Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1937/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยรู้ว่ายางพาราแผ่นของกลางเป็นทรัพย์ที่คนร้ายไปลักมาแล้วนำไปซ่อน ไว้ การที่จำเลยลงมือเก็บยางพาราแผ่นเตรียมขนไปจึงเป็นการช่วย พาเอาไปเสียซึ่ง ทรัพย์ที่ได้ มา จากการลักทรัพย์จำเลยจึงมีความผิดฐาน รับของโจร.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 335, 357จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357 วรรคแรก จำคุก 1 ปี สำหรับจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้องโจทก์ และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1ด้วยโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุ ได้มีคนร้ายลักเอายางพาราแผ่น จำนวน 11 แผ่นราคา 212.50 บาท ของนางเสงี่ยม มิตรเมือง ผู้เสียหายไปจากบริเวณบ้านของนายหมาด หว้าหงาบ ลูกจ้างกรีดยางของผู้เสียหาย ต่อมานายสนั่น มิตรเมือง ผู้ใหญ่บ้านท้องที่ และนายเอ็ม ดินแดงผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน กับพวกได้ออกติดตามหายางพาราแผ่น

ได้พบยางพาราแผ่นของผู้เสียหายจำนวน 11 แผ่น กองตากอยู่ริมถนนสายหนองทะเลในสระ ห่างถนนประมาณ 10 เมตร นายสนั่นและนายเอ็มได้แอบซุ่มคอยดูคนร้ายที่จะมาเอายางพาราแผ่นไป โดยแอบซุ่มห่างกองยางพาราแผ่นประมาณ 15 เมตร ต่อมาเวลาประมาณ 13.30 นาฬิกา ของวันเกิดเหตุมีรถจักรยานยนต์คันหนึ่งขับขี่มาจอดที่ริมถนนใกล้บริเวณกองยางพาราแผ่นดังกล่าว โดยจำเลยที่ 1 นั่งซ้อนท้ายมา จำเลยที่ 1 ลงจากรถจักรยานยนต์ แล้วในที่สุดถูกจับกุม ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยมีว่าจำเลยที่ 1 ได้กระทำผิดฐานรับของโจรยางพาราแผ่นตามฟ้องหรือไม่ในข้อนี้โจทก์มีนายสนั่นและนายเอ็มมาเบิกความยืนยันว่า จำเลยที่ 1ลงจากรถจักรยานยนต์แล้วได้เดินตรงไปเก็บยางพาราแผ่นวางซ้อน

ๆ กันเพื่อที่จะขนเอาไป เมื่อวางซ้อนกันได้ประมาณ 8-9 แผ่น นายสนั่นและนายเอ็มได้ออกจากที่แอบซุ่ม ตะโกนให้จำเลยที่ 1 หยุด จำเลยที่ 1วิ่งหนี นายสนั่นและนายเอ็มวิ่งไล่ตาม จำเลยที่ 1 หนีเข้าไปในถ้ำนายสนั่นจึงไปตามเจ้าพนักงานตำรวจมาจับกุมจำเลยที่ 1 พิเคราะห์คำเบิกความของพยานโจทก์ทั้งสองปากแล้ว เห็นว่า พยานทั้งสองเบิกความสอดคล้องต้องกัน พยานทั้งสองไม่เคยรู้จักจำเลยที่ 1 มาก่อนจึงไม่มีเหตุอันควรสงสัยว่าพยานโจทก์ทั้งสองจะแกล้งเบิกความปรักปรำจำเลยที่ 1 เชื่อว่าพยานทั้งสองเบิกความตามความจริง การที่จำเลยที่ 1 กับพวกนำรถจักรยานยนต์ไปจอดใกล้บริเวณกองยางพาราแผ่นของผู้เสียหายที่ถูกคนร้ายนำไปซ่อนตากไว้ในป่าหญ้าซึ่งมีต้นไม้ขึ้นอยู่ทั่ว

ๆ ไป ซึ่งตามธรรมดาคนที่ขับรถสัญจรไปมาไม่น่าจะมองเห็น ประกอบกับจำเลยที่ 1 ลงจากรถจักรยานยนต์แล้วก็เดินตรงไปเก็บยางพาราแผ่นวางซ้อน ๆ กัน เพื่อขนเอาไปทันที และเมื่อนายสนั่นกับนายเอ็มได้ร้องตะโกนให้จำเลยที่ 1 หยุดจำเลยที่ 1 กลับวิ่งหนีไปแอบซ่อนในถ้ำ จากข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ดังกล่าวของจำเลยที่ 1 เป็นพิรุธแสดงให้เห็นว่า จำเลยที่ 1 รู้ว่ายางพาราแผ่นดังกล่าวเป็นทรัพย์ที่คนร้ายไปลักมาแล้วนำไปซ่อนไว้ การที่จำเลยที่ 1 ลงมือเก็บยางพาราแผ่นเตรียมขนไปจึงเป็นการช่วยพาเอาไปเสียซึ่งทรัพย์ที่ได้มาจากการลักทรัพย์ จำเลยที่ 1 จึงมีความผิดฐานรับของโจร..."

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น.

Matter details

Panel of judges
สุเทพ กิจสวัสดิ์ · ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · พินิจ ฉิมพาลี
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 113/2566

จำเลยให้ ม. กู้ยืมเงิน 80,000 บาท โดย ม. ส่งรถแทรกเตอร์ของโจทก์ร่วมให้แก่จำเลยยึดไว้เป็นประกันการชำระหนี้ อันเป็นการรับจำนำ และเมื่อ ม. เคยนำรถยนต์กระบะไปจำนำเป็นประกันการชำระหนี้ที่ ม. กู้ยืมเงินจำเล…

Supreme Court Judgment No. 1599/2563

แม้จำเลยจะส่งมอบนาฬิกาของกลางที่ประเทศกัมพูชา แต่จำเลยแจ้งหมายเลขบัญชีธนาคาร ก. ที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ให้ ว. โอนเงินค่านาฬิกาเข้าบัญชีดังกล่าว ถือว่าจำเลยในฐานะตัวการได้กระทำผิดในราชอาณาจั…

Supreme Court Judgment No. 2373/2562

จำเลยที่ 2 ในคดีนี้เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 993/2558 ของศาลชั้นต้น และเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 3 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 821/2560 ของศาลชั้นต้น ซึ่งในคดีอาญาหมายเลขแดงที่…

Supreme Court Judgment No. 8491/2561

คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหาลักทรัพย์หรือรับของโจร เป็นการฟ้องให้ศาลเลือกลงโทษจำเลยในข้อหาใดข้อหาหนึ่งตามที่พิจารณาได้ความ ศาลไม่อาจลงโทษจำเลยพร้อมกันทั้งสองข้อหาได้ เมื่อข้อเท็จจริงตามที่ปรา…

Supreme Court Judgment No. 797/2561

ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ห้ามมิให้พิพากษา หรือสั่งเกินคำขอหรือมิได้กล่าวในฟ้อง" แม้โจทก์จะนำสืบข้อเท็จจริงครบองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 336 ทวิ และจำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การรับสารภาพ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up