คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีอาวุธปืนคาร์บิน 3 กระบอก กระสุนปืนคาร์บิน 400 นัด อันเป็นอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่ใช้เฉพาะในการสงคราม และมีซองกระสุนปืน 3 อันซึ่งเป็นส่วนของอาวุธปืนไว้ในความครอบครอง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ และริบของกลางจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยกระทำผิดจริงตามฟ้อง ให้จำคุก 4 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 4 เพราะคำรับของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลย 3 ปี ริบของกลางศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ แต่คงให้ริบของกลางโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โดยที่ได้มีพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ 6)
พ.ศ. 2518 ออกใช้บังคับขณะคดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกาซึ่งตามมาตรา 5 ของพระราชบัญญัติดังกล่าวให้โอกาสแก่ผู้มีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิด สำหรับใช้เฉพาะในการสงครามตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง นำอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดังกล่าวมามอบให้นายทะเบียนท้องที่ภายใน 90 วันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ ดังนั้น แม้จะฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนตามฟ้องไว้ในครอบครอง จำเลยก็ได้รับยกเว้นโทษตามบทกฎหมายที่กล่าวแล้ว และจะริบอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนของกลางอันเป็นทรัพย์สินที่จะพึงริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32 ก็ไม่ได้ เพราะกฎหมายผ่อนผันให้ผู้มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน นำอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนที่มีไว้ในครอบครองของตนไปมอบให้นายทะเบียนท้องที่ภายใน 90 วันพิพากษาแก้เป็นไม่ริบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลางนอกจากที่แก้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์