เนื้อความคำพิพากษา
คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองฐานร่วมกันมีไม้หวงห้ามแปรรูปไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตและสั่งริบไม้กับรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน 80-1323 สกลนคร ของกลางจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพตามฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองและสั่งริบของกลางผู้ร้องยื่นคำร้องว่า รถยนต์ของกลางเป็นของผู้ร้องและผู้ร้องมิได้มีส่วนรู้เห็นเป็นใจในการที่จำเลยทั้งสองนำรถยนต์ของกลางไปใช้ในการกระทำความผิด ขอศาลสั่งคืนรถยนต์ของกลางแก่ผู้ร้องศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้คืนรถยนต์ของกลางยี่ห้อ อีซูซุ หมายเลขทะเบียน 80-1232 สกลนคร แก่ผู้ร้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกคำร้องผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ตามสัญญาเช่าซื้อระหว่างผู้ร้องกับนายสมจิตรเอกสารหมาย
ร.6 กำหนดว่าหากผู้เช่าซื้อผิดนัดค้างชำระค่าเช่าซื้อสองงวดติดกันหรือผิดนัดค้างชำระค่าเช่าซื้อตั้งแต่สองงวดขึ้นไป ให้สัญญาเช่าซื้อเป็นอันยกเลิกเพิกถอนทันที แต่การที่ผู้เช่าซื้อผิดนัดค้างชำระค่าเช่าซื้อสองงวดติดกันหลายครั้ง ผู้ร้องยังยอมรับค่าเช่าซื้ออีกโดยมิได้เลิกสัญญาและยึดรถยนต์ที่ให้เช่าซื้อคืนแสดงให้เห็นว่าผู้ร้องมิได้ถือเอากำหนดเวลาที่ผู้เช่าซื้อจะต้องชำระค่าเช่าซื้อตามสัญญาเช่าซื้อเป็นสาระสำคัญของสัญญา ประกอบกับสัญญาเช่าซื้อข้อ 9 ระบุไว้อีกว่า แม้รถจะถูกลักขโมย ยักยอก ฉ้อโกง สูญหาย ถูกยึดหรืออายัดในระหว่างการเช่าซื้อ ผู้เช่าซื้อจะต้องชำระราคาค่าเช่าซื้อที่ค้างอยู่ทั้งหมดให้แก่ผู้ร้องซึ่งแสดงว่าผู้ร้องเพียงแต่ต้องการที่จะได้รับค่าเช่าซื้อให้ครบตามสัญญาเท่านั้น
ฉะนั้นการที่ผู้เช่าซื้อผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อสองงวดติดกันหลายครั้งแล้วผู้ร้องก็ยังเพิกเฉยไม่ยอมบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อและติดตามยึดรถยนต์ที่ให้เช่าซื้อคืนมาจนกระทั่งจำเลยทั้งสองนำรถยนต์ของกลางไปใช้กระทำความผิดและถูกริบแล้วผู้ร้องจึงได้มาร้องขอรถยนต์ของกลางคืนอันเป็นการกระทำเพื่อประโยชน์ของจำเลยผู้กระทำความผิด ตามพฤติการณ์ดังกล่าวถือได้ว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด ผู้ร้องจึงไม่อาจที่จะขอคืนรถยนต์ของกลางได้ ที่ผู้ร้องอ้างว่าการขอรถยนต์ของกลางคืนเป็นการใช้สิทธิในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์เพื่อประโยชน์ของผู้ร้องเองมิใช่ต้องการจะได้รับชำระค่าเช่าซื้อนั้น ฟังไม่ขึ้นศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำร้องของผู้ร้องชอบแล้ว ฎีกาผู้ร้องฟังไม่ขึ้น"
Result
พิพากษายืน.