Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1849/2551

พ.ศ. 2551 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยไม่ทราบว่าโจทก์จดทะเบียนสมรสกับนางสาว พ. จำเลยซื้อที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างซึ่งเป็นสินสมรสของโจทก์และนาง พ. จากนาง พ. โดยเข้าใจว่านาง พ. เป็นหม้ายเนื่องจากโจทก์ไปมีภริยาใหม่และได้ทิ้งร้างนาง พ. จำเลยทำนิติกรรมกับนาง พ. โดยสุจริต โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมระหว่างจำเลยกับนาง พ. ซึ่งถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า นางพิมพ์ผู้ตายได้ขายที่ดินซึ่งเป็นสินสมรสของโจทก์และผู้ตายให้แก่จำเลย จำเลยซื้อที่ดินพิพาทโดยไม่สุจริตเนื่องจากทราบว่าโจทก์เป็นสามีของนางพิมพ์และไม่ได้ให้ความยินยอมในการทำสัญญาดังกล่าว ขอให้เพิกถอนนิติกรรมการขายที่ดินโฉนดเลขที่ 5249 ตำบลท่ามะขาม อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ระหว่างนางพิมพ์กับจำเลย และเพิกถอนนิติกรรมจำนองเหนือที่ดินแปลงดังกล่าว

จำเลยให้การว่า ที่ดินพิพาทเป็นสินส่วนตัวของนางพิมพ์จำเลยซื้อที่ดินพิพาทโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า โจทก์จดทะเบียนสมรสกับนางพิมพ์ เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2508 ต่อมาวันที่ 26 กรกฎาคม 2545 นางพิมพ์ได้จดทะเบียนโอนขายที่ดินโฉนดเลขที่ 5249 ตำบลท่ามะขาม อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี พร้อมสิ่งปลูกสร้างซึ่งเป็นสินสมรสให้แก่จำเลยในราคา 1,000,000 บาท โดยโจทก์ไม่ได้ให้ความยินยอมและมิได้ให้สัตยาบันและในวันเดียวกันจำเลยได้จดทะเบียนจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวต่อธนาคารอาคารสงเคราะห์ในวงเงิน 700,000 บาท นางพิมพ์ถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2545

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า มีเหตุเพิกถอนนิติกรรมการขายที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างระหว่างนางพิมพ์กับจำเลยหรือไม่ โจทก์อ้างว่านางพิมพ์ขายที่ดินพิพาทซึ่งเป็นสินสมรสให้แก่จำเลยโดยโจทก์มิได้ยินยอมและมิได้ให้สัตยาบันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1480 จึงต้องพิจารณาตามความในวรรคหนึ่งว่าในขณะที่ทำนิติกรรมนั้นจำเลยได้กระทำโดยสุจริตหรือไม่ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 6 บัญญัติว่า "ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลทุกคนกระทำการโดยสุจริต" โจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยซื้อที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างโดยไม่สุจริต โจทก์จึงมีภาระการพิสูจน์เพื่อหักล้างข้อสันนิษฐานดังกล่าว โจทก์นำสืบว่า โจทก์จดทะเบียนสมรสกับนางพิมพ์

อยู่กินด้วยกันตลอดไม่เคยทิ้งร้าง ที่ดินพิพาทมีราคา 5,000,000 บาท จำเลยนำสืบว่า ประมาณ 10 ปีที่ผ่านมาจำเลยไม่เคยเห็นโจทก์อยู่กับนางพิมพ์ นางพิมพ์บอกจำเลยว่าโจทก์มีภริยาใหม่ย้ายไปอยู่ที่จังหวัดนครนายก ชาวบ้านในละแวกดังกล่าวก็ทราบว่าโจทก์ไปมีภริยาใหม่ ในข้อที่จำเลยนำสืบนี้ ปรากฏตามสำเนาทะเบียนบ้านเอกสารหมาย จ.3 ว่าโจทก์ย้ายภูมิลำเนาไปอยู่ที่จังหวัดนครนายก สอดคล้องกับคำเบิกความของจำเลย ส่วนที่โจทก์อ้างว่าไปทำงานที่จังหวัดปราจีนบุรีคงมีแต่คำเบิกความของโจทก์กับนางอำไพบุตรโจทก์เท่านั้น นอกจากนี้โจทก์ยังเบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า บุคคลทั่วไปรวมทั้งญาติเข้าใจว่าโจทก์ทิ้งร้างนางพิมพ์เจือสมกับคำเบิกความของจำเลย

แม้โจทก์จะจดทะเบียนสมรสกับนางพิมพ์ก็ตาม แต่โจทก์มิได้นำสืบให้รับฟังได้ว่าจำเลยทราบเรื่องดังกล่าว ส่วนที่โจทก์อ้างว่า ที่ดินพิพาทมีราคา 5,000,000 บาท นั้น คงมีแต่เพียงโจทก์และนางอำไพบุตรโจทก์เบิกความลอยๆ ว่าที่ดินพิพาทมีราคาประมาณ 5,000,000 บาท แม้จำเลยเบิกความว่า ที่ดินใกล้เคียงกับที่ดินพิพาทจะขายในราคา 1,000,000 บาท ต่อ 18 ตารางวา ก็มิได้หมายความว่าที่ดินพิพาทจะมีราคาถึง 5,000,000 บาท ดังที่โจทก์อ้าง เพราะที่ดินที่อยู่ใกล้เคียงกันหาใช่ว่าจะขายได้ในราคาเดียวกันเสมอไปไม่ เมื่อโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานอื่นมาสนับสนุนจึงยังฟังไม่ได้ว่า ที่ดินพิพาทมีราคา 5,000,000 บาท ตามที่อ้าง ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยเบิกความว่า ที่ดินพิพาทมีราคาประเมินประมาณ 2,000,000 บาท

ราคาที่ดินพิพาทที่จำเลยซื้อจากนางพิมพ์จึงเป็นราคาที่ต่ำกว่าความเป็นจริงนั้น เห็นว่า แม้ที่ดินพิพาทจะมีราคาประเมิน 2,000,000 บาท ดังที่จำเลยเบิกความก็ตาม แต่การซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างนางพิมพ์กับจำเลยเป็นการซื้อขายที่ดินในฐานะที่จำเลยเป็นหลานของนางพิมพ์และได้ให้ความช่วยเหลือดูแลนางพิมพ์ซึ่งอยู่ในวัยชรา การที่จำเลยซื้อที่ดินพิพาทในราคา 1,000,000 บาท จึงหาใช่เป็นเรื่องผิดปกติและยังถือไม่ได้ว่าเป็นการกระทำโดยไม่สุจริตแต่อย่างใดไม่ พยานหลักฐานของจำเลยจึงมีน้ำหนักดีกว่าพยานหลักฐานของโจทก์ ข้อเท็จจริงน่าเชื่อว่า จำเลยไม่ทราบว่าโจทก์จดทะเบียนสมรสกับนางพิมพ์ จำเลยซื้อที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างโดยเข้าใจว่านางพิมพ์เป็นหม้ายเนื่องจากโจทก์ไปมีภริยาใหม่และได้ทิ้งร้างนางพิมพ์ พฤติการณ์ดังกล่าวฟังได้ว่า จำเลยทำนิติกรรมซื้อขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างกับนางพิมพ์โดยสุจริต ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย"

Result

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
ประทีป เฉลิมภัทรกุล · วีระชาติ เอี่ยมประไพ · มนูพงศ์ รุจิกัณหะ
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4837/2567

สภาพแห่งข้อหาและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาตามคำฟ้องโจทก์ คือ โจทก์เป็นภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย ผู้ตายโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์นั่งส่วนบุคคลทั้งสองคันซึ่งเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับผู้ตายให้แก่จำเ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2566 (ref. 697943)

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 จัดการสินสมรสโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ อันเป็นการอาศัยสิทธิตาม ป.พ.พ. มาตรา 1476 ซึ่งหากข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 จัดการสินสมรสโดยไม่…

Supreme Court Judgment No. 7789/2560

แม้จำเลยที่ 1 ซื้อที่ดินทั้งสองแปลงเอง และปรากฏชื่อจำเลยที่ 1 เพียงผู้เดียวถือกรรมสิทธิ์ แต่เป็นการได้ทรัพย์สินมาในระหว่างสมรส ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ใช้เงินสินส่วนตัวไปซื้อที่ดินดังกล่าวมา…

Supreme Court Judgment No. 7639/2560

จำเลยที่ 1 ให้การในตอนแรกว่า ที่ดินพิพาทเป็นสินส่วนตัวของจำเลยที่ 1 โดยซื้อที่ดินพิพาทจาก อ. ก่อนจดทะเบียนสมรสกับโจทก์แต่ยังไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ในขณะนั้น ภายหลังเมื่อจดทะเบียนสมรสกับโจทก์แล้ว อ.…

Supreme Court Judgment No. 6926/2560

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูและค่าการศึกษาของบุตร รวมทั้งขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและบ้านพิพาทระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 โดยอ้างว่าโจทก์กับจำเลยที่ 1 ได้ทำหนัง…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up