คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลสั่งทำลายสัญญาซื้อขายเรือนซึ่งเป็นทรัพย์ระหว่างผู้ตายกับโจทก์ซึ่งเป็นภรรยา และโจทก์มีสิทธิ์รับมรดก แล้วให้จำเลยคืนเรือน หรือใช้ราคาทรัพย์ทางพิจารณาได้ความว่า โจทก์กับนายบุญช่วยผู้ตายเป็นสามีภรรยากัน ต่อมาได้เช่าที่กรมรถไฟปลูกเรือนรายพิพาท เมื่อ พ.ศ. 2485 โจทก์ระหองระแหงกันแล้วโจทก์ไปอยู่จังหวัดนครราชสีมาโดยไม่บอกผู้ตายหรือบอกให้ผู้ใดทราบไปแล้วไม่ส่งข่าวคราว เมื่อเดือนมิถุนายน 2485 นายบุญช่วยตาย นางสาวสนิทบุตรผู้ตายซึ่งเกิดจากภรรยาออื่นได้โอนขายเรือนให้จำเลย ต่อมา พ.ศ. 2487 โจทก์กลับมารู้เรื่องจึงมาฟ้องเป็นคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ทำลายสัญญาการซื้อขายโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า น.ส.สนิทผู้ชายเป็นผู้รับมรดกและจัดการศพชำระหนี้แทนผู้ตาย ได้จัดการขายทรัพย์เพื่อใช้จ่ายในการทำศพและชำระหนี้ การซื้อขายทำโดยเปิดเผยต่อกรมการอำเภอ การซื้อขายรายนี้ได้กระทำโดยสุจริตและมีค่าตอบแทน สิทธิ์ของโจทก์มิได้จดทะเบียน จึงยกขึ้นต่อสู้บุคคลภายนอกผู้ได้สิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทนและจดทะเบียนแล้วโดยสุจริตไม่ได้ตาม มาตรา 1299 และจะขอเพิกถอนทะเบียนไม่ได้ตาม มาตรา 1300
Result
จึงพิพากษาให้ยกฟ้อง และยื่นตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น