Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1823/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

แม้ผู้จัดการมรดกได้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินมรดกมาเป็นของตนก่อนถูกฟ้องคดีถึง 7 ปี เศษแล้วก็ตาม ก็เป็นเรื่องดำเนินการในฐานะผู้จัดการมรดก หาใช่การจัดการแบ่งปันทรัพย์มรดกตามที่กฎหมายกำหนดไว้ไม่ เมื่อไม่ปรากฏว่าหลังจากศาลตั้งเป็นผู้จัดการมรดกแล้วได้มีการแบ่งมรดกให้แก่ทายาทแต่อย่างใด จึงถือได้ว่าผู้จัดการมรดกได้ครอบครองทรัพย์มรดกทั้งหมดไว้แทนทายาทการจัดการมรดกยังไม่เสร็จสิ้น ฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1754 ผู้จัดการมรดกมีหน้าที่ต้องจัดการแบ่งปันตามส่วนสัดของทรัพย์มรดกทั้งหมดแก่ทายาทตามกฎหมาย เว้นแต่ทายาทจะตกลงยินยอมกันการที่ผู้จัดการทรัพย์มรดกโอนที่ดินพิพาทอันเป็นทรัพย์มรดกเป็นของตนทั้งหมด และภายหลังโอนยกให้โดยเสน่หาแก่บุตรของผู้จัดการมรดกซึ่งเป็นทายาทคนหนึ่ง โดยไม่ยอมแบ่งปันแก่บุตรต่างบิดาซึ่งเป็นทายาทของเจ้ามรดก ทั้งที่ผู้จัดการมรดกทราบดีว่าเจ้ามรดกมีบุตรกี่คนแสดงให้เห็นว่าผู้จัดการมรดกมีพฤติการณ์ยักย้ายถ่ายเททรัพย์มรดกมากกว่าส่วนที่ตนจะได้ จึงถูกกำจัดมิให้ได้รับมรดกของเจ้ามรดกเลยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1605 วรรคแรก จำเลยที่ 1 ไม่ได้ยกประเด็นเรื่องฟ้องเคลือบคลุมเป็นข้อต่อสู้ไว้ในคำให้การ แม้จำเลยที่ 2 ได้ให้การไว้ว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมแต่ในชั้นชี้สองสถานศาลมิได้กำหนดไว้เป็นประเด็นข้อพิพาทจึงถือว่าจำเลยที่ 2 สละประเด็นข้อต่อสู้ดังกล่าวแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสองในประเด็นนี้ จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วตั้งแต่ศาลชั้นต้นอีกทั้งไม่ใช่ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดก จำเลยที่ 1ได้ครอบครองที่ดินมรดกของนางเจียม รวม 5 แปลง แต่จำเลยที่ 1มิได้ปฏิบัติหน้าที่ของผู้จัดการมรดก ไม่จัดทำบัญชีทรัพย์ไม่แบ่งปันทรัพย์มรดกให้แก่ทายาท และยักยอกทรัพย์มรดกโดยจดทะเบียนโอนที่ดินมรดกบางแปลงเป็นของจำเลยที่ 1 และโอนที่ดินมรดกบางแปลงให้แก่จำเลยที่ 2 โดยเสน่หาอันเป็นการไม่ชอบ ทำให้โจทก์และทายาทอื่นได้รับความเสียหาย ขอให้ศาลเพิกถอนการจดทะเบียนโอนที่ดิน ให้กำจัดจำเลยทั้งสองมิให้รับมรดกส่วนของนางเจียมเจ้ามรดกทั้งหมดจำเลยทั้งสองให้การว่า ทรัพย์สินตามที่โจทก์กล่าวอ้างเป็นทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ทั้งหมด จำเลยที่ 1 ได้โอนให้แก่จำเลยที่ 2โจทก์รู้เห็นยินยอมแต่ก็ไม่ได้คัดค้านจึงไม่มีสิทธิขอให้เพิกถอนฟ้องเคลือบคลุมและขาดอายุความจำเลยที่ 2 รับโอนโดยชอบด้วยกฎหมายขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเฉพาะส่วนที่เป็นทรัพย์มรดกของนางเจียม

หมัดนุรักษ์ ที่จำเลยทั้งสองได้กระทำในวันที่ 1 กรกฎาคม, 4 กันยายน พ.ศ. 2523 และวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2530 เสียสำหรับคำขออื่นให้ยก ให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 1,200 บาทโจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ จำเลยที่ 1 ถึงแก่กรรมจำเลยที่ 2 ทายาทของจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนศาลอุทธรณ์อนุญาตศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้กำจัดมิให้จำเลยที่ 1ได้รับมรดกส่วนของนางเจียม หมัดนุรักษ์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์800 บาท แทนโจทก์จำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นยุติว่าโจทก์เป็นบุตรของนางเจียม กับนายหนับ

มีพี่น้องรวม4 คน ต่อมานายหนับถึงแก่ความตาย นางเจียมได้จำเลยที่ 1มีบุตรด้วยกันอีก 4 คน จำเลยที่ 2 เป็นบุตรคนหนึ่งของนางเจียมที่เกิดกับจำเลยที่ 1 จึงเป็นพี่น้องต่างบิดาแต่ร่วมมารดาเดียวกันกับโจทก์ ต่อมาเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2521 นางเจียมถึงแก่ความตายและจำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกของนางเจียมตามคำสั่งศาลครั้นวันที่ 1 กรกฎาคม 2523 และวันที่ 4 กันยายน 2523 จำเลยที่ 1ได้จดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 4538 และเลขที่ 1167 เป็นของตนตามลำดับซึ่งที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าวมีชื่อนางเจียมเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดร่วมกับจำเลยที่ 1 ต่อมาวันที่ 15 มกราคม 2530จำเลยที่ 1 ได้โอนยกให้ที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าวแก่จำเลยที่ 2คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่าคดีโจทก์ขาดอายุความแล้วหรือไม่ และจำเลยที่ 1 พึงถูกกำจัดมิให้ได้รับมรดกส่วนของนางเจียมหรือไม่

สำหรับปัญหาแรกจำเลยทั้งสองฎีกาว่าอายุความของคดีนี้ชอบที่จะถือเอาอายุความเดียวกับการฟ้องคดีเรื่องการแบ่งมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 มิใช่อายุความในการจัดการมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1733นั้น เห็นว่าตามคำให้การของจำเลยทั้งสองได้ยกอายุความทั้ง 2 กรณีดังกล่าวขึ้นเป็นข้อต่อสู้แม้ข้อเท็จจริงจะได้ความว่าที่ดินตามโฉนดเลขที่ 4538 จำเลยที่ 1 ได้โอนกรรมสิทธิ์มาเป็นของตนตั้งแต่วันที่1 กรกฎาคม 2523 และที่ดินตามโฉนดเลขที่ 1167 จำเลยที่ 1โอนเป็นกรรมสิทธิ์ของตนตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน 2523 ก่อนโจทก์ฟ้องคดีถึง 7 ปีเศษ แล้วก็ตาม ก็เป็นเรื่องที่จำเลยที่ 1 ดำเนินการในฐานะผู้จัดการมรดกของนางเจียม

หาใช่การจัดการแบ่งปันทรัพย์มรดกตามที่กฎหมายกำหนดไว้ไม่ คดีไม่ปรากฏว่า หลังจากศาลตั้งให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกแล้ว ได้มีการแบ่งมรดกให้แก่ทายาทนางเจียมแต่อย่างใด จึงถือได้ว่า จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกได้ครอบครองทรัพย์มรดกทั้งหมดไว้แทนทายาท การจัดการมรดกยังไม่เสร็จสิ้น ฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 เช่นกัน ฎีกาจำเลยทั้งสองข้อนี้ฟังไม่ขึ้นฎีกาของจำเลยทั้งสองข้อต่อมาที่ว่า จำเลยที่ 1 พึงถูกกำจัดมิให้ได้รับมรดกส่วนของนางเจียมหรือไม่ จำเลยทั้งสองฎีกาว่ากรรมสิทธิ์ของที่ดินทั้งสองแปลงส่วนใหญ่เป็นของจำเลยที่ 1 เพราะเป็นสินสมรสระหว่างจำเลยที่ 1 กับนางเจียม ทรัพย์มรดกนอกจากที่ดินพิพาททั้งสองแปลงแล้วยังมีที่ดินอื่นอีก 4 แปลง ซึ่งพอจะแบ่งให้โจทก์ได้เท่าเทียมกัน และจำเลยที่ 1 ก็มีเจตนาจะแบ่งให้แก่ทายาททุกคน แต่โจทก์ฟ้องคดีเสียก่อนนั้น

เห็นว่า หน้าที่ของผู้จัดการมรดก จะต้องจัดการแบ่งปันทรัพย์มรดกแก่ทายาทตามกฎหมายดังนั้นแม้ผู้ตายจะมีทรัพย์มรดกอื่นนอกจากที่ดินพิพาท ก็ต้องจัดการแบ่งปันตามส่วนสัดของทรัพย์มรดกเหล่านั้น เว้นแต่ทายาทจะตกลงยินยอมกัน การที่จำเลยที่ 1 โอนที่ดินพิพาทอันเป็นทรัพย์มรดกเป็นของตนทั้งหมดและภายหลังโอนยกให้โดยเสน่หาแก่จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบุตรของตนโดยไม่ยอมแบ่งปันแก่บุตรต่างบิดาของเจ้ามรดก ทั้ง ๆ ที่ตนเป็นสามีเจ้ามรดก ย่อมทราบดีว่าเจ้ามรดกมีบุตรกี่คน เฉพาะอย่างยิ่งจำเลยที่ 1 อาศัยการเป็นผู้จัดการมรดกดำเนินการดังกล่าวแล้ว แสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 1 มีพฤติการณ์ยักย้ายถ่ายเททรัพย์มรดกมากกว่าส่วนที่ตนจะได้จึงถูกกำจัดมิให้ได้รับมรดกของนางเจียมเลยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1605 วรรคแรก ที่ศาลอุทธรณ์ให้กำจัดมิให้จำเลยที่ 1 ได้รับมรดกในส่วนดังกล่าวจึงชอบแล้วศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย

ฎีกาข้อนี้ของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้นเช่นกันสำหรับฎีกาของจำเลยทั้งสองอีกข้อหนึ่งที่ว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมนั้น เห็นว่า ประเด็นเรื่องฟ้องเคลือบคลุมจำเลยที่ 1ไม่ได้ยกเป็นข้อต่อสู้ไว้ในคำให้การ แม้จำเลยที่ 2 จะให้การไว้ในคำให้การว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะไม่ได้บรรยายว่า นางเจียมมารดาโจทก์มีอาชีพและรายได้อย่างไรได้ที่ดินพิพาทมาอย่างไรแต่ในชั้นชี้สองสถานศาลมิได้กำหนดไว้เป็นประเด็นข้อพิพาทจึงถือว่าจำเลยที่ 2 สละประเด็นข้อต่อสู้ดังกล่าวแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสองในประเด็นนี้จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วตั้งแต่ศาลชั้นต้น อีกทั้งไม่ใช่ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
สุวรรณ ตระการพันธุ์ · นาม ยิ้มแย้ม · สุรินทร์ นาควิเชียร
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2630/2567

พฤติการณ์แห่งคดีบ่งชี้ชัดว่าจำเลยที่ 1 มีเจตนายักย้ายปิดบังที่ดินโฉนดเลขที่ 21914 เนื้อที่ 200 ตารางวา ซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของผู้ตายโดยฉ้อฉลหรือรู้อยู่ว่าตนทำให้เสื่อมประโยชน์ของทายาทคนอื่นแล้ว จำเลยที่…

Supreme Court Judgment No. 4582/2557

ผู้ร้องบรรยายคำร้องว่าการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นไม่ชอบด้วยกฎหมายและฝ่าฝืนข้อบังคับของผู้คัดค้าน โดยไม่มีการขอเรียกประชุมจากจำนวนผู้ถือหุ้นครบตามข้อบังคับ ไม่มีคำบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นไม่ว่า…

Supreme Court Judgment, B.E. 2553 (ref. 508236)

จำเลยทั้งสามยื่นคำร้องว่า ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทไม่ถูกต้องโดยขอให้กำหนดประเด็นเพิ่มว่า จำเลยทั้งสามต่อเติมผนังคอนกรีตด้านหลังตึกแถวของจำเลยทั้งสามรุกล้ำที่ดินของโจทก์ทั้งสองโดยสุจริตหรือไม่ด้ว…

Supreme Court Judgment No. 454/2553

ประเด็นข้อพิพาทที่ศาลชั้นต้นกำหนดขึ้นใหม่ว่า โจทก์ที่ 1 มอบอำนาจให้โจทก์ที่ 2 ฟ้องคดีนี้หรือไม่ ถือเป็นการกำหนดประเด็นข้อพิพาทไปตามข้ออ้างข้อเถียงในคำฟ้องและคำให้การของจำเลยที่ 2 และที่ 3 เพราะประเด็น…

Supreme Court Judgment No. 8587/2553

ตามคำให้การของจำเลยเป็นการต่อสู้ว่า สัญญากู้ยืมปลอมทั้งฉบับ มิใช่ปลอมแค่เพียงบางส่วน ดังนั้น คำให้การที่ว่าจำเลยเคยกู้ยืมเงินโจทก์ 120,000 บาท เป็นเพียงเหตุผลประกอบการปฏิเสธเท่านั้น ประเด็นข้อพิพาทในค…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up