คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินมือเปล่าติดกับที่ดินมีโฉนดของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 โจทก์และบริวารได้เดินหรือใช้รถยนต์แล่นผ่านที่ดินของจำเลยทั้งสองโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาให้เกิดทางภารจำยอมออกสู่ทางสาธารณะเป็นเวลาติดต่อกันกว่า 50 ปี ต่อมา จำเลยที่ 1และจำเลยที่ 2 ได้ปิดกั้นทางภาระจำยอมมิให้โจทก์และบริวารเดิน ขอให้พิพากษาว่าทางเดินของจำเลยทั้งสองเป็นภารจำยอมให้จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 รื้อถอนรั้วออกจำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะที่ดินที่โจทก์อาศัยอยู่ตามฟ้องเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินทางพิพาทไม่เป็นทางภารจำยอมศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 6853 ตำบลหนองหลวงอำเภอเมืองตาก
จังหวัดตาก เป็นของจำเลยที่ 2 ทางด้านทิศใต้ของที่ดินแปลงนี้จดที่ดินโฉนดเลขที่ 5664 ของจำเลยที่ 1 และทางด้านทิศเหนือของที่ดินจำเลยที่ 2 จดที่ดินที่โจทก์ครอบครองเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินโจทก์ไม่ใช่เจ้าของที่ดินที่โจทก์ครอบครองอยู่ เห็นว่าภารจำยอมเป็นทรัพย์สิทธิที่กฎหมายก่อตั้งขึ้นสำหรับเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 4ลักษณะ 4 ฉะนั้น ผู้ที่จะฟ้องบังคับภารจำยอมต้องเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์เท่านั้น โจทก์ไม่ใช่เจ้าของอสังหาริมทรัพย์คือที่ดินที่โจทก์ครอบครองอยู่ จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองได้พิพากษายืน