Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2029/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

เมื่อศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ไม่ได้แจ้งเรื่องถูกจับให้ผู้บังคับบัญชาทราบการที่โจทก์อุทธรณ์ว่าโจทก์ได้แจ้งเรื่องนี้แล้ว จึงเป็น อุทธรณ์โต้เถียงข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯมาตรา 54แม้โจทก์ขาดงานเพราะถูกจับและถูกควบคุมตัวตลอดมาโจทก์ก็ชอบที่จะแจ้งเรื่องที่ถูกจับให้ผู้บังคับบัญชาทราบ การที่โจทก์ไม่แจ้ง ถือว่าเป็นการประพฤติไม่เหมาะสมตามระเบียบว่าด้วยการจ้างและเลิกจ้างคนงานฯ ของจำเลย จำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้เมื่ออุทธรณ์ของโจทก์เป็นข้อที่โจทก์มิได้ตั้งประเด็นมาในคำฟ้อง คดีจึงไม่มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยศาลฎีกาย่อมไม่รับวินิจฉัยให้การที่โจทก์ไปทำงานไม่ได้เพราะถูกจับและถูกควบคุมตัวตลอดมา ถือไม่ได้ว่าโจทก์ละทิ้งหน้าที่ การไม่แจ้งเหตุขัดข้องหรือไม่ขอลางาน หาทำให้เป็นการละทิ้งหน้าที่ขึ้นไม่ การกระทำของโจทก์จึงไม่เป็นการ ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 47(4) อันจำเลยจะไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยเมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยจ่ายค่าครองชีพให้โจทก์เกี่ยวข้องกับภาวะค่าครองชีพโดยเฉพาะอย่างไร การที่จำเลยจ่ายค่าครองชีพให้โจทก์เป็นประจำทุกเดือนมีจำนวนแน่นอนทำนองเดียวกับเงินเดือนค่าครองชีพ ที่โจทก์ได้รับจึงเป็นส่วนหนึ่งของเงินเดือนที่จำเลยจ่ายให้เป็นการตอบแทน การทำงาน จึงเป็นค่าจ้างซึ่งต้องนำมาคำนวณค่าชดเชยด้วย

Provisions the court ruled on

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 Section 54 ป.วิ.พ. Section 142 ป.วิ.พ. Section 172 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 Section 96 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 Section 47

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้จ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ ต่อมาโจทก์ถูกจับข้อหาภัยสังคมการเมืองและถูกอายัดตัวต่อในข้อหาคอมมิวนิสต์ซึ่งต่อมาในข้อหานี้ศาลพิพากษายกฟ้อง ในระหว่างนั้นจำเลยเลิกจ้างโจทก์ อ้างว่าโจทก์ขาดงานเกินกว่า 15 วัน โจทก์เห็นว่าไม่ถูกต้อง เพราะโจทก์ได้แจ้งให้จำเลยทราบแล้วว่าโจทก์ถูกคุมขัง โจทก์ได้ขอเข้าทำงานใหม่ แต่จำเลยปฏิเสธ ขอให้ศาลพิพากษาบังคับให้จำเลยรับโจทก์เข้าทำงานในตำแหน่งเดิมและจ่ายค่าจ้างตั้งแต่วันที่เลิกจ้างจนถึงวันรับเข้าทำงาน หากรับเข้าทำงานไม่ได้ขอให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายรวมทั้งค่าเสียหายจำเลยให้การว่า โจทก์ถูกจับและไม่สามารถมาปฏิบัติงานตามหน้าที่ในฐานะคนงานประจำได้เกินกว่า 15 วัน โดยมิได้แจ้งเหตุขัดข้องให้ผู้บังคับบัญชาของโจทก์หรือจำเลยทราบทั้งที่มีโอกาสจะแจ้งให้ทราบได้

ถือว่าโจทก์จงใจขาดงานเกินกว่า 15 วัน อันเป็นการประพฤติตนไม่เหมาะสม จำเลยจึงได้เลิกจ้างโจทก์ตามระเบียบปฏิบัติงานว่าด้วยการจ้างและเลิกจ้างคนงานฯ ของจำเลย การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการชอบแล้ว จำเลยไม่ต้องจ่ายค่าจ้างตั้งแต่เลิกจ้างรวมทั้งเงินชดเชยและค่าเสียหายแก่โจทก์ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าโจทก์ได้แจ้งเรื่องถูกจับให้ผู้บังคับบัญชาของโจทก์ทราบ การที่จำเลยสั่งเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์ขาดงานเกิน 15 วันโดยไม่แจ้งเหตุให้ทราบ ถือว่าเป็นการประพฤติตนไม่เหมาะสมตามระเบียบฯ ของจำเลยจึงเป็นการชอบแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องจำเลยให้รับโจทก์กลับเข้าทำงานหรือให้ชดใช้ค่าเสียหาย แต่การที่โจทก์ขาดงานเป็นเพราะโจทก์ถูกจับและถูกควบคุมตัวตลอดมาถือมิได้ว่าเป็นการละทิ้งหน้าที่ตามข้อ 47(4)

แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ จำเลยจึงต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ โจทก์มีระยะทำงานติดต่อกันเกิน 3 ปี มีสิทธิได้รับค่าชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายหนึ่งร้อยแปดสิบวัน ขณะถูกเลิกจ้างโจทก์ได้รับเงินเดือน เดือนละ 1,400 บาท ค่าครองชีพเดือนละ 350 บาท ค่าครองชีพเป็นค่าจ้างที่ต้องนำมาคำนวณค่าชดเชยด้วย พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์เป็นเงิน 10,500 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกเสียผู้พิพากษาสมทบคนหนึ่งทำความเห็นแย้งว่า เงินค่าครองชีพที่โจทก์ได้รับไม่ถือว่าเป็นค่าจ้างของโจทก์ที่จะนำมาเป็นฐานคำนวณการจ่ายค่าชดเชยโจทก์และจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ว่า

การที่โจทก์อุทธรณ์ว่าโจทก์ได้แจ้งให้เพื่อนและผู้บังคับบัญชาทราบแล้วว่า โจทก์ถูกจับกุมและขอลางานจนกว่าคดีถึงที่สุด แต่ผู้บังคับบัญชาไม่รายงานให้ผู้บังคับบัญชาที่เหนือกว่าตามลำดับชั้นทราบนั้น เมื่อศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าโจทก์แจ้งเรื่องถูกจับให้ผู้บังคับบัญชาทราบอุทธรณ์ของโจทก์จึงเป็นอุทธรณ์โต้เถียงข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯ มาตรา 54 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่โจทก์อุทธรณ์ว่า การที่โจทก์ขาดงานเป็นเพราะโจทก์ถูกจับ มิใช่โจทก์เป็นผู้กระทำ ถือไม่ได้ว่าโจทก์ประพฤติไม่เหมาะสมนั้น แม้โจทก์ขาดงานเพราะถูกจับและถูกควบคุมตัวตลอดมา โจทก์ก็ชอบที่จะแจ้งเรื่องที่ถูกจับให้ผู้บังคับบัญชาทราบ การที่โจทก์ไม่แจ้งและศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าเป็นการประพฤติไม่เหมาะสมตามระเบียบว่าด้วยการจ้างและเลิกจ้างคนงานฯ ของจำเลย ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ส่วนที่โจทก์อุทธรณ์ว่า จำเลยมีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ตั้งกรรมการสอบสวนโจทก์ก่อนและไม่ได้แจ้งคำสั่งเลิกจ้างให้โจทก์ทราบ จึงเป็นการเลิกจ้างที่ไม่ชอบนั้น ข้อนี้โจทก์มิได้ตั้งประเด็นมาในคำฟ้อง คดีจึงไม่มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัย ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้วินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยว่า

เมื่อโจทก์ไปทำงานไม่ได้เพราะถูกจับและถูกควบคุมตัวตลอดมา ก็ถือไม่ได้ว่าโจทก์ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร ตามข้อ 47 (4) แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ อันจำเลยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ การไม่แจ้งเหตุขัดข้องหรือไม่ขอลางานหาทำให้เป็นการละทิ้งหน้าที่ขึ้นไม่ ส่วนในเรื่องค่าครองชีพนั้นประกาศกระทรวงมหาดไทยดังกล่าว ข้อ 2 นิยามคำว่า "ค่าจ้าง" ไว้ว่า "หมายความว่าเงินหรือเงินและสิ่งของที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเป็นการตอบแทนการทำงานในเวลาทำงานปกติของวันทำงาน หรือจ่ายให้โดยคำนวณตามผลงานที่ลูกจ้างทำได้ และหมายความรวมถึงเงินหรือเงินหรือสิ่งของที่จ่ายให้ในวันหยุดซึ่งลูกจ้างไม่ได้ทำงาน และในวันลาด้วย

ทั้งนี้ ไม่ว่าจะกำหนด คำนวณ หรือจ่ายเป็นการตอบแทนในวิธีอย่างไร และไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไร" ข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์ได้รับเงินเดือนเดือนละ 1,400 บาท และค่าครองชีพเดือนละ 350 บาท ไม่ปรากฏว่าการที่จำเลยจ่ายค่าครองชีพให้โจทก์เกี่ยวข้องกับภาวะค่าครองชีพโดยเฉพาะอย่างไร จำเลยจ่ายค่าครองชีพให้โจทก์เป็นประจำทุกเดือนมีจำนวนแน่นอน ทำนองเดียวกับเงินเดือน เห็นได้ว่าค่าครองชีพที่โจทก์ได้รับเป็นส่วนหนึ่งของเงินเดือนที่จำเลยจ่ายให้เป็นการตอบแทนการทำงาน จึงเป็นค่าจ้างอันต้องนำมาคำนวณค่าชดเชยด้วยพิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สมบูรณ์ บุญภินนท์ · ภิญโญ ธีรนิติ · ประทีป ชุ่มวัฒนะ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 7767/2543

โจทก์และจำเลยต่างเป็นเอกชนที่ตกลงทำสัญญาจ้างกัน โดยจำเลยตกลงจ้างโจทก์ทำงานเป็นครู และให้ค่าจ้างเป็นรายเดือนตลอดเวลาที่ทำงานให้จำเลย สัญญาจ้างเป็นครูดังกล่าวจึงเป็นการจ้างแรงงานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพา…

Supreme Court Judgment No. 1803/2540

โจทก์ได้บรรยายฟ้องให้จำเลยที่1เข้าใจได้ดีแล้วถึงระยะเวลาที่จำเลยที่1เบิกสินค้าไปแล้วต้องรับผิดรวมทั้งจำนวนที่ต้องรับผิดตลอดจนมีคำขอบังคับให้จำเลยที่1รับผิดตามนั้นด้วยจึงเป็นคำฟ้องที่บรรยายโดยแจ้งชัดซึ…

Supreme Court Judgment No. 4269/2565

แม้จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสามจะมิได้ยกปัญหาว่าฟ้องโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมายขึ้นอ้างในคำให้การ แต่กรณีเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสามจึงยกขึ้นฎีกาได้ตาม ป.ว…

Supreme Court Judgment No. 6444/2561

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันยักย้ายปิดบังทรัพย์มรดกของ ด. แบ่งปันกันเอง โดยจำเลยทั้งสามร่วมกันอ้างว่า ด. มีบุตร 3 คน ซึ่งเป็นความเท็จ และร่วมกันแบ่งทรัพย์มรดกของ ด. โดยไม่แบ่งปันให้แก่โจทก์และบุตร…

Supreme Court Judgment, B.E. 2555 (ref. 554427)

คำฟ้องของโจทก์ทั้งหมดบรรยายว่า โจทก์ทั้งหมดมีสิทธิได้รับการปรับอัตราค่าจ้างและได้รับบำเหน็จในส่วนที่ขาดตามมติคณะรัฐมนตรีและบันทึกข้อตกลงซึ่งเป็นสภาพแห่งข้อหา โดยมีข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาว่าจำ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up