Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1740/2554

พ.ศ. 2554 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองนำภาพถ่ายโจทก์และนามแฝง "หนู มิเตอร์" ของโจทก์มาพิมพ์ลงในแผ่นวีซีดีคาราโอเกะและซีดีเพลงโดยไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้ว่า การเอานามแฝงและภาพถ่ายโจทก์มาพิมพ์ลงบนปกซีดีเพลงและวีซีดีคาราโอเกะไม่ได้ทำความเสียหายแก่โจทก์ โดยไม่ได้ปฏิเสธว่า โจทก์อนุญาตให้จำเลยทั้งสองเอานามแฝงและภาพถ่ายโจทก์มาพิมพ์ลงบนปกซีดีเพลงและวีซีดีคาราโอเกะ เท่ากับจำเลยทั้งสองยอมรับข้อเท็จจริงว่าโจทก์มิได้อนุญาตให้จำเลยทั้งสองเอานามแฝงและภาพถ่ายโจทก์มาพิมพ์ลงบนปกซีดีเพลงและวีซีดีคาราโอเกะแล้ว แม้โจทก์จะเป็นนักร้องและนักดนตรีซึ่งร้องและเล่นดนตรีตามบทดนตรีกรรมอันถือเป็นนักแสดงตามความหมายที่บัญญัติไว้ในมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ก็ตาม แต่การที่จำเลยทั้งสองร่วมกันผลิตและจัดจำหน่ายแผ่นซีดีเพลงและวีซีดีคาราโอเกะโดยใช้นามแฝงของโจทก์และนำภาพถ่ายโจทก์มาพิมพ์ลงบนปกซีดีและวีซีดีโดยไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์มิใช่การกระทำต่อการแสดงสดของโจทก์โดยการแพร่เสียงแพร่ภาพหรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนซึ่งการแสดงสดนั้น หรือบันทึกการแสดงของโจทก์และมิใช่การทำซ้ำซึ่งสิ่งบันทึกการแสดงที่มีผู้บันทึกไว้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์ หรือทำซ้ำซึ่งสิ่งบันทึกการแสดงที่ได้รับอนุญาตจากโจทก์เพื่อวัตถุประสงค์อื่น หรือทำซ้ำซึ่งสิ่งบันทึกการแสดงที่เข้าข้อยกเว้นการละเมิดสิทธิของนักแสดงตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 53 อันเป็นสิทธิแต่ผู้เดียวของโจทก์ผู้เป็นนักแสดงตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 44 จึงไม่ใช่การละเมิดสิทธิของโจทก์ผู้เป็นนักแสดงตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 52 ประกอบมาตรา 44 แต่การที่จำเลยทั้งสองกระทำการดังกล่าวโดยไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายโดยประชาชนทั่วไปและแฟนเพลงของโจทก์เกิดความเข้าใจผิดว่ามีการออกซีดีเพลงและวีซีดีคาราโอเกะโดยใช้นามแฝงว่า "หนู มิเตอร์" และมีการถ่ายรูปในการออกซีดีเพลงและวีซีดีคาราโอเกะดังกล่าวจริง โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายเนื่องจากการที่จำเลยทั้งสองใช้นามแฝงของโจทก์โดยมิได้รับอำนาจให้ใช้ได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 18 และ 420

Provisions the court ruled on

พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 Section 4 พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 Section 44 พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 Section 52 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 Section 26 ป.วิ.พ. Section 177 ป.วิ.พ. Section 183

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 1,434,895.75 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงินจำนวน 1,250,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยทั้งสองหยุดการวางจำหน่ายซีดีเพลงและวีซีดีคาราโอเกะตามคำฟ้องนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายแก่โจทก์จำนวน 10,000 บาท คำขออื่นให้ยก กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์และจำเลยทั้งสองไม่โต้แย้งกันในชั้นนี้รับฟังได้ว่า เมื่อปี 2535 จำเลยที่ 2 เคยว่าจ้างโจทก์ให้ขับร้องเพลงเลียนเสียงศิลปินอื่น ๆ หลายเพลงและบันทึกลงมาสเตอร์เทปหรือสิ่งบันทึกเสียง โดยไม่มีการทำสัญญาเป็นหนังสือและไม่ปรากฏนามโจทก์บนเทปหรือสิ่งบันทึกเสียงดังกล่าว จำเลยที่ 2 นำเสียงเพลงที่บันทึกไปทำเทปคาสเซตให้บริษัทโรต้าแผ่นเสียงเทป (1991) จำกัด จัดจำหน่าย แต่เทปเพลงชุดดังกล่าวไม่ประสบความสำเร็จ ต่อมาปี 2548 จำเลยที่ 2 มอบต้นฉบับหรือมาสเตอร์เทปบันทึกเสียงเพลงที่ว่าจ้างโจทก์ให้ขับร้องเลียนเสียงศิลปินอื่น ๆ ดังกล่าวข้างต้นให้จำเลยที่ 1 ทำการผลิตแผ่นซีดี (เพลง) และแผ่นวีซีดี (ภาพและเพลง) ออกจำหน่าย ใช้ชื่อว่า "ยอดมนุษย์ หนู มิเตอร์ มนุษย์ 7 เสียง"

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ประการแรกว่า ตามคำให้การของจำเลยทั้งสองมีประเด็นข้อพิพาทว่า จำเลยทั้งสองได้รับอนุญาตจากโจทก์ในการนำนามแฝงโจทก์ว่า "หนู มิเตอร์" และภาพถ่ายโจทก์มาพิมพ์บนปกซีดีเพลงและวีซีดีคาราโอเกะหรือไม่ เห็นว่า ตามคำฟ้องมีข้ออ้างที่โจทก์อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาว่า จำเลยทั้งสองนำภาพถ่ายโจทก์และนามแฝง "หนู มิเตอร์" ของโจทก์มาพิมพ์ลงในแผ่นวีซีดีคาราโอเกะและซีดีเพลงโดยไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์ เป็นการละเมิดสิทธิของนักร้อง นักดนตรี และนักแสดง ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายและทำให้ประชาชนทั่วไปและแฟนเพลงของโจทก์เกิดความเข้าใจผิดคิดว่าโจทก์ออกซีดีเพลงและวีซีดีคาราโอเกะดังกล่าว จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้ว่า

การนำเอานามแฝง "หนู มิเตอร์" และภาพถ่ายโจทก์มาตีพิมพ์บนปกเทป (ที่ถูก เป็นปกซีดีเพลงและวีซีดีคาราโอเกะ) แล้วใช้ชื่อว่า "ยอดมนุษย์ หนู มิเตอร์ มนุษย์ 7 เสียง" ไม่ได้ทำความเสียหายแก่โจทก์แต่อย่างใด กลับเป็นการยกย่องให้เกียรติแก่โจทก์ว่าเป็นยอดมนุษย์มีแนวเสียง 7 เสียง และเพลงที่ปรากฏอยู่ในอัลบั้มก็เป็นเสียงร้องของโจทก์เอง ถือไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสองละเมิดสิทธิของโจทก์ ต่อมาเมื่อจำเลยที่ 1 ทราบว่าโจทก์ไม่ต้องการให้นำภาพถ่ายและนามแฝงโจทก์ว่า "หนู มิเตอร์" ไปใช้พิมพ์ลงบนปกอัลบั้ม จำเลยที่ 1 ก็เก็บอัลบั้มดังกล่าวและไม่จำหน่ายอีกต่อไป จากคำให้การของจำเลยทั้งสองดังกล่าวเห็นได้ว่า จำเลยทั้งสองมิได้ให้การปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์โดยชัดแจ้ง

รวมทั้งเหตุแห่งการปฏิเสธว่าโจทก์ได้อนุญาตให้จำเลยทั้งสองใช้นามแฝงโจทก์ว่า "หนู มิเตอร์" และภาพถ่ายโจทก์ เท่ากับจำเลยทั้งสองรับข้อเท็จจริงว่าโจทก์มิได้อนุญาตให้จำเลยทั้งสองใช้นามแฝงโจทก์ว่า "หนู มิเตอร์" และภาพถ่ายโจทก์ การที่จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้ว่าการกระทำของจำเลยทั้งสองไม่เป็นละเมิดสิทธิของโจทก์และไม่ทำความเสียหายให้โจทก์ ประเด็นข้อพิพาทจึงมีเพียงว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการละเมิดสิทธิของนักร้อง นักดนตรี และนักแสดง เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายหรือไม่เท่านั้น คดีย่อมไม่มีประเด็นข้อพิพาทให้ต้องวินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสองได้รับอนุญาตจากโจทก์ในการนำนามแฝงโจทก์ว่า "หนู มิเตอร์" และภาพถ่ายโจทก์มาพิมพ์บนปกซีดีเพลงและวีซีดีคาราโอเกะหรือไม่

ดังนั้น ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่าโจทก์อนุญาตให้จำเลยทั้งสองใช้นามแฝงโจทก์ว่า "หนู มิเตอร์" และภาพถ่ายโจทก์นั้น จึงเป็นการวินิจฉัยในประเด็นที่โจทก์และจำเลยทั้งสองมิได้โต้แย้งกันเป็นประเด็นข้อพิพาท ไม่อาจรับฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์อนุญาตให้จำเลยทั้งสองใช้นามแฝงโจทก์ว่า "หนู มิเตอร์" และภาพถ่ายโจทก์ได้ ข้อวินิจฉัยดังกล่าวไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสอง และ 183 วรรคหนึ่ง จึงต้องรับฟังข้อเท็จจริงตามที่จำเลยทั้งสองมิได้ให้การปฏิเสธว่า จำเลยทั้งสองมิได้รับอนุญาตจากโจทก์ในการนำนามแฝงโจทก์ว่า "หนู มิเตอร์" และภาพถ่ายโจทก์มาพิมพ์บนปกซีดีเพลงและวีซีดีคาราโอเกะ อุทธรณ์ข้อนี้ของโจทก์ฟังขึ้น

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ประการสุดท้ายว่า การที่จำเลยทั้งสองนำภาพถ่ายโจทก์และนามแฝงโจทก์ว่า "หนู มิเตอร์" ไปพิมพ์ลงบนปกและแผ่นวีซีดีคาราโอเกะกับซีดีเพลงที่จำเลยทั้งสองผลิตออกจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์เป็นการละเมิดสิทธิใดของโจทก์และก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์หรือไม่ เห็นว่า แม้โจทก์จะเป็นนักร้องและนักดนตรีซึ่งร้องและเล่นดนตรีตามบทดนตรีกรรมอันถือเป็นนักแสดงตามความหมายที่บัญญัติไว้ในมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ก็ตาม แต่การที่จำเลยทั้งสองนำนามแฝงโจทก์ว่า "หนู มิเตอร์" และภาพถ่ายโจทก์ไปพิมพ์ลงบนปกและแผ่นวีซีดีคาราโอเกะกับซีดีเพลงที่จำเลยทั้งสองผลิตออกจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์นั้นมิใช่การกระทำต่อการแสดงสดของโจทก์โดยการแพร่เสียงแพร่ภาพหรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนซึ่งการแสดงสดนั้นหรือบันทึกการแสดงสดของโจทก์ และมิใช่การทำซ้ำซึ่งสิ่งบันทึกการแสดงที่มีผู้บันทึกไว้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์หรือทำซ้ำซึ่งสิ่งบันทึกการแสดงที่ได้รับอนุญาตจากโจทก์เพื่อวัตถุประสงค์อื่นหรือทำซ้ำซึ่งสิ่งบันทึกการแสดงที่เข้าข้อยกเว้นการละเมิดสิทธิของนักแสดงตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์

พ.ศ.2537 มาตรา 53 อันเป็นสิทธิแต่ผู้เดียวของโจทก์ผู้เป็นนักแสดงตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 44 การกระทำของจำเลยทั้งสองดังกล่าวแม้จะไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์ ก็มิใช่การละเมิดสิทธิของโจทก์ผู้เป็นนักแสดงตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 52 ประกอบมาตรา 44 อย่างไรก็ดี โจทก์อ้างในคำฟ้องด้วยว่าจำเลยทั้งสองกระทำการดังกล่าวโดยไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายโดยประชาชนทั่วไปและแฟนเพลงของโจทก์เกิดความเข้าใจผิดว่ามีการออกซีดีเพลงและวีซีดีคาราโอเกะโดยใช้นามแฝงว่า "หนู มิเตอร์" และมีการถ่ายรูปในการออกซีดีเพลงและวีซีดีคาราโอเกะดังกล่าวจริง ซึ่งในข้อนี้โจทก์นำสืบว่า โจทก์ใช้นามแฝงในการแสดงว่า

"หนู มิเตอร์" และใช้นามแฝงนี้กับภาพถ่ายโจทก์ในอัลบั้มชุดแรกของโจทก์ชื่อชุด "นิราศป่าปูน" ซึ่งออกจำหน่ายเมื่อปี 2539 การจะนำนามแฝงนี้และภาพถ่ายโจทก์ไปใช้ต้องได้รับอนุญาตจากโจทก์โดยทำเป็นสัญญาดังเช่นสัญญาที่โจทก์ทำกับบริษัทอาร์สยาม จำกัด ตามสัญญาดังกล่าวบริษัทอาร์สยาม จำกัด สามารถนำนามแฝงและภาพถ่ายโจทก์ไปใช้ได้ตามภาพถ่ายปกวีซีดีคาราโอเกะ ดังนี้ นามแฝงโจทก์ว่า "หนู มิเตอร์" และภาพถ่ายโจทก์ที่พิมพ์อยู่บนปกและแผ่นซีดีเพลงกับแผ่นวีซีดีคาราโอเกะซึ่งจำเลยทั้งสองผลิตออกจำหน่ายย่อมทำให้สาธารณชนเข้าใจได้ว่านามแฝง "หนู มิเตอร์" เป็นนามแฝงโจทก์ เมื่อดูจากภาพถ่ายโจทก์ประกอบการกระทำของจำเลยทั้งสองดังกล่าวจึงเป็นการเอานามแฝง

"หนู มิเตอร์" ไปใช้โดยมิได้รับอำนาจให้ใช้ได้จากโจทก์ผู้เป็นเจ้าของนามแฝงนั้น เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายเนื่องจากโจทก์ไม่ได้รับค่าตอบแทนจากจำเลยทั้งสองในการใช้นามแฝงโจทก์ดังกล่าว โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย เนื่องจากการที่จำเลยทั้งสองใช้นามแฝงโจทก์โดยมิได้รับอำนาจให้ใช้ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 18 และ 420

Result

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
ปริญญา ดีผดุง · อร่าม เสนามนตรี · ไมตรี ศรีอรุณ
Lower court
ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นายสุรพล คงลาภ
Supreme Court black case no.
ทก.(ป)80/2552
Trial court black case no.
ทป153/2549
Trial court red case no.
ทป173/2551
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2765/2559

ตามคำฟ้องเป็นการกล่าวอ้างให้จำเลยรับผิดชดใช้ค่าการงานที่โจทก์ได้ทำไปแล้วในฐานะที่จำเลยเป็นคู่สัญญากับโจทก์ ส่วนที่โจทก์บรรยายคำฟ้องว่า จำเลยซึ่งเป็นผู้รับจ้างบริหารจัดการเรือ อ. จากเจ้าของเรือทำสัญญาว…

Supreme Court Judgment No. 5073/2557

การออกแบบแม่พิมพ์กระเบื้องเพื่อผลิตกระเบื้องให้มีรูปร่าง ขนาด และรูปลักษณะที่แปลกใหม่แตกต่างจากกระเบื้องที่ผลิตออกจำหน่ายในประเทศไทยเป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์กระเบื้องให้มีรูปร่างของผลิตภัณฑ์อันมีลักษณะพิ…

Supreme Court Judgment No. 3332/2555

พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มีเจตนารมณ์ที่ถือว่าการกระทำอันเกี่ยวกับการแสดงของนักแสดงนั้นต้องเป็นการกระทำที่เป็นการแสดงงานอันมีลิขสิทธิ์โดยเฉพาะงานดนตรีกรรม งานนาฏกรรม และงานวรรณกรรมที่มีลักษณะทำนองเป็นบ…

Supreme Court Judgment No. 9602/2554

การฟ้องเรียกหนี้สินที่บริษัทจำเลยที่ 2 หรือผู้ชำระบัญชีเป็นลูกหนี้ ป.พ.พ. มาตรา 1272 ห้ามมิให้ฟ้องเมื่อพ้นกำหนด 2 ปี นับแต่วันถึงที่สุดแห่งการชำระบัญชี โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 ซึ่งนายทะเบียนได้จดทะเบียนเล…

Supreme Court Judgment No. 1589/2567

ตามคำให้การของจำเลยที่ 2 ที่ให้การว่า เดิมที่ดินส่วนที่จำเลยที่ 2 คัดค้านเป็นของ พ. ที่ขายให้จำเลยที่ 1 และ อ. โดยมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แล้วบุคคลทั้งสองยกให้จำเลยที่ 2 จำ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up