะต้องพิจารณาว่าฝ่ายใดจะเป็นฝ่ายแพ้หรือชนะคดี เพราะเรื่องความรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมนั้น ศาลมีอำนาจที่จะพิพากษาให้คู่ความฝ่ายที่ชนะคดีเสียค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงได้ตามมาตรา 161ส่วนที่โจทก์ฎีกาขอให้ศาลฎีกาสั่งให้โจทก์วางเงินประกันค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายเพียงไม่เกิน 50,000 บาทนั้น
พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าโจทก์เรียกค่าเสียหายเป็นจำนวนสูงถึง 100,269,743 บาท ซึ่งหากโจทก์แพ้คดีในศาลชั้นต้นและศาลชั้นต้นให้โจทก์ชดใช้ค่าทนายความเพียงกึ่งหนึ่งของอัตราที่กฎหมายกำหนด คือ ร้อยละ 2 ครึ่ง โดยมิได้คิดถึงค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ก็จะเป็นเงินค่าทนายความที่โจทก์จะต้องชดใช้แก่จำเลยถึง 2,500,000 บาทเศษ ฉะนั้นที่ศาลชั้นต้นให้โจทก์วางเงินประกันค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย 750,000บาท จึงมิใช่จำนวนที่สูงเกินสมควร"
Result
พิพากษายืน