Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1808/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกาได้มีพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษพ.ศ.2539มาตรา6(3)ประกาศใช้บังคับมีผลให้จำเลยที่1ซึ่งได้รับพักการลงโทษเพื่อคุมประพฤติให้ได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวไปและต่อมามีพระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงครองสิริราชสมบัติครบ50ปีพ.ศ.2539มาตรา4ประกาศใช้บังคับมีผลให้ล้างมลทินแก่จำเลยทั้งสองซึ่งได้พ้นโทษไปแล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติดังกล่าวใช้บังคับจึงเพิ่มโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา92,93ไม่ได้แม้จำเลยทั้งสองมิได้ฎีกาในปัญหานี้แต่ปัญหานี้เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยศาลฎีกาแก้ไขเสียให้ถูกต้องได้

Provisions the court ruled on

ป.อ. Section 92 ป.อ. Section 93 ป.วิ.อ. Section 195 ป.วิ.อ. Section 225 พ.ร.บ.ล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงครองสิริราชสมบัติ ครบ 50 ปี Section 4 พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2539 Section 6

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันชิงทรัพย์ผู้เสียหาย และก่อคดีนี้ จำเลยทั้งสองซึ่งมีอายุเกินสิบเจ็ดปีแล้ว เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลให้ลงโทษจำคุก โดยจำเลยที่ 1 เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลจังหวัดตรังคดีอาญาหมายเลขแดงที่252/2532 ให้ลงโทษจำคุก 20 ปี ในความผิดฐานปล้นทรัพย์ ส่วนจำเลยที่ 2 เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลอาญา คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2832/2534 ให้ลงโทษจำคุก 1 ปี ในข้อหามีเฮโรอีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยทั้งสองกลับมากระทำความผิดในคดีนี้ซึ่งไม่ใช่ความผิดที่กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ ทั้งเป็นความผิดที่ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 93 จำแนกไว้ในอนุมาตราเดียวกับความผิดที่ศาลจังหวัดตรังพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ในระหว่างจำเลยที่ 1 ต้องโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดแต่ได้รับอนุมัติให้ปล่อยตัวพักการลงโทษเพื่อคุมประพฤติส่วนจำเลยที่ 2 นั้นพ้นโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลอาญายังไม่ครบกำหนด 5 ปี

ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339,371, 83, 91, 92, 93 ริบมีดปลายแปลงของกลาง เพิ่มโทษจำเลยทั้งสองตามกฎหมาย และนับโทษจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ต่อจากโทษตามคำพิพากษาดคีอาญาหมายเลขแดงที่ 252/2532 ของศาลจังหวัดตรังจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ และจำเลยที่ 2 รับว่าเคยต้องโทษและพ้นโทษจริงตามฟ้อง จำเลยที่ 1 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสอง, 371 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานชิงทรัพย์จำคุกคนละ 10 ปีเพิ่มโทษจำเลยที่ 1 กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 93เป็นจำคุก 15 ปี

เพิ่มโทษจำเลยที่ 2 หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 เป็นจำคุก 13 ปี 4 เดือนฐานพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุสมควรปรับคนละ 100 บาท รวมลงโทษจำเลยที่ 1 จำคุก 15 ปี และปรับ100 บาท จำเลยที่ 2 จำคุก 13 ปี 4 เดือน และปรับ 100 บาทจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 7 ปี 6 เดือน และปรับ 50 บาทจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 6 ปี 8 เดือน และปรับ 50 บาทนับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษตามคำพิพากษาคดีอาญาหมายเลขแดงที่252/2532 ของศาลจังหวัดตรัง ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบมีดปลายแหลมของกลางจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบาศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า

หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยทั้งสองฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจลงโทษจำเลยทั้งสองในอัตราโทษขั้นต่ำตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสองเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีและตัวจำเลยทั้งสองแล้ว

ศาลฎีกาวินิจฉัย

อนึ่ง ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา ได้มีพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2539 มาตรา 6(3) ประกาศใช้บังคับมีผลให้จำเลยที่ 1 ซึ่งได้รับพักการลงโทษเพื่อคุมประพฤติ ให้ได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวไป และต่อมามีพระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงครองสิริราชสมบัติ ครบ 50 ปี พ.ศ. 2539 มาตรา 4 ประกาศใช้บังคับมีผลให้ล้างมลทินแก่จำเลยทั้งสอง ซึ่งได้พ้นโทษไปแล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติดังกล่าวใช้บังคับ จึงเพิ่มโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92, 93 ไม่ได้ แม้จำเลยทั้งสองมิได้ฎีกาในปัญหานี้ แต่ปัญหานี้เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยศาลฎีกาแก้ไขเสียให้ถูกต้องได้พิพากษาแก้เป็นว่า

จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 339 วรรคสอง, 371 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ฐานชิงทรัพย์ จำคุกคนละ 10 ปี ฐานพาอาวุธไปในเมืองหมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร ปรับคนละ 100 บาทจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 5 ปี และปรับคนละ 50 บาท นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษตามคำพิพากษาคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 252/2532 ของศาลจังหวัดตรัง คำขอให้เพิ่มโทษจำเลยทั้งสองให้ยก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

Matter details

Panel of judges
สถิตย์ ไพเราะ · เฉลิมชัย เกษมสันต์ · จุมพล ณ สงขลา
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 575/2548

ตามรายงานผลการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์มีความเห็นว่าบาดแผลของผู้เสียหายต้องใช้เวลารักษาเกินกว่า 21 วัน แต่ผู้เสียหายเบิกความเพียงว่า บาดแผลที่ผู้เสียหายได้รับจากการถูกทำร้ายต้องใช้เวลารักษา 21 วัน จึง…

Supreme Court Judgment No. 361/2530

ปัญหาเรื่องวิธีเพิ่มโทษและการคำนวณลดโทษเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยมิได้ยกขึ้นว่าในชั้นอุทธรณ์จำเลยย่อมยกขึ้นว่าในชั้นฎีกาได้และแม้จำเลยจะมิได้อุทธรณ์ฎีกาศาลฎีกาก็มีอำนาจจะยกขึ้น…

Supreme Court Judgment No. 5873/2567

ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 134/1 วรรคสอง บัญญัติว่า "ในคดีที่มีอัตราโทษจำคุก ก่อนเริ่มถามคำให้การให้พนักงานสอบสวนถามผู้ต้องหาว่ามีทนายความหรือไม่ ถ้าไม่มีและผู้ต้องหาต้องการทนายความ ให้รัฐจัดหาทนายความให้" ซึ่…

Supreme Court Judgment No. 4165/2561

ศาลชั้นต้นเพิ่มโทษปรับจำเลยที่ 2 หนึ่งในสาม ในความผิดฐานร่วมกันพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควรนั้น ไม่ถูกต้องเนื่องจาก ป.อ. มาตรา 92 บัญญัติว่า "...หากศาลจะพิพากษาลงโทษครั้งห…

Supreme Court Judgment No. 57/2555

แม้ศาลชั้นต้นไม่ได้สอบจำเลยว่า เป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษหรือไม่และโจทก์ก็ไม่ได้นำสืบให้ปรากฏก็ตาม แต่จำเลยเบิกความตอบโจทก์ถามค้านว่าเคยต้องโทษในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษจริง ถือว…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up