Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 185/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยได้รับยกให้ที่ดินภายหลังจากประกาศใช้พระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติ บรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ. 2519 เมื่อหนังสือยกให้ไม่ได้ระบุว่าให้เป็นสินสมรสจึงต้องถือว่าที่ดินของจำเลยเป็นสินส่วนตัว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1471(3) จำเลยจึงมีอำนาจจัดการ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1473 จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความให้มีทางภารจำยอมเพื่อประโยชน์แก่โจทก์ในที่ดินดังกล่าวโดยมิได้รับความยินยอมจากภริยา จึงมีผลผูกพันจำเลย สัญญาประนีประนอมยอมความ มีข้อตกลงว่าจำเลยจะจดทะเบียนที่ดินเป็นภารจำยอมให้โจทก์เป็นสัญญาก่อตั้งภารจำยอมในที่พิพาท เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญา โจทก์มีสิทธิฟ้องบังคับให้จำเลยไปจดทะเบียนได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์และจำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความมีข้อตกลงคือ จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินยินยอมให้โจทก์และบริวารเดินผ่านที่ดินของจำเลยทางทิศตะวันตกเพื่อออกสู่ถนนสาธารณประโยชน์โดยยินยอมให้โจทก์ถมดินเป็นถนนและฝังท่อระบายน้ำตลอดแนวจนกว่าจะถึงถนนสาธารณประโยชน์ระยะทางยาวประมาณ 3 เส้น โดยโจทก์เป็นผู้เสียหายค่าใช้จ่ายเอง และจำเลยตกลงจะจดทะเบียนให้ถนนดังกล่าวเป็นทางภารจำยอมแก่โจทก์โดยจำเลยเป็นผู้ชำระค่าธรรมเนียม แต่โจทก์ไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างทำถนนได้ เนื่องจากจำเลยขัดขวางอีกทั้งยังไม่จดทะเบียนภารจำยอมให้แก่โจทก์อีกด้วย เป็นการผิดสัญญาประนีประนอมยอมความ ขอให้พิพากษาว่าทางพิพาทเป็นทางภารจำยอมและให้จำเลยไปจดทะเบียนเป็นทางภารจำยอมที่ดินแก่โจทก์ภายใน 30 วันนับแต่มีคำพิพากษา

หากจำเลยไม่ปฏิบัติก็ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย และห้ามมิให้จำเลยกับบริวารขัดขวางในการที่โจทก์จะดำเนินการสร้างถนนบนที่พิพาทจำเลยให้การและแก้ไขคำให้การว่า สัญญาประนีประนอมยอมความตามเอกสารท้ายฟ้องเป็นนิติกรรมที่ไม่สมบูรณ์และไม่อาจนำมากล่าวอ้างบังคับจำเลยได้ กล่าวคือที่ดินของจำเลยตามฟ้อง เป็นสินสมรสระหว่างจำเลยกับนางเฉลียว ปิ่นเงิน ภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลยนางเฉลียวมิได้ร่วมรู้เห็นยินยอมและมิได้ลงลายมือชื่อในนิติกรรมด้วย อีกทั้งนางเฉลียวก็มิได้ให้สัตยาบันในการที่จำเลยทำนิติกรรมดังกล่าวแต่อย่างใด จำเลยบอกเลิกสัญญาแก่โจทก์แล้ว จึงไม่มีผลผูกพันจำเลยตามกฎหมายอีกต่อไป ทั้งสัญญาดังกล่าวเป็นเพียงบุคคลสิทธิโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขอให้จดทะเบียนภารจำยอมได้ ขอให้ยกฟ้องนางเฉลียว ปิ่นเงิน ภรรยาจำเลย ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่พิพาทเป็นภารจำยอมและให้จำเลยจดทะเบียนที่พิพาทดังกล่าวเป็นทางภารจำยอมแก่โจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติก็ให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย ห้ามมิให้จำเลยกับบริวารขัดขวางในการที่โจทก์จะดำเนินการสร้างถนนบนทางพิพาทจำเลยและจำเลยร่วมอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยและจำเลยร่วมฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหามาสู่ศาลฎีกาตามฎีกาของจำเลยและจำเลยร่วมว่า โจทก์มีสิทธิฟ้องบังคับจำเลยปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่าตามสัญญาประนีประนอมยอมความ เอกสาร จ.1 เป็นเรื่องที่โจทก์กล่าวอ้างว่า โจทก์ได้สิทธิในทางภารจำยอมบนที่ดินของจำเลยโดยผลของนิติกรรม

ที่จำเลยฎีกาว่าที่ดินของจำเลยซึ่งเป็นภารยทรัพย์เป็นสินสมรสระหว่างจำเลยกับจำเลยร่วม จำเลยทำนิติกรรมก่อให้เกิดภารจำยอมในภารยทรัพย์โดยจำเลยร่วมไม่รู้เห็นยินยอมด้วย นิติกรรมดังกล่าวจึงไม่สมบูรณ์ตามกฎหมายไม่มีผลบังคับนั้น พยานหลักฐานที่โจทก์จำเลยนำสืบได้ความว่า ที่ดินของจำเลยที่เป็นภารยทรัพย์เดิมเป็นของนางทองดี ปิ่นเงิน มารดาจำเลยนางทองดี ได้จดทะเบียนยกที่ดินดังกล่าวให้แก่จำเลยเมื่อ พ.ศ. 2521... ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าจำเลยได้รับยกให้ที่ดินภารยทรัพย์ในวันที่จดทะเบียนเมื่อพ.ศ. 2521 อันเป็นเวลาภายหลังจากการประกาศใช้พระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติ บรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ. 2519 แล้วที่ดินที่ได้รับยกให้จะเป็นสินสมรสหรือสินส่วนตัวจึงต้องพิจารณาตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

บรรพ 5 ที่ได้ตรวจชำระใหม่ มาตรา 1471สินส่วนตัวได้แก่ ทรัพย์สิน (3) ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้มาระหว่างสมรสโดยการรับมรดกหรือโดยการให้โดยเสน่หา มาตรา 1474 สินสมรสได้แก่ทรัพย์สิน (2) ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้มาระหว่างสมรสโดยพินัยกรรมหรือโดยการให้เป็นหนังสือเมื่อพินัยกรรมหรือหนังสือยกให้ระบุว่าเป็นสินสมรสข้อเท็จจริงปรากฏว่า นางทองดีได้ทำหนังสือยกให้ที่ดินแก่จำเลยแต่ฝ่ายเดียวตามเอกสารหมาย จ.3 โดยไม่ได้ระบุไว้ในหนังสือยกให้ว่าให้เป็นสินสมรส จึงต้องถือว่าที่ดินภารยทรัพย์ของจำเลยเป็นสินส่วนตัวของจำเลยตามบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้นมาตรา 1473 บัญญัติว่าสินส่วนตัวของคู่สมรสฝ่ายใดให้ฝ่ายนั้นเป็นผู้จัดการ ดังนั้นจำเลยจึงมีสิทธิทำนิติกรรมก่อให้เกิดภารจำยอมในที่ดินภารยทรัพย์อันเป็นสินส่วนตัวของจำเลยได้เองตามลำพังโดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากจำเลยร่วม

สัญญาประนีประนอมยอมความจึงมีผลผูกพันจำเลย ส่วนที่จำเลยและจำเลยร่วมอ้างว่า การได้ทางภารจำยอมโดยนิติกรรมไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่จึงไม่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 โจทก์ไม่สามารถนำนิติกรรมดังกล่าวมาฟ้องบังคับให้ไปจดทะเบียนภารจำยอมได้นั้น เห็นว่าสัญญาประนีประนอมยอมความเอกสารหมาย จ.1 เป็นสัญญาก่อตั้งภารจำยอมในทางพิพาท โดยมีข้อตกลงว่าจำเลยจะจดทะเบียนภารจำยอมให้โจทก์ใช้เป็นทางออกสู่ทางสาธารณประโยชน์ เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญาดังกล่าว โจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องบังคับจำเลยซึ่งเป็นคู่สัญญาให้ไปจดทะเบียนทางพิพาทเป็นทางภารจำยอมได้ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความเอกสารหมาย จ.1 ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยและจำเลยร่วมฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · วีระชัย สูตรสุวรรณ · เริงธรรม ลัดพลี
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 7640/2560

โจทก์ทำหนังสือมอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 ไถ่ถอนการขายฝากที่ดินพิพาทจาก พ. แล้วยังมอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 ทำสัญญาให้โดยเสน่หาที่ดินพิพาทแก่จำเลยที่ 1 ด้วย เจ้าพนักงานที่ดินรับจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสัญญาให้…

Supreme Court Judgment No. 4382/2540

โจทก์ฟ้องขอแบ่งที่ดินที่โจทก์อ้างว่าโจทก์จำเลยหามาได้ร่วมกันในระหว่างอยู่กินฉันสามีภริยาก่อนจดทะเบียนสมรส จึงเท่ากับโจทก์ฟ้องขอแบ่งทรัพย์สินที่โจทก์อ้างว่ามีอยู่ก่อนสมรสอันเป็นทรัพย์สินส่วนตัวตาม ป.พ.…

Supreme Court Judgment No. 290/2520

ที่พิพาทเป็นสินเดิมของโจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 1 ยังครอบครองอยู่ ส. ซึ่งเป็นสามีได้แจ้งการครอบครองและรับหนังสือรับรองการทำประโยชน์โดยปกปิดมิให้โจทก์ที่ 1 ทราบ การกระทำของ ส.ย่อมไม่ก่อให้เกิดสิทธิครอบครอ…

Supreme Court Judgment No. 900/2568

แม้จะถือว่าสิทธิครอบครองที่ดินมือเปล่าซึ่งไม่มีเอกสารสิทธิเป็นทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ซึ่งอาจมีราคาและอาจถือเอาได้ และสามารถโอนไปซึ่งการครอบครองนั้นได้โดยการส่งมอบการครอบครอง แต่การโอนไปซ…

Supreme Court Judgment No. 369/2568

โจทก์แถลงนำยึดทรัพย์ของจำเลยรวมทั้งที่ดินพิพาท ณ ที่ทำการต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2565 ผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีจังหวัดเชียงรายมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ปิดประกาศยึดทรัพย์ ณ ที่ตั้งท…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up