Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 202/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ 1 ไม่เคยทำสัญญาเช่าซื้อกับโจทก์ จำเลยมิได้ให้การถึงตราที่ใช้ประทับอยู่ในช่องผู้เช่าซื้อในหนังสือสัญญาเช่าซื้อว่าชอบหรือไม่อย่างไร เมื่อจำเลยไม่ให้การถึงต้องถือว่าจำเลยรับว่าเป็นตราของจำเลยที่ 1 คู่ความไม่ต้องพิสูจน์ในข้อเท็จจริงนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 84(1) ศาลไม่รับวินิจฉัยพยานจำเลยที่นำสืบว่าตราที่ประทับในช่องผู้เช่าซื้อไม่ใช่ตราของจำเลยที่ 1 จำเลยทั้งสองให้การว่า เดิมรถยนต์เป็นของจำเลยที่ 1 ส.กระทำโดยไม่สุจริตโอนรถยนต์ให้โจทก์ แล้วจึงมีการทำสัญญาเช่าซื้อจำเลยทั้งสองมิได้ต่อสู้ว่าขณะทำสัญญาเช่าซื้อโจทก์มิได้เป็นเจ้าของรถยนต์สัญญาเช่าซื้อจึงไม่ผูกพันจำเลยทั้งสอง อุทธรณ์ของจำเลยที่ว่าโจทก์ไม่ได้เป็นเจ้าของรถยนต์ในขณะทำสัญญาเช่าซื้อจึงเป็นข้อที่มิได้ว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้น เมื่อปัญหาดังกล่าวมิใช่ปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนจึงต้องห้ามมิให้ยกขึ้นมากล่าวอ้างในชั้นอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 จำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 2 ไม่เคยทำสัญญาค้ำประกันจำเลยที่ 1 ให้ไว้แก่โจทก์ เอกสารท้ายฟ้องโจทก์เป็นผู้กรอกข้อความเองทั้งสิ้นสัญญาค้ำประกันดังกล่าวเป็นเอกสารปลอมแต่ตามสัญญาค้ำประกันเอกสารท้ายฟ้องจำเลยที่ 2 ได้ลงชื่อเป็นผู้ค้ำประกันไว้การที่จำเลยที่ 2 ให้การเพียงว่าโจทก์เป็นผู้กรอกข้อความในเอกสารทั้งสิ้น จึงเป็นเอกสารปลอม โดยจำเลยที่ 2 มิได้ให้การว่าเหตุใดจึงได้ลงชื่อไว้ในเอกสารดังกล่าวและเหตุใดโจทก์จึงนำเอกสารนั้นไปกรอกข้อความจนกลายเป็นเอกสารปลอมได้ ถือว่าไม่มีเหตุแห่งการปฏิเสธโดยชัดแจ้งเป็นคำให้การที่ไม่ชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177วรรคสอง ไม่ก่อให้เกิดประเด็น

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องว่า จำเลยที่ 1 โดยนายสมบูรณ์ สุวรรณไวพัฒนะ กรรมการผู้จัดการได้ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์จากโจทก์จำนวน 2 คัน โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันอย่างลูกหนี้ร่วม หลังจากทำสัญญาแล้ว จำเลยที่ 1 ชำระค่าเช่าซื้อรถยนต์ทั้งสองคันแก่โจทก์เพียง 3 งวด ต่อจากนั้นจำเลยที่ 1 ผิดนัดโจทก์ถือว่าจำเลยที่ 1 ผิดสัญญาเช่าซื้อขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันคืนรถยนต์ทั้งสองคันในสภาพเรียบร้อยถ้าหากคืนไม่ได้ก็ให้ชำระราคา และร่วมกันชำระค่าเสียหายให้แก่โจทก์จำเลยทั้งสองสำนวนให้การว่า จำเลยที่ 1 ไม่เคยทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์กับโจทก์ นายสมบูรณ์ สุวรรณไวพัฒนะ อดีต กรรมการผู้จัดการของจำเลยที่ 1 ใช้อำนาจกระทำการโดยไม่สุจริตโอนรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุและรถยนต์ยี่ห้อฮีโน่แก่โจทก์ และโจทก์ให้เงินตอบแทนแก่นายสมบูรณ์จำนวน 60,000 บาท และ 80,000 บาทตามลำดับ

หลังจากนั้นนายสมบูรณ์ได้ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ทั้งสองคันคืนในนามของตนเองโจทก์กระทำการไม่สุจริตกรอกข้อความเป็นเท็จลงในสัญญาเช่าซื้อโดยระบุว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้เช่าซื้อรถยนต์ดังกล่าว โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2ไม่เคยทำสัญญาค้ำประกันจำเลยที่ 1 ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ส่งมอบรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน น-5382 นครราชสีมา หมายเลขเครื่อง 352968 เลขคัชชี9393268 และรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน น.ม. 80-4029 หมายเลขเครื่อง 59737 เลขคัชชี เค เอ็ม 310-26573 ในสภาพเรียบร้อยแก่โจทก์ ถ้าจำเลยที่ 1 คืนรถไม่ได้ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระราคารถจำนวน 81,900 บาท และ 108,900 บาท แก่โจทก์ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 41,000 บาท แก่โจทก์ และให้จำเลยทั้งสองชำระค่าเสียหายสำหรับรถคันหมายเลขทะเบียน

น-5382นครราชสีมา เป็นเงินวันละ 100 บาท ส่วนรถยนต์คันหมายเลขทะเบียนน.ม.80-4029 เป็นเงินวันละ 200 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยที่ 1 จะส่งมอบรถคืน คำขอนอกจากนี้ให้ยกศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยทั้งสองในสองสำนวนฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่าเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2530 นายสมบูรณ์ สุวรรณไวพัฒนะ กรรมการผู้จัดการของบริษัทจำเลยที่ 1 ได้ทำหนังสือสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ และยี่ห้อฮีโน่ กับโจทก์ในนามของจำเลยที่ 1โดยมีตราประทับอยู่ในช่องผู้เช่าซื้อ และมีจำเลยที่ 2 ลงชื่อเป็นผู้ค้ำประกันอย่างลูกหนี้ร่วมกับจำเลยที่ 1 ต่อมามีการชำระค่าเช่าซื้อเพียง 3 งวด หลังจากนั้นโจทก์ก็ไม่ได้รับชำระค่าเช่าซื้ออีก

ถือว่าสัญญาเช่าซื้อเป็นอันเลิกกัน แต่โจทก์ไม่ได้รับรถยนต์ที่เช่าซื้อทั้งสองคันคืน โจทก์จึงฟ้องเป็นคดีนี้ปัญหาแรกตามฎีกาของจำเลยทั้งสองมีว่า จำเลยมีสิทธิอ้างและนำสืบว่าตราที่ประทับในช่องผู้เช่าซื้อในสัญญาไม่ใช่ตราของจำเลยที่ 1 หรือไม่ เห็นว่า ในข้อนี้จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ 1 ไม่เคยทำสัญญาเช่าซื้อกับโจทก์ เดิมรถยนต์ดังกล่าวเป็นของจำเลยที่ 1 นายสมบูรณ์กระทำโดยไม่สุจริตโอนรถยนต์ดังกล่าวให้โจทก์ และโจทก์ให้เงินตอบแทนแก่นายสมบูรณ์ แล้วจึงมีการทำสัญญาเช่าซื้อดังกล่าว จะเห็นได้ว่าจำเลยมิได้ให้การถึงตราที่ใช้ประทับอยู่ในช่องผู้เช่าซื้อว่าชอบหรือไม่อย่างไร เมื่อจำเลยไม่ให้การถึงต้องถือว่าจำเลยรับว่าเป็นตราของจำเลยที่ 1คู่ความไม่ต้องพิสูจน์ในข้อเท็จจริงนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 84(1) ที่ศาลล่างทั้งสองไม่ยอมรับวินิจฉัยพยานจำเลยที่นำสืบว่าตราที่ประทับในช่องผู้เช่าซื้อไม่ใช่ตราของจำเลยที่ 1 นั้น

ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น.ปัญหาต่อมาจำเลยทั้งสองฎีกาว่า จำเลยมีสิทธิอุทธรณ์ว่าโจทก์ไม่ได้เป็นเจ้าของรถยนต์ในขณะทำสัญญาเช่าซื้อ ถือว่าจำเลยไม่ได้ทำสัญญาเช่าซื้อและค้ำประกันเพราะเป็นปัญหาที่จำเลยได้ยกขึ้นว่ากล่าวมาแล้วในศาลชั้นต้น ในข้อนี้จำเลยทั้งสองให้การเพียงว่าเดิมรถยนต์คันดังกล่าวเป็นของจำเลยที่ 1นายสมบูรณ์กระทำโดยไม่สุจริตโอนรถยนต์ดังกล่าวให้โจทก์แล้วจึงมีการทำสัญญาเช่าซื้อ จะเห็นได้ว่าจำเลยทั้งสองมิได้ต่อสู้ว่าขณะทำสัญญาเช่าซื้อโจทก์มิได้เป็นเจ้าของรถยนต์ดังกล่าวสัญญาเช่าซื้อจึงไม่ผูกพันจำเลยทั้งสอง อุทธรณ์ของจำเลยจึงเป็นข้อที่มิได้ว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้น เมื่อปัญหาข้อนี้มิใช่ปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน จึงต้องห้ามมิให้ยกขึ้นมากล่าวอ้างในชั้นอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่รับวินิจฉัยให้จึงถูกต้องแล้ว

ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกันปัญหาสุดท้ายที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า จำเลยที่ 2 มีสิทธิกล่าวอ้างและนำสืบว่าจำเลยที่ 2 ลงชื่อในเอกสารเพื่อค้ำประกันเงินกู้ให้แก่นายสมบูรณ์ แต่มีการนำเอกสารนั้นไปกรอกข้อความเป็นสัญญาค้ำประกันในคดีนี้อันผิดไปจากข้อตกลง การกรอกข้อความดังกล่าวจึงเป็นการปลอมเอกสาร

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ในปัญหาข้อนี้จำเลยที่ 2 ให้การเพียงว่าจำเลยที่ 2 ไม่เคยทำสัญญาค้ำประกันจำเลยที่ 1 ให้ไว้แก่โจทก์ เอกสารท้ายฟ้องโจทก์เป็นผู้กรอกข้อความเองทั้งสิ้นสัญญาค้ำประกันดังกล่าวเป็นเอกสารปลอม แต่ตามสัญญาค้ำประกันเอกสารท้ายฟ้องจำเลยที่ 2 ได้ลงชื่อเป็นผู้ค้ำประกันไว้ การที่จำเลยที่ 2 ให้การเพียงว่าโจทก์เป็นผู้กรอกข้อความในเอกสารทั้งสิ้น จึงเป็นเอกสารปลอม โดยจำเลยที่ 2 มิได้ให้การว่าเหตุใดจึงได้ลงชื่อไว้ในเอกสารดังกล่าว และเหตุใดโจทก์จึงนำเอกสารนั้นไปกรอกข้อความจนกลายเป็นเอกสารปลอมได้ ถือว่าไม่มีเหตุแห่งการปฏิเสธโดยชัดแจ้งเป็นคำให้การที่ไม่ชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสอง ไม่ก่อให้เกิดประเด็น ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่วินิจฉัยปัญหาข้อนี้ให้ชอบแล้ว"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
เพ็ง เพ็งนิติ · เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · อุระ หวังอ้อมกลาง
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1816/2534

จำเลยยื่นคำให้การต่อสู้คดีไว้ลอย ๆ เพียงว่า จำเลยไม่ต้องรับผิดชอบต่อโจทก์ตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 4 ของโจทก์ เนื่องจากทำขึ้นโดยขัดต่อระเบียบข้อบังคับของโจทก์เป็นคำให้การที่ไม่แสดงให้แจ้งชัดถึงเหตุแห่ง…

Supreme Court Judgment No. 7463/2553

ตาม ป.พ.พ. มาตรา 563 บัญญัติว่า คดีอันผู้ให้เช่าจะฟ้องผู้เช่าเกี่ยวแก่สัญญาเช่านั้น ท่านห้ามมิให้ฟ้องเมื่อพ้นกำหนดหกเดือน นับแต่วันส่งคืนทรัพย์สินที่เช่าการที่โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระค่าป…

Supreme Court Judgment No. 3353/2552

คดีแพ่งคู่ความทั้งสองฝ่ายจะต้องนำพยานมาสืบต่อศาลเพื่อให้ศาลได้ใช้ดุลพินิจชั่งน้ำหนักพยานว่าพยานฝ่ายใดมีน้ำหนักน่าเชื่อถือกว่ากัน หากพยานฝ่ายใดมีน้ำหนักน่าเชื่อถือกว่าศาลก็จะใช้ดุลพินิจพิพากษาให้ฝ่ายนั…

Supreme Court Judgment No. 951/2546

แม้โจทก์จะเป็นผู้กล่าวอ้างข้อเท็จจริงและภาระการพิสูจน์ข้อเท็จจริงจะตกแก่โจทก์ แต่เมื่อจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์ไม่ได้ให้การปฏิเสธข้อเท็จจริงที่โจทก์กล่าวอ้างโดยชัดแจ้งรวมทั้งเหตุแ…

Supreme Court Judgment No. 1375/2546

คำให้การของจำเลยที่ 2 ที่ว่าโจทก์ได้เช็คพิพาทไว้ในครอบครองโดยทุจริตนั้นทุจริตอย่างไรก็ไม่ได้กล่าวไว้ชัด ที่ว่าคบคิดกับบุคคลอื่น บุคคลอื่นนั้น เป็นผู้ทรงเช็คคนก่อนหรือไม่ หรือเป็นผู้ใดไม่ปรากฏ ที่ว่าโจ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up