คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เลิกจ้างพนักงานยาม แล้วจ้างบริษัทรักษาความปลอดภัยทำหน้าที่แทน เนื่องจากสามารถรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ได้ จึงเป็นการเลิกจ้างที่เป็นการกระทำอันเป็นธรรม ต่อมาผู้ถูกเลิกจ้างได้ไปกล่าวหาต่อจำเลยซึ่งเป็นคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ว่าโจทก์เลิกจ้างผู้กล่าวหา โดยไม่เป็นธรรม จำเลยวินิจฉัยว่า การเลิกจ้างของโจทก์เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมให้โจทก์จ่ายค่าเสียหายแก่ผู้กล่าวหามีจำนวนสูงเกินเหตุ ขอให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าว
จำเลยให้การว่า ยามที่ถูกเลิกจ้างเป็นผู้เกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องและข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างเนื่องจากการเรียกร้องนั้นยังมีผลใช้บังคับอยู่ การเลิกจ้างดังกล่าวจึงเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม ส่วนค่าเสียหายนั้นจำเลยได้พิจารณาด้วยความเป็นธรรมแล้วขอให้ยกฟ้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า กรณีที่สหภาพแรงงานจะเป็นผู้ยื่นข้อเรียกร้องต่อโจทก์ได้นั้น จะต้องมีสมาชิกสหภาพแรงงานซึ่งเป็นลูกจ้างอยู่ไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕ ของจำนวนลูกจ้างทั้งหมดของโจทก์ ข้อเท็จจริงที่โจทก์จำเลยรับกันปรากฏว่าขณะที่สหภาพแรงงานชลประทานผลิตภัณฑ์คอนกรีตยื่นข้อเรียกร้องโจทก์มีลูกจ้างทั้งหมดประมาณ ๑๖๒ คน ในจำนวนนี้เป็นสมาชิกสหภาพแรงงานดังกล่าวประมาณ ๙๖ คนรวมทั้งผู้กล่าวหาด้วย จึงถือได้ว่าผู้กล่าวหาเป็นผู้ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องที่สหภาพแรงงานฯ เรียกร้องหาจำต้องเป็นผู้ร่วมยื่นข้อเรียกร้อง ร่วมเจรจา หรือร่วมกระทำการอื่น ๆ ต่อโจทก์โดยตรงดังอุทธรณ์โจทก์ไม่ และเหตุที่โจทก์ต้องการปรับปรุงกิจการของโจทก์ให้มั่นคงขึ้น โดยการเลิกจ้างผู้กล่าวหาแล้วจ้างบริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชนเพื่อทำหน้าที่ยามแทน
เพราะหากทรัพย์สินของโจทก์สูญหาย ผู้กล่าวหาไม่สามารถรับผิดชดใช้ค่าเสียหายได้ แต่ถ้าหากเป็นบริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชนสามารถรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ได้เป็นการลดอัตราการเสี่ยงต่อความเสียหายของโจทก์นั้น เป็นเพียงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์แตกต่างกันระหว่างการจ้างผู้กล่าวหากับบริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชนเท่านั้น มิใช่เหตุอันจำต้องเลิกจ้างผู้กล่าวหาซึ่งได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ฯ มาตรา ๑๒๓ การที่โจทก์เลิกจ้างผู้กล่าวหาซึ่งเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้อง ในระหว่างที่ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลใช้บังคับด้วยเหตุดังวินิจฉัยแล้ว จึงเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ฯ มาตรา ๑๒๓
Result
พิพากษายืน