Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2052/2558

พ.ศ. 2558 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

แม้ผู้ร้องไม่มีสิทธิในทรัพย์มรดกของผู้ตาย แต่ขณะยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งถอนผู้คัดค้านที่ 1 และผู้คัดค้านที่ 2 ออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายกับตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายนั้น อำนาจปกครอง ณ. อยู่กับผู้ร้องแต่เพียงผู้เดียว ผู้ร้องจึงเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของ ณ. ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1569 ซึ่งการยื่นคำร้องขอดังกล่าวผู้ร้องมิได้ยื่นในฐานะส่วนตัวแต่ยื่นในฐานะเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของ ณ. ในคำร้องขอนั้นนอกจากมีข้ออ้างว่ามีการยักย้ายทรัพย์มรดกของผู้ตายแล้วยังมีข้ออ้างว่าผู้ร้องได้รับคำบอกเล่าว่าแท้จริงผู้ตายทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกทั้งหมดให้ ณ. ไว้ด้วย ดังนั้นการยื่นคำร้องขอของผู้ร้องจึงเป็นไปตามหน้าที่ของผู้ใช้อำนาจปกครองเพื่อระวังรักษาประโยชน์ของ ณ. ให้ได้รับทรัพย์มรดกของผู้ตายตามสิทธิที่แท้จริง ผู้ร้องในฐานะผู้ใช้อำนาจปกครองของ ณ. จึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียตาม ป.พ.พ. มาตรา 1713 ที่มีสิทธิจะร้องต่อศาลขอให้ถอนผู้จัดการมรดกหรือขอให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายได้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2554

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งนางพนิดา ผู้คัดค้านที่ 1 และนางสาวหรือนางกรองทอง ผู้คัดค้านที่ 2 ร่วมกันเป็นผู้จัดการมรดกของนางสาวณิชชา ผู้ตายโดยให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย ต่อมาวันที่ 12 ตุลาคม 2554 ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งถอนผู้คัดค้านที่ 1 และผู้คัดค้านที่ 2 จากการเป็นผู้จัดการมรดกของนางสาวณิชชา แล้วตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายแทน ผู้คัดค้านที่ 1 และผู้คัดค้านที่ 2 ยื่นคำคัดค้านในทำนองเดียวกันขอให้ยกคำร้องขอ ศาลชั้นต้นงดการไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้องขอ ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องขอแล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้คัดค้านที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปรากฏข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันในชั้นฎีการับฟังได้ว่า นางสาวณิชชา ผู้ตายเป็นบุตรของผู้คัดค้านที่ 3 กับนายชัยสิทธิ์ ซึ่งถึงแก่ความตายแล้ว ผู้ตายมีบุตร 3 คน คือ ผู้คัดค้านที่ 1 นางสาวสุริสา และนางสาวณัฐาภรณ์ โดยผู้คัดค้านที่ 1และนางสาวสุริสาเป็นบุตรของผู้ตายที่เกิดจากนายสุรัตน์ สามีไม่ชอบด้วยกฎหมายที่แยกทางกับผู้ตายในภายหลัง ส่วนนางสาวณัฐาภรณ์เป็นบุตรของผู้ตายที่เกิดจากผู้ร้องซึ่งมีการจดทะเบียนสมรสกันแต่ได้จดทะเบียนหย่ากันแล้ว เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2554 ผู้ตายถึงแก่ความตายตามสำเนามรณบัตร และมีที่ดินสิ่งปลูกสร้างกับเงินฝากในธนาคารหลายรายการเป็นทรัพย์มรดกของผู้ตาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้คัดค้านที่ 1 กับผู้คัดค้านที่ 2 ร่วมกันเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย โดยขณะนั้นไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า

ผู้ตายทำพินัยกรรมไว้ ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2555 ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านที่ 2 และผู้ร้องร่วมกันใช้อำนาจปกครองนางสาวณัฐาภรณ์ซึ่งยังเป็นผู้เยาว์โดยตั้งผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานครเป็นผู้กำกับการปกครองในส่วนที่เกี่ยวกับทรัพย์สินและประโยชน์ของนางสาวณัฐาภรณ์ผู้เยาว์ด้วยตามสำเนาคำสั่งคดีแพ่งหมายเลขแดงที่1948/2555 คำสั่งศาลเยาวชนและครอบครัวกลางดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านที่ 1 ว่า ผู้ร้องมีสิทธิยื่นคำร้องขอในฐานะผู้ใช้อำนาจปกครองของนางสาวณัฐาภรณ์ผู้เยาว์ ขอให้ศาลถอนผู้จัดการมรดกหรือขอให้ศาลตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายหรือไม่

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า แม้ผู้ร้องไม่มีสิทธิในทรัพย์มรดกของผู้ตาย แต่ขณะยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งถอนผู้คัดค้านที่ 1 และผู้คัดค้านที่ 2 ออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายกับตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายนั้น อำนาจปกครองนางสาวณัฐาภรณ์ผู้เยาว์อยู่กับผู้ร้องแต่เพียงผู้เดียว ผู้ร้องจึงเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของนางสาวณัฐาภรณ์ผู้เยาว์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1569 ซึ่งการยื่นคำร้องขอดังกล่าวผู้ร้องมิได้ยื่นในฐานะส่วนตัวแต่ยื่นในฐานะเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของนางสาวณัฐาภรณ์ผู้เยาว์ ในคำร้องขอนั้นนอกจากมีข้ออ้างว่ามีการยักย้ายทรัพย์มรดกของผู้ตายแล้วยังมีข้ออ้างว่าผู้ร้องได้รับคำบอกเล่าว่าแท้จริงผู้ตายทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกทั้งหมดให้นางสาวณัฐาภรณ์ผู้เยาว์ไว้ด้วย

ดังนั้นการยื่นคำร้องขอของผู้ร้องจึงเป็นไปตามหน้าที่ของผู้ใช้อำนาจปกครองเพื่อระวังรักษาประโยชน์ของนางสาวณัฐาภรณ์ผู้เยาว์ให้ได้รับทรัพย์มรดกของผู้ตายตามสิทธิที่แท้จริง ผู้ร้องในฐานะผู้ใช้อำนาจปกครองของนางสาวณัฐาภรณ์ผู้เยาว์จึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 ที่มีสิทธิจะร้องต่อศาลขอให้ถอนผู้จัดการมรดกหรือขอให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายได้ คำร้องขอของผู้ร้องจึงสมบูรณ์ในเรื่องสิทธิการเสนอคดีต่อศาลมาตั้งแต่แรก คำสั่งของศาลเยาวชนและครอบครัวกลางตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1948/2555 ที่มีภายหลังหามีผลย้อนให้คำร้องขอของผู้ร้องมีข้อบกพร่องในเรื่องสิทธิการเสนอคดีต่อศาลโดยจะต้องแก้ไขด้วยการขอความยินยอมจากผู้คัดค้านที่ 2 ซึ่งเป็นคู่ความฝ่ายปรปักษ์และขอความเห็นชอบจากผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานครแต่อย่างใดไม่ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้คัดค้านที่ 1 ฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
ปรีดา พูนคำ · สรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย · ธีระ เบญจรัศมีโรจน์
Lower court
ศาลแพ่ง - นางสาวสิริภัทร ผามะนาว
ศาลอุทธรณ์ - นายกีรติ กาญจนรินทร์
Supreme Court black case no.
พ.3312/2557
Trial court black case no.
พ2958/2554
Trial court red case no.
พ3888/2554
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up