Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 20/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ผู้ร้องยื่นฎีกาโดยมิได้นำเงินค่าฤชาธรรมเนียม ซึ่งจะต้องใช้แทนผู้คัดค้านตาม

Provisions the court ruled on

เนื้อความคำพิพากษา

ผู้ร้องยื่นฎีกาโดยมิได้นำเงินค่าฤชาธรรมเนียม ซึ่งจะต้องใช้แทนผู้คัดค้านตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์มาวางศาลพร้อมกับฎีกา แม้ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาไว้ก็ถือว่าเป็นฎีกาไม่ชอบด้วยกฎหมายตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229ประกอบมาตรา 247.(ที่มา-ส่งเสริม)คดีนี้สืบเนื่องมาจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำร้องว่าศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดเมื่อวันที่24 มิถุนายน 2520 ผู้ร้องได้สอบสวนลูกหนี้ได้ความว่า เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2518 ลูกหนี้โดยนายชวาล ไพรพิรุณโรจน์ กรรมการผู้จัดการได้โอนขายรถยนต์ยี่ห้อโฮลเด้น รุ่นปี 1967 หมายเลขทะเบียน กท ก 2701ของลูกหนี้ให้นายเชิด ชมพูนุท ซึ่งเป็นพนักงานของลูกหนี้ในราคา21,000 บาท

ต่อมาประมาณปี พ.ศ. 2519 นายเชิดผู้รับโอนคนแรกได้ให้นายยี แซ่เจี้ยง นำรถยนต์ดังกล่าวขายให้นายฉลอง ลัดดาพันธ์ เจ้าของอู่รถยนต์ยงการาจ ผู้รับโอนคนที่ 2 ในราคา 20,000 บาท โดยมอบทะเบียนรถยนต์ให้ยึดถือ แต่ไม่ได้มีการจดทะเบียนการโอนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ต่อมาประมาณ 20 วัน นายชลอ อินกรัด ผู้รับโอนคนที่ 3ได้ซื้อรถยนต์คันดังกล่าวไปราคา 25,000 บาท และได้จดทะเบียนโอนเป็นชื่อของผู้รับโอนคนที่ 3 การที่ลูกหนี้โอนขายรถยนต์ให้นายเชิดผู้รับโอนคนแรก เป็นการกระทำโดยไม่สุจริตและสมยอม ไม่มีค่าตอบแทนในระหว่างระยะเวลา 3 ปี ก่อนมีการขอให้ล้มละลาย ส่วนผู้รับโอนคนที่ 2และคนที่ 3 เป็นบุคคลภายนอก ผู้รับโอนคนที่ 2 ซื้อรถยนต์จากผู้รับโอนคนแรกโดยไม่ได้จดทะเบียนและครอบครองรถเพียง 20 วันก็โอนขายให้ผู้รับโอนคนที่ 3 การโอนขายระหว่างผู้รับโอนคนแรกและคนที่ 2 เป็นการสมยอมกัน

ไม่น่าเชื่อว่าซื้อขายกันจริง เป็นการรับโอนโดยไม่สุจริตและไม่มีค่าตอบแทน ส่วนผู้รับโอนคนที่ 3 ผู้ร้องเชื่อว่าได้รับโอนรถยนต์ดังกล่าวโดยสุจริตและมีค่าตอบแทน ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 116แต่ผู้รับโอนคนแรกและคนที่ 2 ไม่ได้รับความคุ้มครองจึงขอให้มีคำสั่งเพิกถอนการโอน รถยนต์ยี่ห้อโฮลเด้นหมายเลขทะเบียน กท ก 2701ระหว่างลูกหนี้ (จำเลย) กับนายเชิด ชมพูนุท ผู้รับโอนคนแรก และระหว่างนายเชิด กับนายฉลอง ลัดดาพันธ์ ผู้รับโอนคนที่ 2 ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 114, 116 และให้กลับคืนสู่ฐานะเดิม หากไม่สามารถกลับคืนสู่ฐานะเดิมได้ให้นายเชิด ชมพูนุทและนายฉลอง ลัดดาพันธ์

ร่วมกันชดใช้ราคารถยนต์ 21,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันยื่นคำร้องจนกว่าจะชำระเสร็จผู้รับโอนคนที่ 2 ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้รับโอนคนที่ 2 เป็นบุคคลภายนอกรับโอนรถยนต์ตามคำร้องจากนายเชิด ชมพูนุท ผู้รับโอนคนแรกโดยสุจริต และเสียค่าตอบแทน มิได้รับโอนมาจากลูกหนี้โดยตรงและไม่เคยมีนิติสัมพันธ์ใด ๆ กับลูกหนี้และผู้รับโอนคนแรกจึงไม่อาจรู้ได้ว่าลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เพิกถอนการโอนรถยนต์โฮลเด้น หมายเลขทะเบียน กท ก 2701 ระหว่างบริษัทสินสวัสดิ์ประกันภัย จำกัด ลูกหนี้(จำเลย) กับนายเชิด ชมพูนุท ผู้รับโอนคนแรก และระหว่างนายเชิดชมพูนุท ผู้รับโอนคนแรก กับนายฉลอง

ลัดดาพันธ์ ผู้รับโอนคนที่ 2ตามมาตรา 114, 116 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 ตามลำดับให้กลับคืนสู่ฐานะเดิม หากไม่สามารถกลับคืนสู่ฐานะเดิมได้ให้นายเชิด ชมพูนุท ผู้รับโอนคนแรก กับนายฉลอง ลัดดาพันธ์ ผู้รับโอนคนที่ 2 ร่วมกันใช้ราคารถยนต์ 21,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากเงินต้นดังกล่าวนับแต่วันยื่นคำร้อง (วันที่21 กันยายน 2527) และให้ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนผู้ร้องผู้ร้องว่าคดีเองจึงไม่กำหนดค่าทนายความให้ผู้คัดค้านอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอของผู้ร้องเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับผู้คัดค้านให้ผู้ร้องเสียค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนผู้คัดค้าน โดยกำหนดค่าทนายความรวม 2,000 บาท

นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งของศาลชั้นต้นผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ผู้ร้องยื่นฎีกาโดยมิได้นำเงินค่าฤชาธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แทนผู้คัดค้านตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์มาวางศาลพร้อมกับฎีกา ย่อมเป็นการไม่ชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 ประกอบมาตรา 247 แม้ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาผู้ร้องไว้แล้วก็ถือว่าไม่เป็นฎีกาที่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"

Result

พิพากษายกฎีกาผู้ร้อง

Matter details

Panel of judges
เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · ดุสิต วราโห · เกียรติ จาตนิลพันธุ์
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6969/2540

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 รับผิดต่อโจทก์เป็นเงิน 1,117,525.10 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18 ต่อปี ของต้นเงิน 816,020 บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 416 บาทจำเ…

Supreme Court Judgment No. 874/2537

จำเลยลงชื่อเป็นผู้ฎีกาเอง ส่วนผู้เรียงหรือแต่งฟ้องฎีกานั้นเป็นบุคคลอื่นซึ่งไม่ใช่ทนายความและไม่ใช่ผู้ที่ได้รับยกเว้นให้เรียงหรือแต่งฟ้องฎีกาให้จำเลยได้ตาม พระราชบัญญัติทนายความพ.ศ. 2528 มาตรา 33 ฎีกาข…

Supreme Court Judgment, B.E. 2536 (ref. 56370)

ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยที่ 2ยื่นฎีกาเมื่อเวลา 17.15 นาฬิกา ซึ่งพ้นกำหนดเวลาเปิดทำการตามปกติ จึงเป็นฎีกาที่ยื่นเกินกำหนดเวลาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216 วรรคแรกไ…

Supreme Court Judgment No. 667/2532

ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยผู้ต้องหาทั้งสามชั่วคราวระหว่างสอบสวน โดย ฉ. ผู้ประกันได้วางหลักประกันเป็นเงินสด 60,000 บาท และทำสัญญาประกันไว้ต่อศาลชั้นต้นเมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาคดีถึงที่สุดแล้ว ฉ. มาขอหล…

Supreme Court Judgment, B.E. 2532 (ref. 59872)

ความว่า เนื่องจากจำเลยชำระเงินให้แก่โจทก์เรียบร้อยแล้วโจทก์ไม่ติดใจดำเนินคดีอีกต่อไป จึงขอถอนฟ้อง โปรดอนุญาตหมายเหตุ จำเลยแถลงไม่คัดค้าน (อันดับ 128)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up