Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1952/2545

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ บ. และทายาทอื่นของ ส. ได้ขายส่วนของตนในที่ดินพิพาทให้แก่จำเลย เป็นการแสดงเจตนาขายสิทธิในทรัพย์มรดกส่วนของทายาทแต่คนให้แก่จำเลยซึ่งเป็นทายาทคนหนึ่งของ ส. และมีการโอนทางทะเบียนเป็นชื่อของจำเลยแล้ว ย่อมมีผลบังคับได้ตามกฎหมาย เนื่องจากทายาทแต่ละคนมีอำนาจขายทรัพย์มรดกส่วนของตนได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1361 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 1745 ทั้งถือได้ว่า โจทก์ที่ 1 จำเลย บ. และทายาทอื่นตกลงแบ่งทรัพย์สินโดยการขายทรัพย์มรดกแล้วเอาเงินที่ขายได้มาแบ่งปันกันระหว่างทายาทตามมาตรา 1750 วรรคหนึ่ง จึงไม่จำเป็นต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 456 วรรคหนึ่ง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า นายสุข เนื่องอัมพร เจ้ามรดกมีบุตร 5 คน เรียงตามลำดับ คือ จำเลย นายยุ้ย เนื่องอัมพร โจทก์ที่ 1 นางบุญช่วย วงษ์วารี และนายประยงค์ เนื่องอัมพร นายสุขถึงแก่ความตาย เมื่อประมาณปี 2488 และมีทรัพย์มรดกโดยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์กึ่งหนึ่งร่วมกับนายเจ็ก มุกดาดวง ในที่ดินโฉนดเลขที่ 6827 เนื้อที่ประมาณ 93 ไร่ ก่อนถึงแก่ความตายนายสุขได้จดทะเบียนจำนองที่ดินไว้แก่สหกรณ์โชควัฒนาไม่จำกัดสินใช้โจทก์ที่ 1 และนางบุญช่วย วงษ์วารี ซึ่งเป็นมารดาโจทก์ที่ 2 ครอบครองทำนาทำสวนและพักอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 3 ซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินดังกล่าวร่วมกับนายสุขตลอดมา โจทก์ที่ 2 ในฐานะทายาทนางบุญช่วยก็ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวเรื่อยมาหลังจากที่นายสุขและนางบุญช่วยถึงแก่ความตายจนถึงปัจจุบัน

เมื่อปี 2508จำเลยจดทะเบียนรับมรดกที่ดินเฉพาะส่วนของนายสุขใส่ชื่อตนเพียงผู้เดียวโดยไม่สุจริตโดยไม่ได้รับความยินยอมจากทายาท และปี 2509 จำเลยรวบรวมเงินจากโจทก์ที่ 1 และนางบุญช่วยไปไถ่ถอนจำนอง โดยมิได้โอนทรัพย์มรดกของนายสุขให้แก่โจทก์ทั้งสองผู้เป็นทายาท ต่อมาปลายเดือนกันยายน2534 โจทก์ทั้งสองไปตรวจสอบที่สำนักงานที่ดิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยาสาขาเสนา จึงทราบว่าจำเลยยื่นคำขอรับมรดกของนายสุขและไถ่ถอนจำนองแล้ว จำเลยแบ่งแยกที่ดินดังกล่าวแก่นายเจ็กเจ้าของรวมคนละกึ่งหนึ่ง เมื่อประมาณปี 2510 โดยที่ดินพิพาทส่วนของจำเลยได้โฉนดใหม่เลขที่ 11829 เนื้อที่ประมาณ 47 ไร่ 19 ตารางวา โจทก์ทั้งสองมีสิทธิได้รับมรดกที่ดินพิพาทของนายสุขคนละ 1 ใน 5 ส่วน

เนื้อที่คนละ 9 ไร่ 1 งาน 63 ตารางวา ขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 11829 ตำบลพระยาบรรลือ (สิงหนาท) อำเภอลาดบัวหลวง (เสนาน้อย)จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้แก่โจทก์ทั้งสองเนื้อที่คนละ 9 ไร่ 1 งาน 63 ตารางวา หากไม่ไปจดทะเบียนให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนา หากจำเลยไม่สามารถจดทะเบียนโอนที่ดินให้โจทก์ทั้งสองได้ครบจำนวนเนื้อที่ให้ชดใช้ราคาที่ดินส่วนที่ขาดอยู่ในราคาไร่ละ 500,000 บาทจำเลยให้การว่า เมื่อประมาณปี 2484 นายสุข เนื่องอัมพร บิดาจำเลยและนายเจ็กหรือประยูร มุกดาดวง ร่วมกันซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 6827 จากขุนรัตนาภิบาล และได้จดทะเบียนจำนองที่ดินแก่สหกรณ์โชควัฒนาไม่จำกัดสินใช้

นายสุขถึงแก่ความตายเมื่อประมาณปี 2490 ซึ่งขณะนั้นจำเลยอุปสมบทเป็นพระภิกษุ และเป็นผู้จัดการงานศพบิดาแต่ผู้เดียว ต่อมาจำเลยลาสิกขาเมื่อประมาณปี 2506 ที่ดินโฉนดเลขที่ 6827 เฉพาะส่วนของนายสุขตกทอดแก่บุตรซึ่งเป็นทายาท คือ จำเลย โจทก์ที่ 1 นางบุญช่วยมารดาโจทก์ที่ 2 นายยุ้ย เนื่องอัมพร และนายประยงค์ เนื่องอัมพร ในปี 2508 จำเลยซื้อที่ดินส่วนที่โจทก์ที่ 1 นางบุญช่วย นายยุ้ยและนายประยงค์มีสิทธิได้รับส่วนแบ่งมรดก จำเลยชำระราคาค่าที่ดินให้แก่น้องทั้งสี่คนไปครบถ้วนแล้ว น้องทั้งสี่คนไม่คัดค้านที่จำเลยขอรับโอนทรัพย์มรดกส่วนของนายสุขโดยชื่อจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทแต่เพียงผู้เดียว จำเลยครอบครองยึดถือที่ดินพิพาทเพื่อตนโดยครอบครองทำประโยชน์ทำนาทำสวนและทำไร่ตลอดมาจนถึงปัจจุบัน

มิได้ครอบครองที่ดินแทนทายาทนายสุข จำเลยเอาเงินของตนเองไปไถ่ถอนจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 6827 จากสหกรณ์โชควัฒนาไม่จำกัดสินใช้ ไม่เคยเอาเงินจากโจทก์ที่ 1 นางบุญช่วย และทายาทอื่นไปไถ่ถอนที่ดิน โจทก์ที่ 1 ปลูกบ้านพักอาศัยอยู่ในที่ดินพิพาทได้โดยอาศัยสิทธิของจำเลย ส่วนนางบุญช่วยหลังจากขายที่ดินส่วนของตนให้แก่จำเลยแล้วไม่เคยเข้ามาเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทอีกเลย จำเลยและนายเจ็กเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมได้ขอทำการรังวัดแบ่งแยกโฉนดที่ดินในปี 2510 แยกเป็นที่ดินของจำเลยโฉนดเลขที่ 11829 เนื้อที่ประมาณ 47 ไร่ 19 ตารางวา ต่อมาจำเลยได้แบ่งขายที่ดินให้แก่นายใจ หอมมะลิ เนื้อที่ 4 ไร่1 งาน 68 ตารางวา กับถูกเวนคืนในการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

เนื้อที่21 ไร่ 41 ตารางวาและแบ่งแยกเป็นทางหลวงถนนสายลาดบัวหลวง - ไม้ตราเนื้อที่ 1 ไร่ 2 งาน 10 ตารางวา เหลือส่วนของจำเลย 17 ไร่ 93 ตารางวาโจทก์ทั้งสองทราบและไม่ได้คัดค้านที่จำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทมิใช่ทรัพย์มรดกของนายสุข โจทก์ทั้งสองจึงไม่มีสิทธิฟ้องขอแบ่ง ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนโจทก์ทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พยานหลักฐานของจำเลยมีน้ำหนักมากกว่าพยานหลักฐานของโจทก์ทั้งสองข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ที่ 1 นางบุญช่วย และทายาทอื่นของนายสุขได้ขายส่วนของตนในที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยและจำเลยได้รับโอนโฉนดเป็นชื่อของจำเลยแต่เพียงผู้เดียวแล้ว

การที่โจทก์ที่ 1 นางบุญช่วยและทายาทอื่นของนายสุขขายที่ดินพิพาทซึ่งเป็นมรดกของนายสุขส่วนของตนที่ได้รับดังกล่าวนั้น เป็นการแสดงเจตนาขายสิทธิในทรัพย์มรดกส่วนของทายาทแต่ละคนให้แก่จำเลยซึ่งเป็นทายาทคนหนึ่งของนายสุข และมีการโอนทางทะเบียนเป็นชื่อของจำเลยแล้ว ย่อมมีผลบังคับได้ตามกฎหมาย เนื่องจากทายาทแต่ละคนมีอำนาจขายทรัพย์มรดกส่วนของตนได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1361 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 1745 ทั้งเป็นกรณีที่ถือได้ว่าโจทก์ที่ 1 จำเลย นางบุญช่วย และทายาทอื่นตกลงแบ่งทรัพย์สินโดยการขายทรัพย์มรดกแล้วเอาเงินที่ขายได้มาแบ่งปันกันระหว่างทายาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1750 วรรคหนึ่ง โดยไม่จำเป็นต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 456 วรรคหนึ่ง ดังที่โจทก์ทั้งสองฎีกา ดังนั้นโจทก์ทั้งสองจะมาฟ้องขอแบ่งมรดกในที่ดินพิพาทอีกไม่ได้ ศาลล่างทั้งสองพิพากษาชอบแล้วฎีกาของโจทก์ทั้งสองฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สบโชค สุขารมณ์ · ชูชาติ ศรีแสง · ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2136/2537

จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกเพียงทำสัญญาจะขายที่ดินอันเป็นทรัพย์มรดก กรรมสิทธิ์ในที่ดินยังไม่โอนไปยังผู้ซื้อจนกว่าจะมีการจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 456 โจทก์ในฐานะทายาทผู้รับมรดกจึงมี…

Supreme Court Judgment No. 4746/2568

หลังจากจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของ ก. แล้ว รับโอนทรัพย์มรดกที่ดินพิพาทของ ก. มาเป็นของจำเลยเอง ไม่ปรากฏทายาทคนใดคัดค้านการกระทำของจำเลยแต่อย่างใด อันเป็นการแสดงว่าโจทก์รับรู้และเห็นชอบในการโอนที่ดินพิพา…

Supreme Court Judgment No. 2128/2567

ป.พ.พ. มาตรา 1750 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า การแบ่งปันทรัพย์มรดกนั้น อาจทำได้โดยทายาทต่างเข้าครอบครองทรัพย์สินเป็นส่วนสัด หรือโดยการขายทรัพย์มรดกแล้วเอาเงินที่ขายได้มาแบ่งปันกันระหว่างทายาท วรรคสอง บัญญัติ…

Supreme Court Judgment No. 244/2567

คำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความ มีที่มาจากบันทึกข้อตกลงแบ่งปันทรัพย์มรดกที่จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของ ก. ทำกับทายาทของ ก. เพื่อแบ่งปันทรัพย์มรดกของ ก. ให้แก่ทายาท โดยตกลงให้จำเลยที่ 1 โอนที…

Supreme Court Judgment No. 7058/2554

ทายาทคนหนึ่งครอบครองทรัพย์มรดกแต่ผู้เดียวตั้งแต่เจ้ามรดกตายไม่มีบทกฎหมายสนับสนุนว่าทายาทคนนั้นครอบครองทรัพย์มรดกแทนทายาทอื่น ป.พ.พ. มาตรา 1745 มีความหมายว่าให้นำบทบัญญัติในหมวดว่าด้วยกรรมสิทธิรวม มาตร…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up