Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1748/2505

พ.ศ. 2505 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

สิทธิครอบครองที่จะคุ้มครองตลอดถึงผู้รับโอนด้วยตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 4 นั้น ผู้โอนจะต้องได้มาซึ่งสิทธิครอบครองก่อนวันใช้ประมวลกฎหมายที่ดินโจทก์ฟ้องว่า จำเลยเข้ายึดถือครอบครองที่ดินของรัฐโดยจำเลยไม่มีสิทธิครอบครองและไม่ได้รับอนุญาต เมื่อจำเลยรับว่าจำเลยเข้าครอบครองเมื่อประกาศใช้ประมวลกฎหมายที่ดินถึง 3 ปีแล้ว โดยอ้างว่าซื้อที่รายนี้จากผู้อื่น จำเลยก็มีหน้าที่นำสืบให้ได้ความว่า ผู้ขายมีสิทธิครอบครองมาก่อนใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน จึงจะได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 4 นั้น

Provisions the court ruled on

ป.วิ.พ. Section 84 ป.ที่ดิน Section 4 ป.ที่ดิน Section 9 ป.ที่ดิน Section 108 ป.ที่ดิน Section 5 ป.วิ.อ. Section 174

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจเข้ายึดถือครอบครองก่นสร้างที่ดินของรัฐบาลที่ป่าบริเวณหัวหนองหลง โดยจำเลยไม่มีสิทธิครอบครองและไม่ได้รับอนุญาต และจำเลยบังอาจแผ้วถางป่าบริเวณหัวหนองหลงซึ่งเป็นป่าที่ยังไม่เคยถูกแผ้วถางมาก่อนเลย โดยไม่ได้รับอนุญาตขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9, 108 กับพระราชบัญญัติป่าไม้ฯจำเลยให้การรับว่าได้เข้าครอบครองที่ดินรายนี้จริง แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้แผ้วถาง โดยได้ซื้อที่ดินเมื่อมีผู้แผ้วถางแล้วศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 9, 108 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 54, 72(ฉบับที่ 3) พ.ศ.2494 มาตรา 14 ลงโทษทั้งสองฐานจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยได้ซื้อที่ดินมาจากผู้ที่ครอบครองมาก่อนและแผ้วถางแล้ว และจำเลยไม่มีเจตนาฝ่าฝืนกฎหมายที่โจทก์ฟ้องยังไม่มีความผิด

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ได้ความตามที่จำเลยนำสืบว่า ที่ดินนี้จำเลยรับซื้อไว้จากคนอีสานตั้งแต่กลางปี พ.ศ.2500 สภาพของที่ดินในตอนรับซื้อแสดงว่าเป็นที่ดินที่แผ้วถางมาก่อนแล้ว คดีฟังไม่ได้ว่าจำเลยแผ้วถางป่าอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ที่โจทก์ขอมาแต่ในข้อหาฐานเข้ายึดถือครอบครองที่ดินของรัฐตามประมวลกฎหมายที่ดินนั้น จำเลยรับแล้วว่าได้เข้าครอบครองที่ดินนี้จริง โดยซื้อเมื่อมีผู้แผ้วถางไว้แล้ว แต่จำเลยไม่สามารถนำผู้ที่ขายมาเป็นพยานประกอบข้ออ้าง จึงทราบไม่ได้ว่าผู้ขายได้เข้าครอบครองก่อนหรือหลังประกาศใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน สิทธิครอบครองที่จะคุ้มครองตลอดถึงผู้รับโอนตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 4 นั้น

ผู้โอนจะต้องได้มาซึ่งสิทธิครอบครองก่อนวันใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน คือ วันที่ 1 ธันวาคม 2497 และมาตรา 9 ก็บังคับไว้ว่า ถ้ามิได้มีสิทธิครอบครองหรือมิได้รับอนุญาตฯ ห้ามมิให้เข้าไปยึดถือ ครอบครอง จำเลยรับว่าได้เข้าครอบครองที่ดินรายนี้ภายหลังใช้ประมวลกฎหมายที่ดินถึง 3 ปีแล้ว จึงมีหน้าที่ต้องนำสืบแสดงให้เห็นว่าผู้ขายให้แก่จำเลยมีสิทธิครอบครองมาก่อนใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน จึงจะได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 4 แต่จำเลยนำสืบฟังไม่ได้ จึงต้องถือว่าที่ดินรายนี้เป็นของรัฐ จำเลยเข้ายึดถือโดยไม่มีสิทธิครอบครองหรือได้รับอนุญาตต้องมีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9, 108

Matter details

Panel of judges
เจน เวชศิลป์ · ประมูล สุวรรณศร · โพยม เลขยานนท์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4243/2550

เหตุที่พนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องในคดีแรกเนื่องจากมีการแจ้งให้จำเลยออกจากที่ดินพิพาทซึ่งเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์โคกสูงไม่ครบตามระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ในการที่พนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ด…

Supreme Court Judgment, B.E. 2566 (ref. 699740)

เมื่อที่ดินพิพาทซึ่งเป็นที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิที่ดินมิได้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลหนึ่งบุคคลใด ให้ถือว่าเป็นของรัฐ ตาม ป.ที่ดิน มาตรา 2 และแม้หากที่ดินพิพาทจะพ้นจากการเป็นที่ชายตลิ่งไปโดย…

Supreme Court Judgment No. 2365/2563

เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ที่ดินที่เกิดเหตุเป็นที่ชายทะเล และอยู่นอกเขต น.ส. 3 ก. ของบิดาจำเลย โดยไม่ปรากฏว่าบุคคลใดมีเอกสารสิทธิในที่ดินดังกล่าว จึงถือว่าเป็นที่ดินของรัฐ โจทก์มีอำนาจฟ้องขอให้ลงโทษจำ…

Supreme Court Judgment No. 1592/2563

เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ที่ดินที่เกิดเหตุเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทเพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ เป็นที่ดินราชพัสดุ เป็นที่ดินของรัฐ และเป็นที่ดินที่อยู่ในเขตพระราชกฤษฎีกาหวงห้ามที่ดินเพื่อก…

Supreme Court Judgment No. 13241/2558

แม้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ไม่ได้มีคำพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนต้นยางพาราและทรัพย์สินอื่นที่สร้างอยู่ในที่ดินพิพาทออกไปจากที่ดินพิพาทก็ตาม แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษตาม ป.ที่ดิน มาตรา 9, 108…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up