Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1925/2541

พ.ศ. 2541 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยโดยทุจริตร่วมกันหลอกลวงผู้เสียหายด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จว่า จำเลยสามารถหางานและส่งผู้เสียหายไปทำงานยังต่างประเทศได้ ความจริงแล้วจำเลยไม่มีเจตนาและไม่สามารถจัดส่งผู้เสียหายไปทำงานในต่างประเทศได้ ตามฟ้องโจทก์แสดงว่าจำเลยไม่มีเจตนาจะจัดหางานให้แก่ผู้เสียหาย จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528มาตรา 30 วรรคหนึ่ง,82 การที่จำเลยหลอกลวงผู้เสียหายว่าจำเลยสามารถจัดหางานในต่างประเทศให้แก่ผู้เสียหายได้ โดยจำเลยทั้งสองได้เรียกเงินจากผู้เสียหายเป็นค่าตอบแทน และที่ผู้เสียหายให้เงินแก่จำเลยไปแล้วบางส่วนก็เพราะเชื่อตามที่จำเลยหลอกลวงการกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 91 ตรี ดังกล่าว ข้างต้น และแม้ผู้เสียหายขอถอนคำร้องทุกข์ในความผิดฐาน ฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ซึ่งเป็นความผิด อันยอมความได้แล้วก็ตาม โจทก์ก็ยังมีอำนาจดำเนินคดีแก่จำเลยในความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางานพ.ศ. 2528 มาตรา 91 ตรี ซึ่งมิใช่ความผิดอันยอมความได้อีก

Provisions the court ruled on

ป.อ. Section 95 ป.อ. Section 96 ป.วิ.อ. Section 39 ป.วิ.อ. Section 158 ป.วิ.อ. Section 185 พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 Section 30 พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 Section 82 พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 Section 91

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า ระหว่างต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2539 ถึงวันที่ 9 กันยายน 2539 เวลากลางวันและกลางคืนติดต่อกัน จำเลยทั้งสองร่วมกันจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนจัดหางานกลาง และจำเลยทั้งสองโดยทุจริตร่วมกันหลอกลวงนายกมลพันธ์พรหมดีราช ผู้เสียหาย ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จว่าจำเลยทั้งสองสามารถหางานและส่งคนหางานไปทำงานยังประเทศญี่ปุ่นได้ หากผู้เสียหายประสงค์จะไปทำงานต้องเสียค่าบริการและค่าใช้จ่ายคนละ 200,000 บาท ให้จำเลยทั้งสองเป็นค่าตอบแทน ความจริงแล้วจำเลยทั้งสองไม่มีเจตนาและไม่สามารถจัดส่งคนหางานหรือผู้เสียหายไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นได้โดยการหลอกลวงดังกล่าวทำให้จำเลยทั้งสองได้รับเงิน 124,000 บาท

จากผู้เสียหาย เหตุเกิดที่ตำบลท่าแร่ อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร และแขวงตลาดบางเขนเขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร เกี่ยวพันกัน จำเลยที่ 1 และที่ 2เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 2869/2539 และ 2870/2539 ของศาลชั้นต้น ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 30,82, 91 ตรี ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 91, 83 ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงิน 124,000 บาท แก่ผู้เสียหาย และนับโทษของจำเลยทั้งสองต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 2869/2539 และ 2870/2539ของศาลชั้นต้น ตามลำดับจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน

พ.ศ. 2528 มาตรา 30, 82, 91 ตรีประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 91, 83 เรียงกระทงลงโทษ ฐานจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตจำคุกคนละ 3 ปี ฐานฉ้อโกง จำคุกคนละ 1 ปี รวมจำคุกคนละ 4 ปีจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 2 ปีให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงิน 124,000 บาท แก่ผู้เสียหาย ส่วนที่ขอให้นับโทษจำเลยทั้งสองต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 2869/2539และ 2870/2539 ของศาลชั้นต้น เนื่องจากศาลยังไม่มีคำพิพากษาจึงไม่อาจนับโทษต่อได้จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนภายหลังจากศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 และคดีอยู่ในระหว่างภายในกำหนดยื่นฎีกา นายกมลพันธ์ พรหมดีราชผู้เสียหายยื่นคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์โดยอ้างว่าจำเลยทั้งสองชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายแล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตและจำหน่ายคดีความผิดฐานฉ้อโกงออกเสียงจากสารบบความจำเลยทั้งสองฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้น อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังยุติว่า จำเลยทั้งสองไม่ได้รับอนุญาตจัดหางานจากนายทะเบียนจัดหางานกลางตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุที่กล่าวในฟ้อง จำเลยทั้งสองโดยทุจริตได้หลอกลวงนายกมลพันธ์ พรหมดีราช ผู้เสียหายว่าจำเลยทั้งสองสามารถหางานและส่งผู้เสียหายซึ่งเป็นคนงานไปทำงานในประเทศญี่ปุ่นได้ โดยผู้เสียหายต้องเสียค่าบริการและค่าใช้จ่ายให้แก่จำเลยทั้งสองเป็นเงิน 200,000 บาท เป็นค่าตอบแทนความจริงแล้วจำเลยทั้งสองไม่มีเจตนาจะส่งผู้เสียหายไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นแต่ประการใด

จากการหลอกลวงดังกล่าวทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่าเป็นความจริงและได้มอบเงินให้แก่จำเลยทั้งสองไปจำนวน 124,000 บาท สำหรับความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ซึ่งเป็นความผิดอันยอมความได้ผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2) และศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีออกเสียจากสารบบความแล้วคดีคงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 หรือไม่ สำหรับความผิดฐานจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสองโดยทุจริตร่วมกันหลอกลวงนายกมลพันธ์พรหมดีราช

ผู้เสียหาย ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จว่าจำเลยทั้งสองสามารถหางานและส่งผู้เสียหายไปทำงานยังประเทศญี่ปุ่นได้ ความจริงแล้วจำเลยทั้งสองไม่มีเจตนาและไม่สามารถจัดส่งผู้เสียหายไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นได้ตามฟ้องโจทก์ แสดงว่าจำเลยทั้งสองไม่มีเจตนาจะจัดหางานให้แก่ผู้เสียหาย จำเลยทั้งสองจึงไม่มีความผิดฐานจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 30 วรรคหนึ่ง, 82 ส่วนความผิดตามมาตรา 91 ตรี นั้น เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 91 ตรี บัญญัติว่า "ผู้ใดหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางานหรือสามารถส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งเงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ถูกหลอกลวง

ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ" จากข้อเท็จจริงที่ฟังยุติดังกล่าวข้างต้น การที่จำเลยทั้งสองหลอกลวงผู้เสียหายว่าจำเลยทั้งสองสามารถจัดหางานที่ประเทศญี่ปุ่นให้แก่ผู้เสียหายได้โดยจำเลยทั้งสองได้เรียกเงินจากผู้เสียหาย 200,000 บาท เป็นค่าตอบแทน และที่ผู้เสียหายให้เงินแก่จำเลยทั้งสองไปแล้วจำนวน 124,000 บาท ก็เพราะผู้เสียหายเชื่อตามที่จำเลยทั้งสองหลอกลวงนั่นเอง การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางานพ.ศ. 2528 มาตรา 91 ตรี ดังกล่าวข้างต้น และแม้ผู้เสียหายขอถอนคำร้องทุกข์ในความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341ซึ่งเป็นความผิดอันยอมความได้แล้วก็ตาม

โจทก์ก็ยังมีอำนาจดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งสองในความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 91 ตรี ซึ่งมิใช่ความผิดอันยอมความได้ต่อไปได้ แต่ความผิดตามมาตรา 91 ตรี เป็นกรรมเดียวกับความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 และศาลอุทธรณ์ภาค 1 วางโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 1 ปี ซึ่งต่ำกว่าอัตราโทษขั้นต่ำของมาตรา 91 ตรี แต่โจทก์มิได้ฎีกา ศาลฎีกาจึงลงโทษจำเลยทั้งสองเกินกว่านี้ไม่ได้ ส่วนที่จำเลยทั้งสองฎีกา ขอให้รอการลงโทษนั้น พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้วไม่สมควรรอการลงโทษให้พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 91 ตรี ให้จำคุกคนละ 1 ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 6 เดือนส่วนความผิดฐานจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นให้ยก

Matter details

Panel of judges
พิมล สมานิตย์ · กนก พรรณรักษา · ยินดี วัชรพงศ์ ต่อสุวรรณ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1127/2544

ความผิดฐานฉ้อโกงตาม ป.อ. มาตรา 341 เป็นความผิดต่อส่วนตัว เมื่อผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์หรือยอมความกันแล้วย่อมทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไป ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (2) แต่การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตาม…

Supreme Court Judgment No. 1543/2568

ฟ้องโจทก์ทั้งสองเดิมบรรยายว่า จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกกระทำผิดหน้าที่ด้วยการเบิกถอนเงิน จากบัญชีเงินฝากที่เปิดไว้ในนามผู้จัดการมรดกเพียงรายการเดียว 2,000,000 บาท โอนเข้าบัญชีเงินฝากส่วนตัวของจำเลยโดยท…

Supreme Court Judgment No. 9323/2554

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2522 มาตรา 52 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ขณะกระทำความผิด มีบทกำหนดโทษตามมาตรา 88 ระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าห…

Supreme Court Judgment No. 5445/2554

จำเลยกระทำความผิดฐานเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการ มีดีวีดีและวีซีดีภาพยนตร์หรือวีดิทัศน์ที่ภาพและเสียงของเรื่องไม่ผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับความเห็นชอบจากเจ้าพนักงานไว้ในสถานประกอบกิจการ และฐา…

Supreme Court Judgment No. 4926/2552

ความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 11, 43 (4), 148, 157 และ พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 มาตรา 12 วรรคหนึ่ง, 60 มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 เดือนลงมา จึงมีอายุความเพียง 1 ปี ตาม ป.อ. มาตรา 95 (5) คดีนี้เหตุเ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up