Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 193/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์เคยฟ้องจำเลยสาเหตุเนื่องจากจำเลยมีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์และได้กล่าวฟ้องโดยอาศัยบทบัญญัติมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522ซึ่งในการพิจารณาของศาลอาจบังคับให้นายจ้างรับลูกจ้างกลับเข้าทำงานหรือไม่รับกลับเข้าทำงาน โดยกำหนดให้นายจ้างชดใช้ค่าเสียหายให้ลูกจ้างแทนการกลับเข้าทำงานก็ได้ ดังนั้นเมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์แล้ว โจทก์มีสิทธิเรียกร้องต่อจำเลยประการใดอันเกิดขึ้นหรือเกี่ยวเนื่องกับการเลิกจ้างนั้น โจทก์ย่อมต้องใช้สิทธิเรียกร้องมาในคราวเดียวกันทั้งหมด การที่โจทก์มิได้เรียกร้องค่าครองชีพ เงินช่วยเหลือบุตรสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า เงินบำเหน็จ ค่าชดเชย และเงินประกันเสียในคดีก่อนซึ่งถึงที่สุดไปแล้วแต่กลับมาเรียกร้องเป็นคดีหลัง ฟ้องโจทก์คดีหลังจึงเป็นฟ้องซ้ำ.

Provisions the court ruled on

ป.วิ.พ. Section 148 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 Section 31 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 Section 49

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นพนักงานของจำเลย ต่อมาจำเลยให้พักงานโจทก์ โดยไม่จ่ายเงินเดือน ค่าครองชีพ และเงินช่วยเหลือบุตรให้แก่โจทก์ ในที่สุดจำเลยได้มีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์ฐานผิดวินัยโดยมิได้บอกกล่าวล่วงหน้าและไม่จ่ายเงินบำเหน็จกับค่าชดเชย ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าจ้างสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า เงินบำเหน็จ ค่าชดเชย เงินประกัน พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า โจทก์เคยฟ้องจำเลยต่อศาลแรงงานกลางในประเด็นที่อาศัยเหตุอย่างเดียวกัน ซึ่งโจทก์อาจฟ้องเรียกเงินต่างๆรวมกับคดีก่อนได้แล้ว จึงเป็นฟ้องซ้ำฯลฯ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยเป็นเงิน 24,780 บาทเงินประกันเป็นเงิน 1,236 บาท 11 สตางค์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป กับให้จ่ายค่าจ้างเป็นเงิน 1,349 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จำเลยอุทธรณ์ว่าเดิมโจทก์เคยฟ้องจำเลยต่อศาลแรงงานกลางขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่สั่งให้โจทก์ออกจากงานและขอให้รับโจทก์กลับเข้าทำงานตามเดิม ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าการเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรม พิพากษายกฟ้องคดีถึงที่สุด การที่โจทก์กลับมาฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้และมีคำขอเรียกค่าจ้าง ค่าครองชีพ เงินช่วยเหลือบุตร สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า เงินบำเหน็จค่าชดเชยและเงินประกันซึ่งโจทก์อาจเรียกร้องในคดีก่อนได้อยู่แล้ว จึงเป็นฟ้องซ้ำ

พิเคราะห์แล้ว ได้ความว่า เดิมโจทก์เคยฟ้องจำเลยต่อศาลแรงงานกลางว่า จำเลยให้โจทก์ออกจากงานโดยกล่าวหาว่าโจทก์กระทำผิดวินัยตามข้อบังคับขององค์การแก้วว่าด้วยการพนักงาน พ.ศ. 2523 ข้อ 24 อันไม่เป็นความจริงขอให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าวและรับโจทก์กลับเข้าทำงานตามเดิมศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าโจทก์ปฏิบัติหน้าที่โดยมีพฤติการณ์ส่อไปในทางทุจริต การที่จำเลยให้โจทก์ออกจากงานจึงไม่ใช่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์คดีถึงที่สุดแล้วปรากฏตามคำพิพากษาของศาลแรงงานกลาง หมายเลขดำที่ 1602/2526หมายเลขแดงที่ 3167/2527 และคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1531/2528

ศาลฎีกาเห็นว่า การที่โจทก์เคยฟ้องจำเลยตามคดีดังกล่าวมาแล้วนั้นสาเหตุก็เนื่องจากจำเลยได้เลิกจ้างโจทก์ตามคำสั่งของจำเลยที่ 55/2526 ลงวันที่ 17 พฤษภาคม 2526 และโจทก์ได้กล่าวฟ้องโดยอาศัยบทบัญญัติในมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 ซึ่งในการพิจารณาของศาลก็อาจบังคับให้นายจ้างรับลูกจ้างกลับเข้าทำงานหรือไม่รับกลับเข้าทำงานโดยกำหนดให้นายจ้างชดใช้ค่าเสียหายให้ลูกจ้างแทนการกลับเข้าทำงานก็ได้ ดังนั้น เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์แล้ว โจทก์มีสิทธิเรียกร้องต่อจำเลยประการใดอันเกิดขึ้นหรือเกี่ยวเนื่องกับการเลิกจ้างนั้นโจทก์ก็ย่อมต้องใช้สิทธิเรียกร้องมาในคราวเดียวกันทั้งหมด การที่โจทก์มิได้เรียกร้องค่าจ้าง

ค่าครองชีพ เงินช่วยเหลือบุตร สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า เงินบำเหน็จ ค่าชดเชย และเงินประกันไว้ในคดีดังกล่าวแต่กลับมาเรียกร้องเป็นคดีนี้ ฟ้องโจทก์คดีนี้จึงเป็นฟ้องซ้ำกับคดีหมายเลขดำที่ 1602/2526 หมายเลขแดงที่ 3167/2527ของศาลแรงงานกลางตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 31

Result

พิพากษาแก้เป็นว่าให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับคำขอให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย เงินประกันและค่าจ้างพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ด้วยนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง.

Matter details

Panel of judges
มาโนช เพียรสนอง · จุนท์ จันทรวงศ์ · สุพจน์ นาถะพินธุ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 7200/2543

คดีเดิมโจทก์ฟ้องว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรมขอให้รับโจทก์กลับเข้าทำงานหรือมิฉะนั้นให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมและเงินอื่น ๆ เนื่องจากการเลิกจ้างโดยอ้างว่าโจทก์ไม่ได้ทุจริตต่…

Supreme Court Judgment No. 2578/2537

เวลาส่วนใหญ่ที่โจทก์ไม่อยู่ปฏิบัติงานที่โต๊ะทำงานเป็นระหว่างเวลา 11 นาฬิกาเศษและ 13 นาฬิกา และตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยให้พนักงานหยุดพักได้วันละ 1 ชั่วโมง ระหว่างเวลา 11.30-13.30 นาฬิกาตาม…

Supreme Court Judgment No. 4156/2531

คดีก่อนจำเลยเป็นโจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากโจทก์คดีนี้โดยกล่าวอ้างว่าโจทก์เลิกจ้างจำเลยโดยไม่เป็นธรรม ซึ่งเป็นการฟ้องโดยอาศัยสิทธิตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตร…

Supreme Court Judgment No. 3144/2526

คดีก่อนโจทก์ฟ้องจำเลยขอให้รับโจทก์กลับเข้าทำงาน หากไม่รับก็ขอให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า คดีถึงที่สุดแล้ว ต่อมาโจทก์ฟ้องเรียกค่าจ้างในระหว่างที่ถูกเลิกจ้างจากจำเลย ซึ่งประเด็น…

Supreme Court Judgment No. 15617/2558

โจทก์ฟ้องเรียกดอกเบี้ยของต้นเงินค่าชดเชย ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี และเงินเพิ่มของต้นเงินค่าชดเชยตามคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานที่ 101/2549 นั้น เมื่อปรากฏว่าวันที่…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up