Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2004/2511

พ.ศ. 2511 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์กับจำเลยที่ 1 เป็นสามีภริยากัน จำเลยที่ 2 เป็นบุตรโจทก์และจำเลยที่ 1 ได้ช่วยเหลือดูแลทรัพย์สินของโจทก์และจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ไปเฝ้าสวนของโจทก์และจำเลยที่ 1 ถูกคนร้ายยิงจนต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลและ ตัดลำใส้ ในตอนหลังโจทก์กับจำเลยที่ 1 มีเรื่องจนต้องแยกกันอยู่ จำเลยที่ 1 ได้จำเลยที่ 2 ผู้เดียวเป็นผู้ปรนนิบัติ นับได้ว่าจำเลยที่ 2มีปฏิการะต่อบิดามารดายิ่งกว่าบุตรคนอื่น การที่จำเลยที่ 1 ยกที่ดินให้จำเลยที่ 2 อันเกิดจากโจทก์โดยเสน่หา ทั้งยกให้เพียงครึ่งหนึ่ง โดยจำเลยที่ 1 จดทะเบียนสิทธิเก็บกินไว้ตลอดชีวิต อีกครึ่งหนึ่งยังเป็นสินบริคณห์ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 อยู่ ดังนี้เป็นการให้ตามสมควรในทางศีลธรรมอันดีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1473 วรรค 2(3)โจทก์ฟ้องขอให้ลงชื่อโจทก์เป็นเจ้าของร่วมกับจำเลยในโฉนดที่ดินทั้งแปลง เมื่อได้ความว่าที่ดินยังเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์และจำเลยเพียงครึ่งหนึ่งก็ชอบที่จะลงชื่อโจทก์เป็นเจ้าของร่วมกับจำเลยในส่วนที่ยังเป็นสินสมรสอยู่นั้นได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นภริยาชอบด้วยกฎหมายของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 จัดการสินบริคณห์ให้เกิดความเสียหายถึงขนาด จำหน่ายสินบริคณห์โดยมิได้รับความยินยอมจากโจทก์ โดยจำเลยที่ 1 ทำนิติกรรมที่สำนักงานที่ดิน โอนที่ดินโฉนดที่ 643 ให้จำเลยที่ 2 โดยเสน่หาขอให้เพิกถอนการยกให้และลงชื่อโจทก์เป็นเจ้าของร่วมกับจำเลยที่ 1 ในโฉนดดังกล่าวจำเลยทั้งสองให้การว่า ที่จำเลยที่ 1 โอนที่ดินโฉนดดังกล่าวให้จำเลยที่ 2 ครึ่งหนึ่งเป็นการให้ตามสมควรในทางศีลธรรมอันดี ฯลฯศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนการยกให้ ให้ลงชื่อโจทก์เป็นเจ้าของร่วมกับจำเลยที่ 1 ในโฉนดจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่าเป็นการให้ตามสมควรในทางศีลธรรมอันดีพิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่า

จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบุตรโจทก์และจำเลยที่ 1 ได้ช่วยเหลือดูแลทรัพย์สินของโจทก์และจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ไปเฝ้าสวนของโจทก์และจำเลยที่ 1 ถูกคนร้ายยิงจนต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลและตัดลำใส้ตอนหลังนี้โจทก์กับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นสามีภริยากันมีเรื่องจนต้องแยกกันอยู่จำเลยที่ 1 ก็ได้จำเลยที่ 2 ผู้เดียวเป็นผู้ปรนนิบัตินับได้ว่าจำเลยที่ 2 มีปฏิการะต่อบิดามารดายิ่งกว่าบุตรคนอื่นจำเลยที่ 1 ยกที่ดินให้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบุตรของจำเลยที่ 1 อันเกิดกับโจทก์ ทั้งยกให้เพียงครึ่งเดียว โดยจำเลยที่ 1 จดทะเบียนสิทธิเก็บกินไว้ตลอดชีวิต อีกครึ่งหนึ่งยังเป็นสินบริคณห์ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 อยู่ดังนี้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นการให้ตามสมควรในทางศีลธรรมอันดี แม้จะไม่ได้รับความยินยอมของโจทก์โจทก์ไม่มีสิทธิขอให้เพิกถอนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1473 วรรค 2(3)แต่โดยที่โจทก์มีคำขอให้ลงชื่อโจทก์ร่วมกับจำเลยที่ 1 ในโฉนดเลขที่ 643 ตามฟ้องทั้งแปลง ได้ความว่าที่ดินดังกล่าวยังเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 1 เพียงครึ่งหนึ่งก็ชอบที่จะลงชื่อโจทก์เป็นเจ้าของร่วมกับจำเลยที่ 1 ในส่วนที่เป็นสินสมรสอยู่ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1467พิพากษาแก้ ให้ลงชื่อโจทก์เป็นเจ้าของร่วมกับจำเลยที่ 1 ในโฉนดที่ดินเลขที่ 643 ตามฟ้องเฉพาะส่วนครึ่งหนึ่งที่ยังเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 อยู่

Matter details

Panel of judges
โชค จารุจินดา · ชิต บุณยประภัศร · แถม สิริสาลี
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up