Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 175/2541

พ.ศ. 2541 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

คดีหมายเลขดำที่ 283/2535 โจทก์ที่ 2 ถึงที่ 5 ฟ้องจำเลยกับ จ. ขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 659 ซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของ ต. และนำมาแบ่งปันกันและตามคดีหมายเลขดำที่ 284/2535 โจทก์ที่ 2 ถึงที่ 5ฟ้องจำเลยกับ พ. ขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 6278 ซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของนาย ต.และนำมาแบ่งปันกัน แต่คดีนี้โจทก์ที่ 2 ถึงที่ 5ฟ้องจำเลยคนเดียว ให้ดำเนินการแบ่งปันที่ดินโฉนดเลขที่ 3977กับพันธบัตรรัฐบาลจำนวน 200,000 บาท ซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของ ต.แม้ว่าที่ดินทั้งหมดจะเป็นทรัพย์มรดกของต.แต่เห็นได้ว่าตามคดีหมายเลขดำที่ 283/2535 และ 284/2535นั้น จะต้องพิจารณาประเด็นที่ขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนที่ดินเสียก่อนว่าจะเพิกถอนหรือไม่ เมื่อเพิกถอนแล้วจึงจะนำมาแบ่งปันกันระหว่างทายาท ส่วนคดีนี้มีแต่เพียงประเด็นแบ่งปันทรัพย์มรดกระหว่างทายาทด้วยกันเท่านั้นหาได้เป็นเรื่องเดียวกันไม่ ฟ้องของโจทก์จึงไม่เป็นฟ้องซ้อน

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 และนายเติม ชูวงศ์ ซึ่งถึงแก่ความตายแล้ว เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายตาม ชูวงศ์ กับจำเลยโจทก์ที่ 2 เป็นบุตรและทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกแทนที่นายเติม ก่อนตายนายตาม มิได้ทำพินัยกรรมไว้ ต่อมาจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนายตามตามคำสั่งของศาลชั้นต้น นายตามมีทรัพย์มรดกได้แก่ ที่ดินโฉนดเลขที่ 3977 จังหวัดภูเก็ต เนื้อที่62 ตารางวา ซึ่งนายตามเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกับจำเลยและพันธบัตรรัฐบาลเป็นเงิน 200,000 บาท โจทก์ทั้งห้ามีสิทธิรับมรดกที่ดินดังกล่าวเฉพาะส่วนของนายตาม คนละ 3.1 ตารางวา รวมทั้งหมดเป็น 15.5 ตารางวา และมีสิทธิรับเงินจากพันธบัตรดังกล่าวคนละ20,000 บาท

สำหรับที่ดินทรัพย์มรดก 15.5 ตารางวา เป็นเงิน70,000 บาท รวมกับค่าพันธบัตร 100,000 บาท เป็นเงิน 170,000 บาทโจทก์ทั้งห้าได้บอกกล่าวให้จำเลยแบ่งปันทรัพย์มรดกดังกล่าวแล้วแต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยแบ่งที่ดินโฉนดเลขที่ 3977ตำบลตลาดใหญ่ (สั้นใน) อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ให้แก่โจทก์ทั้งห้าคนละ 3.1 ตารางวา รวมเนื้อที่ 15.5 ตารางวาหากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนและหากแบ่งไม่ได้ให้นำที่ดินออกขายทอดตลาดนำเงินที่ได้จากการขายที่ดินมาแบ่งให้โจทก์ทั้งห้าตามส่วน และให้จำเลยแบ่งเงินจากพันธบัตรดังกล่าวให้แก่โจทก์ทั้งห้า คนละ 20,000 บาทจำเลยให้การและแก้ไขคำให้การว่า

โจทก์ทั้งห้าฟ้องจำเลยซึ่งเป็นบุพการีไม่ได้ จำเลยเป็นภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายตามพันธบัตรจำนวน 200,000 บาท เป็นสินสมรสระหว่างจำเลยกับนายตามพันธบัตรดังกล่าวจึงเป็นทรัพย์มรดกของนายตามเพียง 100,000 บาทจำเลยได้ครอบครองที่ดินและพันธบัตรดังกล่าวแต่เพียงผู้เดียวมาเกินกว่า 1 ปี นับแต่นายตามถึงแก่ความตาย

โจทก์ทั้งห้ามิได้ฟ้องเรียกทรัพย์มรดกภายใน 1 ปี นับแต่นายตามตาย นอกจากนี้โจทก์ทั้งห้าได้ฟ้องจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนายตามขอแบ่งที่ดินโฉนดเลขที่ 659 และ 6278 จังหวัดภูเก็ต อ้างว่าเป็นทรัพย์มรดกของนายตามเป็นคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 283/2535และ 284/2535 ของศาลชั้นต้น ฟ้องโจทก์ทั้งห้าจึงเป็นฟ้องซ้อนกับคดีทั้งสองสำนวนดังกล่าว ขอให้ยกฟ้องระหว่างพิจารณา โจทก์ที่ 1 ขอถอนฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยแบ่งที่ดินโฉนดเลขที่ 3977ตำบลตลาดใหญ่ (สั้นใน) อำเภอเมืองภูเก็ต ให้แก่โจทก์ที่ 3ถึงที่ 5 คนละ 3.1 ตารางวา และเงินคนละ 10,000 บาท ให้โจทก์ที่ 2 จำนวน 1 ใน 4 ของที่ดินดังกล่าว เนื้อที่ 3.1 ตารางวาส่วนที่ตกได้แก่นายเติม ชูวงศ์ และเงิน 2,500 บาท หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทน หากแบ่งไม่ได้ให้ขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าวนำเงินมาแบ่งปันกันจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง ในคดีที่ฎีกาได้แต่เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวนซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 ฟังข้อเท็จจริงว่า

โจทก์ที่ 1 นายเติม ชูวงศ์และโจทก์ที่ 3 ถึงที่ 5 เป็นบุตรของจำเลยกับนายตาม ชูวงศ์เจ้ามรดก โจทก์ที่ 2 เป็นบุตรของนายเติม นายเติม ถึงแก่ความตายภายหลังนายตาม โจทก์ที่ 2 จึงมีสิทธิรับมรดกแทนที่นายเติมโจทก์ที่ 2 ถึงที่ 5 ได้ฟ้องจำเลยและนางจรื่น โปร่งพันธ์เป็นคดีหนึ่งและฟ้องจำเลยกับนางพูลศรี มิตรารัตน์ เป็นอีกคดีหนึ่งเรื่องขอเพิกถอนการจดทะเบียนโอนมรดกและขอให้แบ่งปันทรัพย์มรดกที่ดินโฉนดเลขที่ 659 และ 6278 ตำบลตลาดใหญ่ (สั้นใน)อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ตามคดีหมายเลขดำที่ 283/2535 และ 284/2535 ของศาลชั้นต้น ตามลำดับ โดยคดีทั้งสองเรื่องดังกล่าวกับคดีนี้โจทก์ที่ 2 ถึงที่ 5 ยื่นฟ้องต่อศาลชั้นต้นวันเวลาเดียวกันเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2535 ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่าฟ้องโจทก์ที่ 2 ถึงที่ 5 คดีนี้เป็นฟ้องซ้อนกับคดีหมายเลขดำที่ 283/2535 และ 284/2535 ของศาลชั้นต้นหรือไม่

เห็นว่าตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173(1)จะเป็นฟ้องซ้อนต้องเป็นกรณีฟ้องเรื่องเดียวกัน แต่ข้อเท็จจริงตามคดีหมายเลขดำที่ 283/2535 โจทก์ที่ 2 ถึงที่ 5 ฟ้องจำเลยกับนางจรื่นขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 659ตำบลตลาดใหญ่ (สั้นใน) อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของนายตามและนำมาแบ่งปันกัน และตามคดีหมายเลขดำที่ 284/2535 โจทก์ที่ 2 ถึงที่ 5 ฟ้องจำเลยกับนางพูลศรี ขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 6278 ตำบลตลาดใหญ่(สั้นใน) อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของนายตามและนำมาแบ่งปันกันแต่คดีนี้โจทก์ที่ 2 ถึงที่ 5ฟ้องจำเลยคนเดียวเท่านั้น ให้ดำเนินการแบ่งปันที่ดินโฉนดเลขที่ 3977 ตำบลตลาดใหญ่ (สั้นใน)

อำเภอเมืองภูเก็ตจังหวัดภูเก็ต กับพันธบัตรรัฐบาลจำนวน 200,000 บาท ซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของนายตาม แม้ว่าที่ดินทั้งหมดจะเป็นทรัพย์มรดกของนายตาม แต่ก็เป็นที่เห็นได้ว่าตามคดีหมายเลขดำที่ 283/2535 และ 284/2534 นั้น จะต้องพิจารณาประเด็นที่ขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนที่ดินเสียก่อนว่าจะเพิกถอนหรือไม่ เมื่อเพิกถอนแล้วจึงจะนำมาแบ่งปันกันระหว่างทายาท ส่วนคดีนี้มีแต่เพียงประเด็นแบ่งปันทรัพย์มรดกระหว่างทายาทด้วยกันเท่านั้น จึงหาได้เป็นเรื่องเดียวกันไม่ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยว่า ฟ้องของโจทก์ไม่เป็นฟ้องซ้อนชอบแล้วฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ชวลิต ศรีสง่า · ไพโรจน์ คำอ่อน · วิเทพ ศิริพากย์
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1460/2567

คำร้องขอให้เรียกบุคคลภายนอกเข้ามาเป็นจำเลยร่วมเพื่อการใช้สิทธิไล่เบี้ยหรือเพื่อใช้ค่าทดแทน หากตนเองต้องแพ้คดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57 (3) นั้น ไม่ใช่คำฟ้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 1 (3) เพราะเป็นแต่คำร้องให้เรีย…

Supreme Court Judgment No. 2629/2567

คำฟ้องหรือคำร้องขอใดจะเป็นฟ้องซ้อนตาม ป.วิ.พ. มาตรา 173 วรรคสอง (1) นั้นคู่ความในคดีแรกและคดีหลังต้องมีฐานะเป็นโจทก์ แม้ผู้คัดค้านที่ 2 จะเคยยื่นคำคัดค้านโดยขอให้ตั้งตนเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ต่อมา…

Supreme Court Judgment, B.E. 2565 (ref. 689123)

โจทก์บรรยายฟ้องเกี่ยวกับวันเวลาที่จำเลยกระทำความผิดอยู่ในช่วงเวลาเดียวกันทั้งสองสำนวน และเมทแอมเฟตามีนของกลางตามฟ้องทั้งสองสำนวนก็เป็นจำนวนเดียวกันการกระทำความผิดเกี่ยวกับเมทแอมเฟตามีนของกลางตามฟ้องสำ…

Supreme Court Judgment No. 3748/2565

ผู้ร้องยื่นคำร้องอ้างว่า ผู้ร้องครอบครองที่ดินเฉพาะส่วน โดยแบ่งการครอบครองเป็นสัดส่วน พร้อมกับขอให้กันส่วนที่ดินเฉพาะส่วนซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องออกจากที่ดินก่อนมีการขายทอดตลาด แม้ตามคำร้องจะใช้คำ…

Supreme Court Judgment No. 496/2563

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นตัวแทนของบริษัท ศ. หลอกลวงผู้เสียหายซึ่งเป็นลูกค้าและทำสัญญาประกันชีวิตไว้กับบริษัท ศ. ว่าบริษัท ศ. มีนโยบายสมนาคุณให้แก่ลูกค้าพิเศษ มีโครงการรับฝากเงินแบบออมทรัพย์พิเศษจากลูกค้า…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up