Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1717/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยมีอาชีพรับราชการในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์ 5ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการในโครงการต่าง ๆ ของทางราชการหลายแห่งที่เกี่ยวข้องกับประชาชน ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมอาชีพแก่ชาวบ้าน เด็กและเยาวชน ตลอดจนเป็นวิทยากรอบรมลูกเสือชาวบ้าน จำเลยจึงได้พบปะผู้คนมากมีประสบการณ์ในชีวิตพอสมควร พอจะประมาณการได้ว่าเด็กหรือเยาวชนนั้นมีอายุประมาณเท่าใด จำเลยรู้จักกับผู้เสียหายมาก่อนเกิดเหตุเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 สัปดาห์ เพราะรับสอนผู้เสียหายขับรถยนต์โดยผู้เสียหายไปกับมารดาทุกครั้ง แต่วันเกิดเหตุจำเลยเบิกความยอมรับว่าก่อนเกิดเหตุ 1 วัน จำเลยบอกมารดาของผู้เสียหายว่า ผู้เสียหายสามารถขับรถทางไกลได้ พรุ่งนี้เมื่อมารดาขับรถเสร็จแล้วไม่ต้องรอรับผู้เสียหายกลับบ้านเพราะจะนำผู้เสียหายฝึกหัดขับรถทางไกลเป็นเวลา2 ชั่วโมงนับว่าเป็นเรื่องผิดปกติ วันเกิดเหตุจำเลยก็ให้ผู้เสียหายขับรถไกลถึงประมาณ 60 กิโลเมตร ก็เป็นพิรุธเพราะกว่าจะไปและกลับคงต้องใช้เวลานานกว่าที่ฝึกขับรถปกติวันละ 2 ชั่วโมง จำเลยเป็นครูฝึกหัดขับรถแต่ไปสอบถามเรื่องส่วนตัวของผู้เสียหายซึ่งเป็นคนละเรื่องกับหน้าที่ของตนเอง หากจำเลยพูดคุยกับผู้เสียหายก็น่าจะพอคาดคิดได้ว่าผู้เสียหายมีระดับสติปัญญาเป็นเด็กเพียงใด พฤติการณ์ที่จำเลยขับรถพาผู้เสียหายเข้าโรงแรมก็ไม่ปรากฏว่าได้รักใคร่ชอบพอผู้เสียหายหรือเคยพูดจาแสดงความรักกันมาก่อน เพียงแต่จำเลยเบิกความทำนองคิดว่าผู้เสียหายมีใจแก่จำเลยเท่านั้น นับว่าเป็นการฉวยโอกาสจากความไร้เดียงสาของผู้เสียหายเพื่อสนองตัณหาของตนเท่านั้น ชั้นจับกุมและสอบสวนจำเลยก็มิได้แสดงว่าจำเลยสำคัญผิดในเรื่องอายุของผู้เสียหายอย่างใด กรณีจะเป็นเรื่องสำคัญผิดในข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบของความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 62 วรรคแรก จะต้องมีพฤติการณ์หรือเหตุชักจูงใจให้สำคัญผิดโดยสุจริต มิใช่คาดคะเนเอาเองดังที่จำเลยเบิกความพฤติการณ์ของจำเลยเช่นนี้จึงไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะยกขึ้นกล่าวอ้างเพื่อเป็นข้อแก้ตัวว่าจำเลยสำคัญผิดโดยสุจริต ดังนั้น เมื่อจำเลยกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช่ภริยาของตนโดยเด็กหญิงนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม จำเลยจึงต้องมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 277 วรรคแรก และการที่จำเลยพาผู้เสียหายไปกระทำชำเราที่ห้องของโรงแรมที่เกิดเหตุ เป็นการล่วงอำนาจปกครองของมารดาผู้เสียหายโดยปราศจากเหตุอันสมควรเพื่อการอนาจาร เป็นความผิดฐานพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 317 วรรคสาม

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91, 277, 317จำเลยให้การรับสารภาพว่า จำเลยกระทำชำเราผู้เสียหายจริงโดยผู้เสียหายยินยอม ส่วนข้อหาอื่นให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 277 วรรคแรก และ 317 วรรคสาม เป็นความผิดหลายกรรม ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภริยาของตนโดยเด็กหญิงยินยอม จำคุก 6 ปี ฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีเพื่อการอนาจารจำคุก 5 ปี

จำเลยให้การรับสารภาพว่า กระทำชำเราผู้เสียหาย และเบิกความเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 4 ปีและ 3 ปี 4 เดือน ตามลำดับรวม 2 กระทง จำคุก 7 ปี 4 เดือนจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 62 วรรคแรก จำคุก 2 ปี คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกโจทก์และจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานกระทำชำเราเด็กหญิงอายุยังไม่เกิน15 ปี ซึ่งมิใช่ภริยาของตน โดยจำเลยสำคัญผิดว่าผู้เสียหายมีอายุเกิน15 ปีแล้วหรือไม่ และจำเลยพรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาเพื่อการอนาจารหรือไม่ ข้อนี้โจทก์นำสืบว่าผู้เสียหายเกิดเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2523 ขณะเกิดเหตุมีอายุ 14 ปีเศษ ส่วนจำเลยเบิกความว่าผู้เสียหายสูงประมาณ 155 เซนติเมตร มีรูปร่างอวบขาวขณะฝึกสอนไม่ทราบว่ามีอายุเพียง 14 ปีเศษ แต่คาดว่ามีอายุเกิน15 ปีแล้วและเบิกความตอบคำถามค้านของโจทก์ว่า ระหว่างฝึกหัดขับรถให้ผู้เสียหายนั้นได้สอบถามเรื่องส่วนตัวจึงได้ทราบว่าผู้เสียหายกำลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียนสตรีศรีน่าน

ชั้น ม.3 เห็นว่า จำเลยมีอาชีพรับราชการในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์ 5 ปรากฏตามฎีกาของจำเลยว่าจำเลยได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการในโครงการต่าง ๆ ของทางราชการหลายแห่งที่เกี่ยวข้องกับประชาชน ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมอาชีพแก่ชาวบ้านเด็กและเยาวชนตลอดจนเป็นวิทยากรอบรมลูกเสือชาวบ้าน จำเลยจึงได้พบปะผู้คนมากมีประสบการณ์ในชีวิตพอสมควร พอจะประมาณการได้ว่าเด็กหรือเยาวชนนั้นมีอายุประมาณเท่าใด จำเลยรู้จักผู้เสียหายมาก่อนเกิดเหตุเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 สัปดาห์ เพราะในการเรียนขับรถยนต์นั้นจะเรียนเฉพาะวันเสาร์ อาทิตย์ สัปดาห์ละ 2 วัน ผู้เสียหายเบิกความว่าไปเรียนทุกอาทิตย์ จนถึงสัปดาห์ที่ 3 (ครั้งที่ 6) โดยผู้เสียหายไปกับมารดาทุกครั้ง ในการสอนขับรถยนต์ปกติจำเลยจะสอนให้นางโสนมารดาของผู้เสียหายก่อน

เสร็จแล้วจึงสอนให้แก่ผู้เสียหาย โดยนางโสนรอรับผู้เสียหายกลับบ้านพร้อมกัน แต่วันเกิดเหตุจำเลยเบิกความยอมรับว่าก่อนวันเกิดเหตุ 1 วัน (วันที่ 12 สิงหาคม 2538) จำเลยบอกนางโสนว่าผู้เสียหายสามารถขับรถทางไกลได้ พรุ่งนี้เมื่อนางโสนขับรถเสร็จแล้วไม่ต้องรอรับผู้เสียหายกลับบ้านเพราะจำนำผู้เสียหายฝึกหัดขับรถทางไกลเป็นเวลา 2 ชั่วโมง เหตุใดเมื่อผู้เสียหายมาฝึกหัดขับรถและกลับพร้อมมารดาผู้เสียหายทุกครั้ง แต่วันเกิดเหตุจำเลยกลับให้มารดาผู้เสียหายกลับไปก่อนนับว่าเป็นเรื่องผิดปกติ วันเกิดเหตุจำเลยก็ให้ผู้เสียหายขับรถไกลถึงประมาณ 60 กิโลเมตร ก็เป็นพิรุธ เพราะกว่าจะไปและกลับคงต้องใช้เวลานานกว่าที่ฝึกขับรถปกติวันละ 2 ชั่วโมง

จำเลยเป็นครูฝึกหัดขับรถแต่ไปสอบถามเรื่องส่วนตัวของผู้เสียหายซึ่งเป็นคนละเรื่องกับหน้าที่ของตนเอง หากจำเลยพูดคุยกับผู้เสียหายก็น่าจะพอคาดคิดได้ว่า ผู้เสียหายมีระดับสติปัญญาเป็นเด็กเพียงใด จำเลยเบิกความตอบคำถามค้านโจทก์ว่าในการสมัครเรียนหัดขับรถนั้น จำเลยจะมีแบบพิมพ์ให้ผู้สมัครกรอก ป้าของจำเลยจะนำชื่อผู้สมัครเรียนกรอกไว้ในตารางให้ทราบว่าวันไหนต้องสอนใครบ้างแต่ไม่ได้เห็นใบสมัครของผู้เสียหายและจำเลยก็เบิกความลอย ๆ โดยมิได้มีป้าของจำเลยมาเบิกความสนับสนุน พฤติการณ์ที่จำเลยขับรถพาผู้เสียหายเข้าโรงแรมก็ไม่ปรากฏจากคำเบิกความของจำเลยว่าได้รักใคร่ชอบพอผู้เสียหายหรือเคยพูดจาแสดงความรักกันมาก่อน เพียงแต่จำเลยเบิกความทำนองคิดว่าผู้เสียหายมีใจแก่จำเลยเท่านั้น

นับว่าเป็นการฉวยโอกาสจากความไร้เดียงสาของผู้เสียหายเพื่อสนองตัณหาของตนเท่านั้น ชั้นจับกุมและสอบสวนจำเลยก็มิได้ว่าจำเลยสำคัญผิดในเรื่องอายุของผู้เสียหายอย่างใด กรณีจะเป็นเรื่องสำคัญผิดในข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบของความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 62 วรรคแรก ดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 วินิจฉัยนั้นจะต้องมีพฤติการณ์หรือเหตุชักจูงใจให้สำคัญผิดโดยสุจริต มิใช่คาดคะเนเอาเองดังที่จำเลยเบิกความ พฤติการณ์ของจำเลยเช่นนี้จึงไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะยกขึ้นกล่าวอ้าง เพื่อเป็นข้อแก้ตัวว่าจำเลยสำคัญผิดโดยสุจริต ดังนั้น เมื่อจำเลยกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปีซึ่งมิใช่ภริยาของตนโดยเด็กหญิงนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม

จำเลยจึงต้องมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคแรกและการที่จำเลยพาผู้เสียหายไปกระทำชำเราที่ห้องของโรงแรมที่เกิดเหตุเป็นการล่วงอำนาจปกครองของนางโสนมารดาผู้เสียหายโดยปราศจากเหตุอันสมควรเพื่อการอนาจาร เป็นความผิดฐานพรากเด็กอายุไม่เกิน15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 317 วรรคสาม อีกกระทงหนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษามานั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษจำคุกนั้น เห็นว่า จำเลยกระทำความผิด 2 กรรม ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคแรกมีโทษจำคุกตั้งแต่ 4 ปี ถึง 20 ปี และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 317 วรรคสาม มีโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปี

ถึง 20 ปี จำเลยมีอาชีพรับราชการและประกอบอาชีพเสริมสอนขับรถยนต์ จำเลยมีภริยาและบุตรแล้ว กลับมากระทำผิดต่อกฎหมายเช่นคดีนี้โดยมิได้คำนึงถึงศีลธรรมอันดี ศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจลงโทษจำคุกจำเลยทั้ง 2 กระทง โดยลดโทษที่จะลงให้หนึ่งในสามแล้งคงจำคุกกระทงละ 4 ปี และ 3 ปี 4 เดือน ตามลำดับนั้น นับว่าให้ความปรานีแก่จำเลยมากแล้ว และโทษจำคุกดังกล่าวไม่อยู่ในเงื่อนไขที่จะรอการลงโทษให้จำเลยได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษากลับ ให้บังคับตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

Matter details

Panel of judges
ประพันธ์ ทรัพย์แสง · สมศักดิ์ วงศ์ยืน · ดลจรัส รัตนโศภิต
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 5547/2550

ขณะที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์พาผู้เสียหายที่ 1 นั่งซ้อนท้ายไปเที่ยวที่หาดทรายแก้ว ผู้เสียหายที่ 2 ซึ่งเป็นบิดาผู้เสียหายที่ 1 ก็อยู่บริเวณใกล้ๆ นั้นด้วยหลังจากนั้น 2 ถึง 3 วัน ผู้เสียหายที่ 2 ไปขอร้องให…

Supreme Court Judgment No. 2429/2567

บิดามารดาเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตร ซึ่งอำนาจปกครองเป็นอำนาจที่ผูกติดกับสถานะความเป็นบิดามารดาในความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างบิดามารดาและบุตร การที่บุคคลอื่นกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนอำนาจปกครองของบิดามารดา…

Supreme Court Judgment No. 659/2563

ป.วิ.อ. มาตรา 134 บัญญัติให้พนักงานสอบสวนต้องแจ้งข้อหาแก่ผู้ต้องหานั้น มีเจตนารมณ์เพียงเพื่อให้ผู้ต้องหาทราบว่าจะถูกสอบสวนในเรื่องใดและทราบว่าการกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิด โดยไม่จำต้องแจ้งทุกข้อหา ท…

Supreme Court Judgment No. 532/2563

จำเลยเรียกผู้เสียหายซึ่งเป็นเด็กอายุ 14 ปีเศษ ให้เข้าไปเอาขนมในบ้าน จึงเป็นการกระทำโดยใช้ขนมมาล่อผู้เสียหายให้เข้าไปในบ้าน ถือเป็นกลอุบายส่วนหนึ่งเพื่อให้ได้ตัวผู้เสียหายมากระทำชำเรา และเมื่อผู้เสียหา…

Supreme Court Judgment No. 2580/2563

คำว่า "ซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน" ตามบทบัญญัติของ ป.อ. มาตรา 277 วรรคแรก หมายถึงการเป็นภริยาหรือสามีกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งต้องเป็นไปตามบทบัญญัติของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ครอบครัว ลักษณะ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up