Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1901/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ศาลพิพากษาให้แบ่งแยกกรรมสิทธิ์ที่ดินให้โจทก์ตรงตามโฉนดโดยถือตามคำฟ้องของโจทก์ เมื่อปรากฏในชั้นบังคับคดีว่าจำนวนเนื้อที่ดินที่แท้จริงขาดไปจากจำนวนที่ระบุไว้ในโฉนดที่ดิน ศาลย่อมมีอำนาจพิพากษาให้บังคับคดีแบ่งแยกกรรมสิทธิ์ที่ดินให้โจทก์ลดลงตามส่วนของเนื้อที่ดินที่เหลือผิดไปจากคำพิพากษาที่ถึงที่สุดแล้วได้ กรณีเช่นนี้ถือไม่ได้ว่าเป็นการแก้ไขคำพิพากษาที่ถึงที่สุดแล้วเพราะในชั้นบังคับคดีศาลย่อมมีอำนาจบังคับคดีไปตามความเป็นจริงได้เมื่อข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่ศาลอุทธรณ์จะต้องวินิจฉัยปรากฎชัดอยู่ในสำนวนโดยคำแถลงรับของคู่ความพอที่ศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัยได้แล้ว ศาลอุทธรณ์ก็ไม่จำเป็นต้องสั่งให้ไต่สวนคำร้องของจำเลยอีก.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้สืบเนื่องจากโจทก์และจำเลยทั้งสองได้รับมรดกตามพินัยกรรมเป็นที่ดินมีโฉนดเนื้อที่ 6 ไร่ 3 งาน 12 ตารางวา ตามพินัยกรรมระบุว่า ให้จำเลยที่ 2 ได้ที่ดินทางทิศตะวันออกเนื้อที่ 1 ไร่ 3 งาน 12 ตารางวา จำเลยที่ 1 ได้ที่ดินตรงกลางเนื้อที่ 2 ไร่ 2 งาน โจทก์ได้ที่ดินทางทิศตะวันตกเนื้อที่ 2 ไร่ 2 งาน โจทก์และจำเลยทั้งสองใส่ชื่อถือกรรมสิทธิ์ร่วมกันในโฉนดที่ดินดังกล่าวต่อมาโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองให้แบ่งแยกกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่โจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองแบ่งแยกกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่โจทก์ เนื้อที่ 2 ไร่ 2 งาน ให้ส่วนขอของโจทก์อยู่ทางทิศตะวันตก หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้จำเลยนำโฉนดมาส่งศาลให้โจทก์นำโฉนดและคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลยไปขอรังวัดแบ่งแยกกรรมสิทะ์รวมต่อไป วันที่ 9 มิถุนายน 2525 หลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาดังกล่าวแล้ว โจทก์และจำเลยทั้งสองได้ทำบันทึกข้อตกลงแบ่งกรรมสิทธิ์ที่ดินว่าที่ดินแปลงทางทิศตะวันตกเป็นของโจทก์ เนื้อที่ 2 ไร่2 งาน แปลงที่ 2 เป็นของจำเลยที่ 1 เนื้อที่ 2 ไร่ 2 งาน แปลคงเหลือเป็นของจำเลยที่ 2 เนื้อที่ 1 ไร่ 3 งาน 12 ตารางวา หากเนื้อที่มากหรือน้อยให้เฉลี่ยไปตามส่วนการรังวัดหากเนื้อที่คลาดเคลื่อนไปจากเดิม

ก็ยินยอมให้แก้ไขเนื้อที่ตามที่รังวัดใหม่ได้ ต่อมาสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ได้ฟ้องโจทก์และจำเลยทั้งสองว่ารังวัดที่ดินรุกล้ำที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ตามคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 553/2526ฆของศาลชั้นต้น วันที่ 8 สิงหาคม 2528 จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องว่าคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 553/2526

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยแพ้คดี ต้องเสียที่ดินตามโฉนดพิพาทคดีนี้เป็นเนื้อที่ 230 ตารางวา คดีอยู่ในระหว่างอุทธรณ์ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 557/2528 ของศาลชั้นต้น และปรากฏจากการรังวัดว่าที่ดินตามโฉนดพิพาทขาดเนื้อที่อีก 9ตารางวา รวม 239 ตารางวา ทำให้เนื้อที่ไม่ครบตามพินัยกรรม หากคดีดังกล่าวต้องแพ้คดีในที่สุด โจทก์จำเลยจะต้องเฉลี่ยลดเนื้อที่ลงตามส่วนตามข้อตกลงหรือตามเจตนารมณ์ของพินัยกรรมแต่โจทก์ได้นำเจ้าพนักงานไปรังวัดแบ่งแยกให้ได้เนื้อที่ 2 ไร่ 2 งาน ไม่ยอมลดลงตามส่วนเป็นการไม่ถูกต้อง ขอให้หมายเรียกโจทก์มาศาลและขอให้สั่งโจทก์ระงับการแบ่งแยกโฉนดที่ดินไว้ก่อนจนกว่าคดีดังกล่าวถึงที่สุด ศาลชั้นต้นสั่งว่า โจทก์ดำเนินการตามคำพิพากษาถูกต้องแล้ว ให้ยกคำร้อง จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ขอให้กลับคำสั่งของศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นนัดพร้อมและมีคำสั่งในชั้นบังคับคดีต่อไป วันที่ 11 กันยายน 2528

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษา วันที่ 16 กันยายน 2528 จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องว่าการที่ศาลออกหมายบังคับคดีและเจ้าพนักงานบังคับคดีบังคับให้จำเลยแบ่งที่ดินให้โจทก์ครบ 2 ไร่ 2 งาน โดยไม่ยอมเฉลี่ยส่วนที่ขาดไป239 ตารางวานั้น ศาลออกหมายบังคับคดีและเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา296 ขอให้ศาลไต่สวนและมีคำสั่งให้การบังคับคดีเฉลี่ยเนื้อที่ดินลดลงตามส่วนด้วย ศาลชั้นต้นว่า ศาลออกหมายบังคับคดีถูกต้องตรงตามคำพิพากษาแล้วเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีตามหมายบังคับคดีถูกต้องให้ยกคำร้อง

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ขอให้การบังคับคดีแบ่งแยกที่ดินให้โจทก์ลดจำนวนเนื้อที่ลงตามส่วนที่ขาดหายไป ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่า ตามข้อกำหนดพินัยกรรมและตามบันทึกข้อตกลงระหว่างโจทก์จำเลยที่ทำไว้ ณ ที่สำนักงานที่ดินจังหวัดนครปฐมเป็นที่เห็นได้ชัดว่า จำนวนที่ดินที่จะตกลงแบ่งแยกแก่โจทก์ จำเลยเป็นเพียงส่วนแบ่งที่จะถือเป็นหลักในการแบ่งแยก มิใช่เป็นจำนวนเนื้อที่ดินแท้จริงที่จะตกแก่แต่ละคนและแบ่งแยกให้เป็นการตายตัวตามนั้น หากที่ดินตามโฉนดขาดหายไป โจทก์ก็ไม่ชอบที่จะขอให้รังวัดแบ่งแยกที่ดินให้แก่โจทก์เป็นจำนวนเนื้อที่ 2 ไร่ 2 งาน ครบตามคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์จึงเห็นสมควรสั่งให้โจทก์ระงับการนำรังวัดแบ่งแยกที่ดินพิพาทไว้จนกว่าคดีที่โจทก์จำเลยถูกฟ้องดังกล่าว

จะถึงที่สุดตามคำร้องและอุทธรณ์ฉบับหลังของจำเลย คดีตามคำร้องและอุทธรณ์ฉบับแรกของจำเลยไม่จำต้องวินิจฉัยอีกพิพากษากลับคำสั่งศาลชั้นต้น ให้โจทก์ระงับการนำรังวัดแบ่งแยกที่ดินพิพาทไว้จนกว่าคดีที่โจทก์จำเลยถูกฟ้องจะถึงที่สุด ผลเป็นประการใดแล้วจึงจะดำเนินการบังคับคดีตามนัยที่กล่าวแล้วต่อไป

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ในปัญหาชั้นฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์มีอำนาจพิพากษาให้บังคับคดีแบ่งแยกกรรมสิทธิ์ที่ดินให้โจทก์ลดลงตามส่วนของเนื้อที่ดินที่เหลือผิดไปจากคำพิพากษาที่ถึงที่สุดแล้วได้หรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าตามข้อกำหนดในพินัยกรรมกำหนดให้โจทก์และจำเลยทั้งสองได้กรรมสิทธิ์ที่ดินแต่ละคนมีจำนวนแน่นอนเมื่อรวมกันแล้วตรงตามจำนวนที่ระบุไว้ในโฉนดที่ดิน ทั้งโจทก์และจำเลยมีชื่อถือกรรมสิทธิ์ร่วมกันในโฉนดที่ดินตรงตามพินัยกรรม โดยไม่มีใครทราบมาก่อนว่าจำนวนเนื้อที่ดินตามโฉนดที่ดินถูกต้องหรือไม่ ดังนั้น จำนวนเนื้อที่ดินที่ระบุไว้แต่ละแห่งถือได้ว่าเป็นเรื่องประมาณไว้เท่านั้น อาจเปลี่ยนแปลงไปตามจำนวนเนื้อที่ดินที่แท้จริง การที่ศาลพิพากษาให้แบ่งกรรมสิทธิ์ที่ดินให้โจทก์จำนวน 2 ไร่ 2 งาน ตรงตามโฉนดเพราะฟ้องโจทก์อ้างหรือระบุว่าจำนวนเนื้อที่ดินทั้งหมดตรงตามโฉนดเป็นเกณฑ์เมื่อปรากฏในชั้นบังคับคดีว่าจำนวนเนื้อที่ดินที่แท้จริงขาดไปจากจำนวนที่ระบุไว้ในโฉนดที่ดิน

กรณีเช่นนี้จะให้ทุกคนได้รับส่วนแบ่งตรงตามที่ระบุไว้ในโฉนดที่ดินย่อมเป็นไปไม่ได้การแบ่งกรรมสิทธิ์ที่ดินต้องถือตามอัตราส่วนที่ระบุไว้เป็นสำคัญโดยลดจำนวนที่ดินแต่ละคนที่จะได้ลงตามส่วนเพราะทุกคนต่างก็มีหน้าที่จัดการแบ่งกรรมสิทธิ์ที่ดินซึ่งกันและกัน กรณีเช่นนี้ถือไม่ได้ว่าเป็นการแก้ไขคำพิพากษาที่ถึงที่สุดแล้ว ในชั้นบังคับคดีศาลย่อมมีอำนาจบังคับคดีไปตามความเป็นจริงได้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น ในปัญหาว่าศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีโดยไม่มีการไต่สวนคำร้องของจำเลยก่อนเป็นการชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าข้อเท็จจริงต่างๆ ที่ศาลอุทธรณ์จะต้องวินิจฉัยปรากฏชัดอยู่ในสำนวน โดยคำแถลงรับของคู่ความ ส่วนปัญหาที่ว่าโจทก์จำเลยได้มีการตกลงเปลี่ยนแปลงข้อตกลงฉบับลงวันที่ 9 มิถุนายน 2525 ตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 553/2525 ฉบับลงวันที่ 2 พฤษภาคม 2527 แล้วหรือไม่ เป็นข้อเท็จจริงที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในชั้นศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โจทก์เพิ่งยกขึ้นใหม่ในชั้นฎีกา ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยให้เมื่อข้อเท็จจริงต่างๆ ปรากฏชัดอยู่ในสำนวนพอที่ศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัยได้แล้ว ศาลอุทธรณ์ก็ไม่จำเป็นต้องสั่งให้ไต่สวนคำร้องของจำเลยอีกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงชอบด้วยกฎหมาย

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
ส่อง สุขะปุณณพันธ์ · เสนอ ศรนิยม · ยรรยง อิทธิพงษ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 5880/2540

จำเลยที่ 10 และที่ 11 มิได้เป็นนายจ้างของโจทก์มิได้เกี่ยวกับการเลิกจ้าง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 10 และที่ 11 ให้รับผิดในส่วนนี้เกี่ยวกับการเลิกจ้าง ตาม พ.ร.ฎ.ยกเลิกพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การเห…

Supreme Court Judgment No. 1467/2566

ในชั้นเดิมที่ศาลฎีกาพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาซึ่งเป็นศาลชั้นที่สุดโดยตรง เพื่ออธิบายว่ากรณีจะต้องบังคับตามรูปแผนที่ตามเอกสารหมาย จ.3 และ จ.20 หรือต้องบังคับให้มีเน…

Supreme Court Judgment No. 4225/2561

ตาม พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 มาตรา 64 วรรคสอง กำหนดให้บุคคลผู้มีส่วนได้เสียหรือพนักงานอัยการเท่านั้นที่สามารถฟ้องขอให้เพิกถอนสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ได้ แต่ตามคำฟ้องโจทก์กล่าวอ้างว่า จำเลยทั้งสองร่…

Supreme Court Judgment No. 6162/2548

ว. ยื่นคำร้องขอให้ตั้ง ว. เป็นผู้จัดการมรดกของ ช. ผู้ตาย การที่ ว. ถึงแก่ความตายจึงไม่เป็นประโยชน์ที่จะพิจารณาคดีต่อไปเพราะเป็นสิทธิเฉพาะตัวของ ว. ไม่ใช่คดีที่ทายาทหรือผู้อื่นจะร้องขอเข้าเป็นคู่ความแท…

Supreme Court Judgment No. 3044/2541

ตามคำให้การของจำเลยมีข้อความระบุไว้ว่า "จำเลยเคยเสนอเหตุผลว่า จำเลยนี้ไม่เคยติดค้างค่าจ้างแก่โจทก์กับพวกดังที่กล่าวอ้างมาในคำฟ้อง"ย่อมมีความหมายว่า จำเลยได้ให้การปฏิเสธว่าจำเลยไม่ได้เป็นหนี้ค่าจ้างค้า…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up