Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1715/2548

พ.ศ. 2548 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ป.วิ.พ.มาตรา 30 เป็นเรื่องที่ศาลจะออกข้อกำหนดใดแก่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือบุคคลภายนอกที่อยู่ต่อหน้าศาลในการพิจารณาคดี หากผู้ใดไม่ปฏิบัติตามก็ถือว่าบุคคลนั้นมีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล แต่ความผิดมาตรา 31 (1) ฐานประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลเป็นความผิดในตัว ศาลไม่ต้องออกข้อกำหนดก่อน และการที่ผู้ถูกกล่าวหาพูดข่มขู่จะทำอันตรายต่อชีวิตผู้กล่าวหาก่อนที่ผู้กล่าวหาจะเข้าเบิกความเป็นพยานในคดีอาญา โดยข่มขู่ในบริเวณศาลก็ถือว่าเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลเพียงพอที่จะถือได้ว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตามมาตรา 31 (1) แล้ว

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องจาก นางเถี้ยน เมฆใหม่ กล่าวหาว่า เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2545 ผู้กล่าวหาเป็นผู้เสียหายและพยานในคดีอาญาหมายเลยดำที่ 6/2545 ของศาลชั้นต้นมีนายดุลเหล๊าะหรือบังเหล๊าะ หมิแหย ผู้ถูกกล่าวหาเป็นจำเลย เมื่อเวลาประมาณ 12 นาฬิกา ขณะผู้ถูกกล่าวหานั่งอยู่บริเวณข้างศาลแขวงนครศรีธรรมราชผู้ถูกกล่าวหาเข้าไปชี้หน้าผู้ถูกกล่าวหาและพูดข่มขู่ว่า ผู้กล่าวหาไม่เคยตายและไม่รู้จักตายหรือ ผู้กล่าวหาตกใจกลัวว่าผู้ถูกกล่าวหาจะทำร้ายจนเป็นอันตรายต่อชีวิตในภายหน้าจึงเข้าไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช แล้วยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนการปล่อยชั่วคราวผู้ถูกกล่าวหา ผู้ถูกกล่าวหาให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ผู้ถูกกล่าวหามีความผิดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31 (1), 33 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 จำคุก 6 เดือน ผู้ถูกกล่าวหาอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุก 2 เดือน ไม่ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงให้เปลี่ยนโทษจำคุกดังกล่าวเป็นโทษกักขังมีกำหนด 2 เดือน แทน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 23 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ผู้ถูกกล่าวหาฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นโดยคู่ความมิได้โต้แย้งฎีกาเป็นอย่างอื่นว่า เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2544 ขณะที่นางเถี้ยน เมฆใหม่ ผู้กล่าวหานั่งรออยู่ที่ม้าหินขัดด้านทางขึ้นศาลแขวงนครศรีธรรมราชซึ่งเป็นบริเวณส่วนหนึ่งของศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชเพื่อการพิจารณาคดีอาญาหมายเลขดำที่ 6/2544 ในฐานะเป็นพยานและผู้เสียหาย ได้มีนายดุลเหล๊าะหรือบังเหล๊าะ หมิแหย ผู้ถูกกล่าวหาจำเลยในคดีดังกล่าวได้เดินเข้ามาพูดกับผู้กล่าวหา จากนั้นผู้กล่าวหาไปแจ้งให้ดาบตำรวจไสว บุญศรี หัวหน้าเจ้าพนักงานตำรวจรักษาความปลอดภัยอ้างว่าถูกผู้ถูกกล่าวหาข่มขู่เป็นคดีนี้

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ถูกกล่าวหาว่า ผู้ถูกกล่าวหาได้เข้ามาพูดขู่ผู้กล่าวหาว่าเคยตายหรือไม่ รู้จักไหมว่าตายอย่างไร อันเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลอันเป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ เห็นว่า นางเถี้ยน เมฆใหม่ผู้ถูกกล่าวหาเบิกความยืนยันว่า ขณะนายดุลเหล๊าะหรือบังเหล๊าะผู้ถูกกล่าวหาได้เดินเข้ามาชี้หน้าผู้กล่าวหาและพูดว่าเคยตายหรือไม่รู้จักไหมว่าตายอย่างไร และผู้ถูกกล่าวหานั่งลงที่ม้าหินขัด ผู้กล่าวหาจึงได้วิ่งไปแจ้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย นายเปลี่ยนรัตน์วรรณซึ่งนั่งอยู่ที่ม้าหินขัดบริเวณดังกล่าวอยู่ห่างผู้กล่าวหาประมาณ 1 วาก็เบิกความสอดคล้องกับผู้กล่าวหาว่า ขณะเกิดเหตุเห็นผู้ถูกกล่าวหาเดินมายืนด้านหน้าผู้กล่าวหาพูดเสียงดังจับใจความไม่ชัด แต่มีประโยคว่า

ตายๆ ประโยคหน้าและหลังที่ประกอบให้จับใจความฟังไม่ชัดเจน ผู้กล่าวหายังเบิกความต่อไปอีกว่า เมื่อวิ่งไปหาพนักงานรักษาความปลอดภัยบริเวณใกล้เคียง คือพลทหารสวิท เสรีพล กับพลทหารชนะ สงวนกาญจน์ ได้เล่าเรื่องดังกล่าวให้ฟัง พนักงานรักษาความปลอดภัยทั้งสองคน แนะนำให้ไปแจ้งดาบตำรวจไสว บุญศรี เจ้าพนักงานตำรวจประจำศาล ผู้ถูกกล่าวหาจึงไปแจ้งดาบตำรวจไสว ความข้อนี้พลทหารสวิท พลทหารชนะและดาบตำรวจไสวต่างเบิกความทำนองเดียวกันกับผู้กล่าวหา โดยเฉพาะดาบตำรวจไสวยังได้บันทึกถึงผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช (ปรากฏในสำนวน) ระบุว่าผู้กล่าวหาได้มาแจ้งว่า ผู้ถูกกล่าวหาขู่เข็ญว่า "มึงไม่รู้จักตายหรือ" ซึ่งแม้ถ้อยคำดังกล่าวจะไม่ตรงกับคำขู่ที่ผู้กล่าวหาเบิกความทุกตัวอักษรแต่ก็สื่อความหมายข่มขู่จะทำอันตรายถึงแก่ความตายนั้นเอง

ไม่ได้มีความหมายเป็นคำสาบานหรือน้อยเนื้อต่ำใจหรือเดือดร้อนถึงตายดังผู้ถูกกล่าวหาฎีกา จึงเชื่อได้ว่าผู้กล่าวหาเบิกความไปตามความเป็นจริงโดยเฉพาะนายเปลี่ยน พลทหารสวิท พลทหารชนะ และดาบตำรวจไสวต่างไม่รู้จักกับคู่กรณีทั้งสองฝ่ายมาก่อน ไม่มีเหตุผลใดจะสร้างเรื่องขึ้นมาเพื่อเบิกความปรักปรำผู้ถูกกล่าวหาให้ได้รับโทษ ที่ผู้ถูกกล่าวหานำสืบต่อว่า เข้าไปพูดกับผู้กล่าวหาเพื่อสอบถามว่า ผู้ถูกกล่าวหาทำความเดือนร้อนอะไรให้จึงไปแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหา เป็นการกล่าวอ้างลอยๆไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานผู้กล่าวหาได้ ข้อเท็จจริงเชื่อได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่า ผู้ถูกกล่าวหาได้พูดข่มขู่จะทำอันตรายต่อชีวิตผู้กล่าวหาก่อนที่ผู้กล่าวหาจะเข้าเบิกความเป็นพยานในคดีอาญาอันเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล จึงเป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล

ส่วนที่ผู้ถูกกล่าวหาฎีกาอ้างว่า การพิจารณาคดีละเมิดอำนาจศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31 (1) นั้นจะต้องอาศัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 30 ประกอบด้วย ซึ่งกำหนดให้ศาลมีอำนาจออกข้อกำหนดใดๆ แก่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือบุคคลภายนอกที่อยู่ต่อหน้าศาลนั้น เห็นว่าตามมาตรา 30 ดังกล่าวเป็นเรื่องที่ศาลจะออกข้อกำหนดใดแก่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือบุคคลภายนอกที่อยู่ต่อหน้าศาลในการพิจารณาคดีเป็นความจำเป็นเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในบริเวณศาลและศาลจะออกข้อกำหนดก่อนโดยห้ามมิให้ผู้ใดก่อความรำคาญหรือประวิงคดี ขัดขวางการพิจารณาคดีของศาล หากผู้ใดไม่ปฏิบัติตามก็ถือว่าบุคคลนั้นมีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล แต่ความผิดมาตรา 31 (1)

ฐานประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล เป็นความผิดในตัว ศาลไม่ต้องออกข้อกำหนดก่อน และไม่จำต้องข่มขู่ผู้ถูกกล่าวหาต่อหน้าศาลตามมาตรา 30 หรือไม่ หากมีการข่มขู่กันอยู่ในบริเวณศาลก็ถือว่าประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลเพียงพอที่จะถือได้ว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตามมาตรา 31 (1) แล้ว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นฟ้องด้วย ฎีกาของผู้ถูกกล่าวหาฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
ประจวบ พัชนีรัตนกรณ์ · กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ · วิเชียร มงคล
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 9738/2544

ผู้ถูกกล่าวหาซึ่งเป็นโจทก์ในคดีได้รับเอกสารที่สูญหายไปจากสำนวนความของศาลคืนมาแล้ว ยังคงเก็บเอกสารดังกล่าวไว้อีก 2 ถึง 3 วัน โดยไม่นำมาส่งคืนศาล การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาเช่นนี้มิใช่เป็นเพราะอยู่ในที่บั…

Supreme Court Judgment No. 9301/2544

จำเลยมิได้เป็นผู้กระทำความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง แต่เข้ามายอมรับว่าเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนผู้ตายแทนผู้อื่น เพื่อประโยชน์ที่บิดามารดาของผู้ตายจะได้รับค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัยผู้รับประกัน…

Supreme Court Judgment No. 7333/2544

ผู้ถูกกล่าวหาอ้างตนเองว่าเป็นอัยการและหลอกลวงผู้กล่าวหาในบริเวณศาลชั้นต้น ทั้งมีการรับเงินกันที่โรงอาหารซึ่งอยู่ภายในบริเวณศาลชั้นต้น แม้เหตุจะมิได้เกิดขึ้นต่อหน้าศาลแต่ก็เกิดในบริเวณศาล การกระทำของผู…

Supreme Court Judgment No. 2271/2537

ศาลชั้นต้นออกข้อกำหนดมิให้โจทก์ลุกขึ้นแถลงการณ์ใด ๆ ใน ขณะที่ศาลจดรายงานกระบวนพิจารณาอยู่ อันจะเป็นการขัดขวางทำให้กระบวนพิจารณาไม่อาจดำเนินไปได้โดยรวดเร็ว เหตุที่ออกข้อกำหนดเพราะโจทก์ได้กระทำหลายครั้ง…

Supreme Court Judgment No. 3153/2532

โจทก์อุทธรณ์มีข้อความว่า ศาลกระทำการอันไม่เป็นธรรมเข้าข้างฝ่ายจำเลยทั้ง ๆ ที่ไม่จำเป็นต้องมีข้อความเช่นนี้ในอุทธรณ์แสดงว่าโจทก์กล่าวไว้โดยเจตนาดูหมิ่นเสียดสีศาล เมื่อเอามายื่นต่อศาลถือได้ว่าประพฤติตนไ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up