Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1839/2551

พ.ศ. 2551 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายร่วมกับจำเลยที่ 1 ตามคำสั่งศาล มีอำนาจยื่นคำให้การต่อสู้คดีและฟ้องแย้งตาม ป.พ.พ. มาตรา 1736 วรรคสอง แต่การที่จำเลยที่ 2 ยื่นคำให้การและฟ้องแย้งในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายเพียงคนเดียวโดยไม่มีจำเลยที่ 1 ร่วมด้วยขัดต่อมาตรา 1726 จำเลยที่ 2 แต่เพียงผู้เดียวจึงไม่มีอำนาจยื่นคำให้การต่อสู้คดีและฟ้องแย้ง ปัญหาเกี่ยวกับอำนาจฟ้องและยื่นคำให้การและฟ้องแย้งของจำเลยที่ 2 เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง โจทก์ฟ้องขอแบ่งทรัพย์สินกองมรดกครึ่งหนึ่งของผู้ตายในฐานะเป็นเจ้าของร่วมซึ่งจำเลยที่ 2 ในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายก็ยื่นคำให้การต่อสู้ว่าทรัพย์มรดกผู้ตายไม่ใช่ทรัพย์สินที่โจทก์ทำมาหาได้ร่วมกันกับผู้ตายที่จะต้องแบ่งให้แก่โจทก์ครึ่งหนึ่ง แม้จำเลยที่ 2 ไม่มีอำนาจยื่นคำให้การต่อสู้คดี ศาลชั้นต้นก็ควรต้องฟังพยานโจทก์ให้ได้ความก่อนว่าทรัพย์มรดกของผู้ตายตามที่โจทก์ฟ้องเป็นทรัพย์สินที่โจทก์ร่วมกับผู้ตายทำมาหาได้ร่วมกันมาในระหว่างที่เป็นสามีภริยากันจริงตามที่โจทก์ฟ้องหรือไม่

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นภริยาของนายโพธิ์อยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมาย จำเลยทั้งสองร่วมกันเป็นผู้จัดการมรดกของนายโพธิ์ตามคำสั่งของศาลชั้นต้นตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 81/2547 นายโพธิ์เคยอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยากับนางละเอียดเมื่อเลิกกับนางละเอียดแล้วประมาณปี 2505 นายโพธิ์ได้มาอยู่กินฉันสามีภริยากับโจทก์ โดยพักอาศัยอยู่ด้วยกันที่บ้านเลขที่ 32 ซอย 20 มิ.ย. 11 แยก 3 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร มีบุตรด้วยกัน 5 คน คือ นายสุพจน์ นางสมพร นางสุพรรณี นายสุรพล และจำเลยที่ 1 โจทก์กับนายโพธิ์ต่างช่วยเหลือทำมาหากินด้วยกันและร่วมกันสะสมทรัพย์สินเงินทองเพื่อสร้างฐานะและปี 2538 โจทก์และนายโพธิ์ได้ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 37712 และปลูกสร้างบ้านเลขที่ 54 ในที่ดินดังกล่าว

จากนั้นโจทก์และนายโพธิ์พร้อมครอบครัวได้ย้ายมาอยู่บ้านเลขที่ดังกล่าว ทรัพย์สินที่โจทก์กับนายโพธิ์ทำมาหาได้ร่วมกันคือ 1. ที่ดินโฉนดเลขที่ 37712 เนื้อที่ 4 ไร่ 21 ตารางวา และบ้านเลขที่ 54 ซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินดังกล่าว ราคารวมทั้งที่ดินและบ้านประมาณ 400,000 บาท 2. ปืนสั้นรีวอลเวอร์ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก ราคาประมาณ 35,000 บาท 3. เงินฝากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาคลอง 16 บัญชีเลขที่ 577-1-03093-0 จำนวน 4,500,000 บาท 4. เงินฝากที่ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาคลอง 16 บัญชีเงินฝากเลขที่ 577-2-09975-9 เงินจำนวน 348,836.04 บาท ทรัพย์สินดังกล่าวเป็นทรัพย์สินที่โจทก์กับนายโพธิ์ทำมาหาได้ร่วมกันในระหว่างที่อยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา

โจทก์จึงเป็นเจ้าของร่วมในทรัพย์สินดังกล่าวกับนายโพธิ์ เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2546 นายโพธิ์ถึงแก่ความตาย โดยไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ จำเลยที่ 1 ได้ไปยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งจำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดก จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบุตรของนายโพธิ์กับนางละเอียดภริยาคนเดิมของนายโพธิ์ได้ไปยื่นคำร้องคัดค้านและมีคำขอให้ตั้งจำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดการมรดกของนายโพธิ์ร่วมกับจำเลยที่ 1 ศาลมีคำสั่งตั้งให้จำเลยทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดกของนายโพธิ์ร่วมกัน ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 81/2547 ของศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองในฐานะผู้จัดการมรดกของนายโพธิ์ไม่ยอมแบ่งปันทรัพย์สินที่โจทก์กับนายโพธิ์เป็นเจ้าของร่วมกันให้แก่โจทก์ครึ่งหนึ่ง ตามอำนาจหน้าที่ของผู้จัดการมรดก

ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองในฐานะผู้จัดการมรดกของนายโพธิ์ร่วมกันแบ่งที่ดินโฉนดเลขที่ 37712 ตำบลบึงพระอาจารย์ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก พร้อมบ้านเลขที่ 54 ที่ปลูกอยู่ในที่ดินดังกล่าวรวมราคา 400,000 บาท ปืนสั้นรีวอลเวอร์ ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก ราคาประมาณ 35,000 บาท เงินฝากที่ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาคลอง 16 บัญชีเลขที่ 577-1-03093-0 จำนวนเงิน 4,500,000 บาท และบัญชีเลขที่ 577-2-09975-9 จำนวนเงิน 348,836,04 บาท ให้แก่โจทก์ครึ่งหนึ่ง หากทรัพย์สินใดไม่สามารถแบ่งแยกให้โจทก์ได้ ให้นำทรัพย์สินดังกล่าวออกขายทอดตลาดและนำเงินมาแบ่งให้แก่โจทก์ครึ่งหนึ่ง จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายโพธิ์ให้การและฟ้องแย้งว่า

เมื่อปี 2492 นายโพธิ์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากับนางละเอียดมารดาของจำเลยที่ 2 แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมาย มีบุตรด้วยกัน 5 คน คือนางวิไลวรรณ, นางสาวทวีพร (จำเลยที่ 2) นายอำนาจ, นายสมพงษ์, นางสาวกนกวรรณ นายโพธิ์ได้เลิกอยู่กินฉันสามีภริยากับนางละเอียดในปี 2508 แล้วไปอยู่กินฉันสามีภริยากับโจทก์ โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ในปี 2501 ระหว่างที่นายโพธิ์อยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยากับนางละเอียด นายโพธิ์ได้รับมรดกที่ดินโฉนดเลขที่ 1667 เนื้อที่ประมาณ 3 ไร่ 16 ตารางวา จากนายอิดหรืออิ๊ด เจ้ามรดก ที่ดินดังกล่าวจึงเป็นสินส่วนตัวของนายโพธิ์ ต่อมาที่ดินดังกล่าวเปลี่ยนเป็นที่ดินโฉนดเลขที่ 21736 ในปี 2529 นายโพธิ์ได้ขายที่ดินดังกล่าวไปบางส่วนได้เงิน 3,040,000 บาท ที่ดินในส่วนที่เหลือเนื้อที่ประมาณ 1 งานเศษ

คือ ที่ดินโฉนดเลขที่ 133411 ในปี 2530 นายโพธิ์นำเงินที่ขายที่ดินได้ไปซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 5901 เนื้อที่ประมาณ 55 ไร่ 45 ตารางวา ปี 2534 นายโพธิ์ขายที่ดินโฉนดเลขที่ 133411 ตำบลสามเสนนอก ดังกล่าวได้เงิน 2,000,000 บาท และนำเงินมาปลูกบ้านเลขที่ 54 ในที่ดินโฉนดเลขที่ 5901 ปี 2538 นายโพธิ์ได้แบ่งแยกที่ดินโฉนดเลขที่ 5901 ออกเป็นทั้งหมด 8 แปลง คือที่ดินโฉนดเลขที่ 37712 ถึง 37718 กับที่ดินส่วนที่เหลือจากการแบ่งแยกซึ่งอยู่ในโฉนดเลขที่ 5901 เดิม นายโพธิ์ได้ขายที่ดินที่แบ่งแยกไปยกเว้นที่ดินโฉนดเลขที่ 37712 ได้เงิน 7,200,000 บาท แล้วนำเงินบางส่วนไปฝากไว้ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาคลอง 16 บัญชีเลขที่ 577-1-03093-0 และ 577-2-09975-9 รวมทั้งปืนสั้นรีวอลเวอร์

ขนาด .38 ตามฟ้องโจทก์ ที่ดินโฉนดเลขที่ 37712 พร้อมบ้านเลขที่ 54 ซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินดังกล่าว เงินฝากที่ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาคลอง 16 ทั้งสองบัญชีและอาวุธปืนรีวอลเวอร์ขนาด .38 ดังกล่าวจึงเป็นสินส่วนตัวของนายโพธิ์และเป็นมรดกของนายโพธิ์ที่จะตกทอดให้แก่ทายาทโดยธรรม หาใช่เป็นทรัพย์สินที่โจทก์กับนายโพธิ์ทำมาหาได้ร่วมกันระหว่างอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาไม่จึงฟ้องแย้งขอให้โจทก์ส่งมอบโฉนดที่ดินเลขที่ 37712 สมุดบัญชีเงินฝากที่ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาคลอง 16 ทั้งสองฉบับ และอาวุธปืนสั้นรีวอลเวอร์ ขนาด .38 พร้อมใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนดังกล่าวแก่จำเลยที่ 2 ระหว่างที่โจทก์ยังไม่ได้ยื่นคำให้การแก้ฟ้องแย้งของจำเลยที่ 2

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอที่จะวินิจฉัยได้แล้ว โดยไม่ต้องให้โจทก์ยื่นคำให้การแก้ฟ้องแย้งของจำเลยที่ 2 จึงสั่งไม่ให้คู่ความดำเนินกระบวนพิจารณาอันจะมีต่อไปและงดสืบพยานคู่ความ และพิพากษาคดี ศาลชั้นต้น (ศาลจังหวัดนครนายก) พิพากษาให้จำเลยทั้งสองในฐานะผู้จัดการมรดกของนายโพธิ์แบ่งทรัพย์สินคือที่ดินโฉนดเลขที่ 37712 ตำบลบึงพระอาจารย์ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก เนื้อที่ประมาณ 4 ไร่ 21 ตารางวา และบ้านเลขที่ 54 ซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินดังกล่าว เงินฝากที่ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาคลอง 16 บัญชีเลขที่ 577-1-03093-0 จำนวนเงิน 4,500,000 บาท และบัญชีเลขที่ 577-2-09975-9 จำนวนเงิน 348,836.04 บาท ปืนสั้นรีวอลเวอร์

ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก ให้แก่โจทก์ครึ่งหนึ่ง ให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 6,000 บาท สำหรับค่าขึ้นศาลเกี่ยวกับฟ้องแย้งที่จำเลยที่ 2 เสียมานั้นไม่ถูกต้อง เพราะจำเลยที่ 2 ฟ้องแย้งขอให้ส่งมอบโฉนดที่ดินและสมุดบัญชีเงินฝาก ซึ่งเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์คงมีทุนทรัพย์เฉพาะที่ให้โจทก์ส่งมอบปืนสั้นรีวอลเวอร์ให้แก่จำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ขอมาครึ่งหนึ่งเป็นทุนทรัพย์ 17,500 บาท ให้คืนค่าขึ้นศาลที่เกี่ยวกับฟ้องแย้งให้แก่จำเลยที่ 2 จำนวน 70,610 บาท จำเลยที่ 2 อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นภริยานายโพธิ์ผู้ตาย โดยอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยามิได้จดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมาย มีบุตร 5 คน คือ นายสุพจน์, นางสมพร, นางสุพรรณี, นายสุรพล และจำเลยที่ 1 ก่อนที่ผู้ตายจะอยู่กินเป็นสามีภริยากับโจทก์ ผู้ตายอยู่กินเป็นสามีภริยากับนางละเอียด แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน มีบุตร 5 คน โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นบุตรคนที่สอง ผู้ตายเลิกอยู่กินเป็นสามีภริยากับนางละเอียดในปี พ.ศ.2508 แล้วผู้ตายมาอยู่กินเป็นสามีภริยากับโจทก์จนถึงแก่ความตายไปเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2546 และศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นผู้จัดการมรดกผู้ตายร่วมกัน ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 81/2547 ระหว่างที่ผู้ตายกับโจทก์อยู่กินเป็นสามีภริยากัน

ผู้ตายได้ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 5901 ตำบลบึงพระอาจารย์ (หัวกระบือ) อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก เนื้อที่ประมาณ 55 ไร่เศษ และได้ปลูกบ้านเลขที่ 54 บนที่ดินดังกล่าวด้วย ต่อมาปี 2538 ผู้ตายแบ่งแยกที่ดินที่ปลูกบ้านบนที่ดินโฉนดเลขที่ 5901 ออกเป็น 8 แปลง และขายไป 7 แปลง คงเหลือที่ดินโฉนดเลขที่ 37712 พร้อมบ้านเลขที่ 54 ที่ปลูกอยู่บนที่ดินดังกล่าว โดยนำเงินที่ขายที่ดินได้บางส่วนไปฝากที่ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาคลอง 16 ตามบัญชีเลขที่ 577-1-03093-0 และ 577-2-09975-9 กับมีอาวุธปืนสั้นรีวอลเวอร์ ขนาด .38 อีก 1 กระบอกทรัพย์สินดังกล่าวจึงเป็นทรัพย์สินที่โจทก์กับผู้ตายทำมาหาได้ร่วมกันในระหว่างที่อยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา

โจทก์เป็นเจ้าของร่วมในทรัพย์สินดังกล่าวจึงฟ้องขอแบ่งกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินดังกล่าวครึ่งหนึ่ง จำเลยที่ 2 ยื่นคำให้การและฟ้องแย้งว่าทรัพย์สินตามที่โจทก์ฟ้องเป็นสินส่วนตัวของผู้ตาย เป็นทรัพย์มรดกของผู้ตายตกทอดให้แก่ทายาทโดยชอบธรรมของผู้ตาย และฟ้องแย้งขอให้ส่งมอบโฉนดเลขที่ 37712 สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารไทยพาณิชย์ทั้งสองฉบับกับอาวุธปืนและใบอนุญาตให้ใช้อาวุธปืนแก่จำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับคำให้การและฟ้องแย้งของจำเลยที่ 2 อยู่ในระหว่างฝ่ายโจทก์มีสิทธิยื่นคำให้การแก้ฟ้องแย้ง แต่ศาลชั้นต้นเห็นว่าตามรูปคดีไม่จำต้องให้โจทก์ยื่นคำให้การแก้ฟ้องแย้งของจำเลยที่ 2 เพราะคดีสามารถวินิจฉัยได้แล้วโดยไม่ต้องดำเนินกระบวนพิจารณาและสืบพยานของคู่ความอีกต่อไป แล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสองในฐานะผู้จัดการมรดกผู้ตายแบ่งทรัพย์สินกองมรดกครึ่งหนึ่งให้โจทก์

มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ในปัญหาข้อกฎหมายว่า ที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาว่าการยื่นคำให้การและฟ้องแย้งของจำเลยที่ 2 ถือเป็นการจัดการมรดกอย่างหนึ่ง จำเลยที่ 2 จะต้องร่วมกับจำเลยที่ 1 จัดการร่วมกันเมื่อจำเลยที่ 2 ยื่นคำให้การและฟ้องแย้งโดยลำพังจึงไม่เป็นคำให้การและฟ้องแย้ง โดยไม่ต้องดำเนินกระบวนพิจารณาและสืบพยานคู่ความต่อไป เป็นการพิพากษาคดีโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ นั้น เห็นว่า การที่จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายร่วมกับจำเลยที่ 1 ตามคำสั่งศาลยื่นคำให้การต่อสู้คดีและฟ้องแย้งมานั้นเป็นการใช้อำนาจหน้าที่ในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ในการรวบรวม จำหน่ายทรัพย์มรดก การชำระหนี้กับแบ่งบันทรัพย์มรดกของผู้ตายโดยการฟ้องคดี หรือแก้ฟ้องในศาล

เท่าที่จำเป็นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1736 ดังนั้น การที่จำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดการมรดกร่วมกับจำเลยที่ 1 ในการจัดการทรัพย์มรดกของผู้ตายตามคำสั่งของศาลชั้นต้น จึงเป็นกรณีที่มีผู้จัดการมรดกหลายคน การจัดการมรดกจึงต้องดำเนินการตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1726 ที่ระบุว่า "ถ้าผู้จัดการมรดกมีหลายคน การทำการตามหน้าที่ของผู้จัดการมรดกต้องถือเอาเสียงข้างมาก ถ้าเสียงเท่ากัน เมื่อผู้มีส่วนได้เสียร้องขอ ก็ให้ศาลเป็นผู้ชี้ขาด" การที่จำเลยที่ 2 ยื่นคำให้การและฟ้องแย้งในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายเพียงคนเดียวโดยไม่มีจำเลยที่ 1 ร่วมด้วยจึงขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1726 ดังกล่าว จำเลยที่ 2 แต่เพียงผู้เดียวจึงไม่มีอำนาจยื่นคำให้การต่อสู้คดีและฟ้องแย้งได้ที่จำเลยที่ 2 อ้างว่า

จำเลยที่ 1 มีความคิดเห็นขัดแย้งเป็นปรปักษ์ต่อกันโดยจำเลยที่ 1 มีความเห็นว่า โจทก์มีกรรมสิทธิ์ร่วมกันกับผู้ตายในทรัพย์มรดกที่พิพาท แต่จำเลยที่ 2 เห็นว่าโจทก์ไม่มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์มรดกที่พิพาท ดังนั้นการที่จะร้องขอให้ศาลเป็นผู้ชี้ขาดหรือร้องขอถอดถอนจำเลยที่ 1 ออกจากผู้จัดการมรดกร่วมของผู้ตายก็อาจไม่ทันตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดให้จำเลยที่ 1 ยื่นคำให้การต่อสู้คดี เพราะไม่แน่นอนว่าศาลจะมีคำสั่งชี้ขาดเมื่อใดหรือจะเพิกถอนจำเลยที่ 1 ออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกร่วมหรือไม่จำเลยที่ 2 จึงจำเป็นต้องยื่นคำให้การต่อสู้คดีและฟ้องแย้งแต่เพียงผู้เดียวนั้น จำเลยที่ 2 ไม่อาจอ้างเหตุดังกล่าวมาเป็นข้ออ้างไม่ปฏิบัติตามกฎหมายได้

เพราะจำเลยที่ 2 สามารถยื่นคำร้องต่อศาลถึงเหตุขัดข้องดังกล่าวเพื่อให้ศาลชี้ขาดหรือขอขยายระยะเวลายื่นคำให้การและฟ้องแย้งต่อศาลได้ หรือรอฟังคำสั่งศาลเกี่ยวกับการที่จำเลยที่ 2 อาจยื่นคำร้องขอถอดถอนจำเลยที่ 1 จากการเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกับจำเลยที่ 2 ได้ ฎีกาข้อนี้ของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น เมื่อจำเลยที่ 2 ในฐานะผู้จัดการมรดกร่วมกับจำเลยที่ 1 ไม่มีอำนาจยื่นคำให้การต่อสู้คดีและฟ้องแย้งเกี่ยวกับคดีที่โจทก์ฟ้องขอแบ่งทรัพย์สินกองมรดกของผู้ตายได้ตามลำพัง ศาลมีอำนาจหยิบยกปัญหาเกี่ยวกับอำนาจฟ้องและยื่นคำให้การและฟ้องแย้งของจำเลยที่ 2 ขึ้นมาวินิจฉัยได้ว่าจำเลยที่ 2 ไม่มีอำนาจยื่นคำให้การต่อสู้คดีและฟ้องแย้งในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายและโจทก์ไม่ต้องยื่นคำให้การแก้ฟ้องแย้งเพราะเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แต่การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดสืบพยานของคู่ความโดยเห็นว่าตามรูปคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว และวินิจฉัยให้จำเลยทั้งสองในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายแบ่งทรัพย์สินจากกองมรดกของผู้ตายให้แก่โจทก์ครึ่งหนึ่ง นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ฟ้องขอแบ่งทรัพย์สินกองมรดกครึ่งหนึ่งของผู้ตายในฐานะเป็นเจ้าของร่วมซึ่งจำเลยที่ 2 ในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายก็ยื่นคำให้การต่อสู้ว่าทรัพย์มรดกผู้ตายไม่ใช่ทรัพย์สินที่โจทก์ทำมาหาได้ร่วมกันกับผู้ตายที่จะต้องแบ่งทรัพย์ดังกล่าวให้แก่โจทก์ครึ่งหนึ่ง แม้คำให้การดังกล่าวจำเลยที่ 1 ไม่มีอำนาจยื่นคำให้การต่อสู้คดีก็ตาม ศาลชั้นต้นก็ควรต้องฟังพยานโจทก์ให้ได้ความก่อนว่าทรัพย์กองมรดกของผู้ตายตามที่โจทก์ฟ้องเป็นทรัพย์สินที่โจทก์ร่วมกับผู้ตายทำมาหาได้ร่วมกันมาในระหว่างที่เป็นสามีภริยากันจริงตามที่โจทก์ฟ้อง ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นด่วนสั่งงดสืบพยานโจทก์โดยไม่ฟังพยานโจทก์ก่อนแล้วเชื่อข้อเท็จจริงเป็นดังคำฟ้องและพิพากษาให้แบ่งทรัพย์สินจากกองมรดกของผู้ตายให้โจทก์ครึ่งหนึ่งนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 2 ข้อนี้ ฟังขึ้นบางส่วน"

Result

พิพากษายกคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
ประจวบ พัชนีรัตนกรณ์ · พิทยา บุญชู · พิษณุ ดำรงเกียรติวัฒนา
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3681/2567

การกระทำในทางธรรมชาติของการจัดการมรดกโดยผู้จัดการมรดกหลายคนนั้น บางกรณีไม่อาจกระทำได้ด้วยผู้จัดการมรดกพร้อมกันทุกคน เช่น การครอบครองทรัพย์มรดก การจัดทำบัญชีทรัพย์มรดก การขอถอนผู้จัดการมรดก และไม่จำต้อ…

Supreme Court Judgment No. 2628/2567

ป.พ.พ. บรรพ 6 ลักษณะ 4 วิธีการจัดการและแบ่งปันทรัพย์มรดก หมวด 1 ผู้จัดการมรดก ว่าด้วยการจัดตั้งผู้จัดการมรดกคนเดียวหรือหลายคน และวิธีการจัดการมรดกกรณีผู้จัดการมรดกหลายคนซึ่งต้องตกลงกันด้วยเสียงข้างมาก…

Supreme Court Judgment No. 2396/2563

จำเลยที่ 1 ได้นำสัญญายืมถังบรรจุก๊าซฟ้องโจทก์เป็นคดีอาญาแล้วมีการส่งสัญญายืมถังบรรจุก๊าซไปตรวจพิสูจน์ที่กองพิสูจน์หลักฐานเปรียบเทียบกับตัวอย่างลายมือชื่อของ ส. แล้วลงความเห็นว่าไม่ใช่ลายมือชื่อของบุคค…

Supreme Court Judgment No. 5776/2562

เมื่อทางพิพาทส่วนแรกเป็นทางสาธารณะอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภททรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันตั้งแต่ก่อนจำเลยทั้งสองรับโอนที่ดินมาจากเจ้าของเดิม ย่อมต้องยังคงสภาพเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตลอด…

Supreme Court Judgment No. 5637/2558

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์มอบอำนาจให้ ร. เป็นผู้ดำเนินคดีนี้รวมทั้งให้มีอำนาจมอบอำนาจช่วงได้ และ ร. มอบอำนาจช่วงให้ ก. เป็นผู้มีอำนาจดำเนินคดีแทน ซึ่งตามหนังสือมอบอำนาจ มีข้อความว่า บริษัท น. โดย ร. ผู้…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up