Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1729/2498

พ.ศ. 2498 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองคนมีความผิด 2 กะทง ๆ หนึ่งฐานข่มขืนกระทำชำเรา และอีกกะทงหนึ่งฐานชิงทรัพย์ตาม ก.ม.อาญา ม.243,299,63,71 โดยจำคุกฐานข่มขืนคนละ 1ปี ฐานชิงทรัพย์คนละ 4 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้โทษฐานข่มขืนกระทำชำเราโดยลงโทษจำคุกจำเลยฐานนี้คนละ 4 ปี ส่วนโทษฐานชิงทรัพย์คงวางโทษอย่างเดิมรวมโทษ 2 กะทงเป็นจำคุก คนละ 8 ปี เช่นนี้ถือว่าศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขมาก ฎีกาในข้อเท็จจริงฐานข่มขืนกระทำชำเราได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองสมคบกันชิงทรัพย์ของ น.ส.เพลิน แซ่เตีย ไปรวมราคา ๑,๘๐๐ บาท และจำเลยบังอาจใช้กำลังปลุกปล้ำผลัดเปลี่ยนกับข่มขืนกระทำชำเรา น.ส.เพลิน แซ่เตีย ซึ่งมิใช่ภรรยาของจำเลยจนสำเร็จความใคร่ คนละ ๑ ครั้ง เหตุเกิดที่ตำบลบ้านติ้ว อำเภอหล่มสัก จังหวัด เพ็ชรบูรณ์ เจ้าทุกข์ได้ร้องทุกข์แล้วขอให้ลงโทษตาม ก.ม.อาญา ม.๒๔๓,๒๙๙,๖๓,๗๑

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธข้อหา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองทำผิด ก.ม.อาญา ม.๒๔๓,๒๙๙,๖๓,๗๑ รวม ๒ กะทงลงโทษจำคุกฐานข่มขืนกระทำชำเราคนละ ๑ ปี ฐานชิงทรัพย์คนละ ๔ ปี รวมกำหนดโทษคนละ ๕ ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ๑,๖๕๐ บาทแก่เจ้าทรัพย์ โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ โดยโจทก์ขอให้ลงโทษฐานข่มขืนกระทำชำเราให้หนักขึ้นอีก

ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องกับศาลชั้นต้นในข้อเท็จจริงและเห็นว่ากำหนดโทษฐานข่มขืนกระทำชำเราเบามากไป จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นลงโทษความผิดฐานนี้ คนละ๔ ปี รวมโทษ ๒ กะทง เป็นคนละ ๘ ปี นอกจากที่แก้พิพากษายืน จำเลยฝ่ายเดียวฎีกาต่อมา ศาลฎีกาสั่งรับฎีกาของจำเลยเฉพาะข้อหาเรื่องข่มขืนกระทำชำเราเท่านั้นส่วนข้อหาฐานชิงทรัพย์เป็นอันยุติ ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าวันเกิดเหตุเวลา ๓.๐๐ น.เศษ น.ส.เพลินและนายสอนไปดักซื้อมะพร้ามจากพวกแม่ค้าที่หน้าเรือนนายนาคข้างวัดศรีธรรมา นายสอนก่อไฟผิงอยู่ข้างเรือนจวนสว่างมีเสียงคนพูดมาตามทางริมแม่น้ำห้วยขอนแก่น น.ส.เพลินและนายสอนเข้าใจว่าเป็นพวกแม่ค้าเอามะพร้าวมาขายจึงเดินลงไปดูปรากฎว่าเป็นสินค้าอย่างอื่นจึงพากันกลับขึ้นตลิ่งมาสวนทางกับชาย ๒ คน

นายสอนฉายไฟดูจำได้ว่าเป็นจำเลยทั้ง ๒ นี้นายสอนกลับไปนั่งที่กองไฟ น.ส.เพลินไปรออยู่ที่เรือนนายนาคอย่างเดิมสักครู่จำเลยทั้งสองเดินกลับขึ้นมาบนตลิ่งเข้าไปหานายสอนและถามว่ามาธุระอะไร นายสอนว่ามาซื้อมะพร้าว จำเลยที่ ๑ เอามีดปลายแหลมจ่อหน้าอกนายสอนและจำเลยที่ ๒ ขู่ว่า"มึงอย่าพูดมากไปกูจะกลับมาฆ่ามึงทิ้งเสีย" ขู่แล้วจำเลยทั้งสองก็ตรงเข้าไปหา น.ส.เพลิน พ.ส.เพลินจะลุกหนีขึ้นเรือนนายนาค แต่จำเลยที่ ๑ เข้าจับแขนไว้ จำเลยที่ ๒ เข้าช่วยฉุดด้วยพาตัวจากตลิ่งลงไปทางแม่น้ำ น.ส.เพลินร้องให้คนช่วย นายสอนกลัวจำเลยวิ่งหนีเข้าไปอยู่ในวัดศรีธรรมา จำเลยทั้งสองฉุด น.ส.เพลินลงไปที่หาดทรายริมแม่น้ำ น.ส.เพลินดิ้นและกัดมือจำเลยที่ ๑ ด้วย แต่จำเลยไม่ยอมปล่อย

จำเลยที่ ๒ กดคอ น.ส.เพลินลงนอนบนหาดทรายใช้มือหนึ่งอุดปากและกดเอาไว้ อีกมือหนึ่งปลดสายสร้อยต่างหูและเงินห่อผ้าเช็ดหน้าเหน็บเอวไป จำเลยที่ ๑ กดทางปลายเท้าและใช้กำลังข่มขืนกระทำชำเรา น.ส.เพลินจนสำเร็จความใคร่ ๑ ครั้ง แล้วเปลี่ยนตัวมาอุดปากบีบคอแทนที่ให้จำเลยที่ ๒ กลับไปข่มขืนกระทำชำเราจนสำเร็จความใคร่ ๑ ครั้ง แล้วพากันหนีขึ้นตลิ่งไป น.ส.เพลินได้ไปแจ้งเหตุต่อเจ้าพนักงานตำรวจในตอนเช้า ตำรวจตามจับจำเลยทั้งสองได้ในวันนั้นเอง แพทย์ได้ตรวจของลับของ น.ส.เพลินปรากฎว่ามีขอบล่างช่องคลอดมีรอยฉีกขาด โลหิตออก ภายในช่องคลอดมีโลหิตเล็กน้อยปนกับเชื้ออสุจิของชาย และยืนยันว่า น.ส.เพลินถูกกระทำชำเรา จำเลยนำสืบในเรื่องฐานที่อยู่

ศาลฎีกาพิเคราะห์พยาน ๒ ฝ่ายโดยละเอียดแล้วเห็นว่า น.ส.เพลินเบิกความเป็นหลักฐานแน่ชัดว่าจำเลยทั้งสองได้ข่มขืนกระทำชำเราพยานจนสำเร็จความใคร่คนละ ๑ ครั้ง บาดแผลที่ปรากฎตามใบชัณสูตรบาดแผลของ น.ส.เพลินและถ้อยคำของนายประดิษฐ์แพทย์ผู้ชัณสูตรบาดแผลยืนยันประกอบถ้อยคำของน.ส.เพลินอย่างชัดเจน นายสอนยืนยันว่าจำเลยทั้งสองฉุด น.ส.เพลินลงไปทางแม่น้ำ ได้ยินเสียง น.ส.เพลินร้องให้คนช่วยและเสียงครางที่หาดทราย นอกจากนี้ยังมีนายเส็งอีกปากหนึ่งอยู่คนละฟากแม่น้ำกับที่เกิดเหตุ ได้ยินเสียงร้องให้ช่วย จึงออกจากบ้านลงมาในแม่น้ำจะข้ามฟากมาช่วย ฉายไฟฟ้าเดินทางเห็นจำเลยทั้งสองกดหญิงอยู่ที่หาดทราย และเสียงจำเลยขู่ไปว่าให้หยุดมิฉะนั้นจะยิงพยานกลัวเลยกลับไป

ใช่แต่เท่านั้น น.ส.เพลินได้ไปแจ้งต่อเจ้าพนักงานตอนเช้าทันที เจ้าพนักงานจึงติดตามตัวจำเลยทั้ง ๒ มาได้ในเวลาอันรวดเร็วปรากฎว่าหลังมือซ้ายของจำเลยที่ ๑ มีรอยถูกกัดเป็นรูปรอยฟัน ๕-๖ รอย มีโลหิตติดอยู่ด้วย ซึ่งเจ้าพนักงานได้ถ่ายรูปส่งเป็นของกลางไว้แล้ว หลักฐานพยานโจทก์ทั้งมวลนี้จึงประกอบให้เชื่อได้สนิทว่าจำเลยทั้งสองได้ข่มขืนกระทำชำเรา น.ส.เพลินดังข้อหา พยานจำเลยไม่มีน้ำหนักหักล้างหลักฐานของโจทก์ทั้งนี้ได้

ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองมาชอบแล้ว ศาลฎีกาพิพากษายืนและให้ยกฎีกาจำเลย

Matter details

Panel of judges
ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ · ประมูล สุวรรณศร · วิเทศ.
Lower court
ศาลจังหวัดหล่มสัก - นายวิญญาณ เลขะกุล
ศาลอุทธรณ์ - หลวงอรรถพิศาลโสภณ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2537 (ref. 58513)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ พิพากษายกฟ้องของโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริง คดีของโจทก์จึงต้องห้ามมิให้ฎีกา ไม่รับฎีกาของโจทก์โจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์ในประเด็นที่ว่าศาลล่างทั…

Supreme Court Judgment, B.E. 2537 (ref. 58511)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาโจทก์ต้องห้าม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220จึงมีคำสั่ง ไม่รับฎีกาโจทก์โจทก์เห็นว่า ฎีกาที่ว่าพยานหลักฐานของโจทก์ ฟังได้อย่างชัดเจนว่าจำเลยทั้…

Supreme Court Judgment, B.E. 2533 (ref. 57661)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 จึงไม่รับโจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่…

Supreme Court Judgment No. 756/2529

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้ยกฟ้องโจทก์โดยฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยจับสุกรของโจทก์ร่วมไปโดยมีเจตนาเพื่อจะนำเงินที่ขายสุกรได้มาหักหนี้ที่โจทก์ร่วมเป็นหนี้จำเลยดังที่ได้เคยปฏิบัติต่อกันมาจำเลยไ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2525 (ref. 64086)

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยฟังว่าจำเลย ที่ 2ไม่ได้ร่วมกับจำเลย ที่ 1 กระทำผิดออกเช็คพิพาทให้โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนการที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลย ที่2 เป็นตัวการในการออกเช็คพิพาทเพราะจำเลย ที่ 2 เป็นผ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up