คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้ศาลชั้นต้นฟังตามคำฟ้องโจทก์และคำรับสารภาพของจำเลยประกอบกับคำแถลงของโจทก์ได้ความว่า จำเลยกับนางป้านผู้เสียหายอยู่กินเป็นสามีภรรยากันโดยมิได้จดทะเบียนสมรส จำเลยลักเครื่องรางรวม 4 ชิ้นราคา 500 บาทของนางป้านผู้เสียหายไป
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 288 จำคุกจำเลย 1 เดือนลดตามมาตรา 59 กึ่งหนึ่งจำคุก 15 วัน จำเลยต้องขังมาพอแก่โทษแล้วให้ปล่อยตัวไปจำเลยอุทธรณ์คัดค้านข้อกฎหมายว่าจำเลยไม่ผิดศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 54ศาลฎีกาเห็นว่าปัญหามีว่าจำเลยเป็นสามีนางป้านตามกฎหมายอาญามาตรา 54 หรือไม่ เห็นว่ากฎหมายอาญามิได้บัญญัติไว้ว่า พฤติการณ์เช่นไรกฎหมายอาญายอมรับนับถือว่าเป็นสามีภรรยากัน ฉะนั้นโดยปกติต้องอาศัยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ใช้อยู่ในขณะเกิดการกระทำผิดเป็นหลักกล่าวคือได้มีการจดทะเบียนสมรสแล้วอย่างไรก็ดีอาจมีหญิงชายได้เสียกันโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสแล้วภายหลังฝ่ายหนึ่งเอาทรัพย์ของอีกฝ่ายหนึ่งไปซึ่งต้องอาศัยเจตนาเป็นหลักว่ามีเจตนาลักทรัพย์หรือไม่ เรื่องนี้ศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงดังกล่าวข้างต้นเป็นเจตนาลักทรัพย์ ฎีกาของจำเลยจึงเป็นฎีกาคัดค้านข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220พิพากษายืน ให้ยกฎีกาจำเลย